1. รับ อาสาสมัคร งานเขียนรีวิว ReviewBuri ต้องการอาสาสมัครในโครงการที่จะสร้างสังคมแห่งการรีวิวรูปแบบใหม่ ที่ไม่ต้องเป็นกูรู ไม่ต้องเขียนเก่ง ก็แบ่งปันประสบการณ์ได้ คลิกอ่านรายละเอียดเลย

Mr.001

ผู้ว่าฯรีวิวบุรี

ผู้ดูแลเมือง
Mr.001 เคลื่อนไหวล่าสุด:
23 มิถุนา 2017 at 18:16:34
  • แนะนำหนัง

    รีวิวAvatar : ตรึงอยู่ในใจ

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    หนังแนว Sci-fi ผมจะเน้นที่จินตนาการ และคุณภาพของงานสร้าง ซึ่งเรื่องนี้ บอกได้เลยว่า "จัดเต็ม" ทั้ง 2 อย่าง

    ความสร้างสรรค์ที่ว่าได้แก่:

    สร้างสรรค์ 1. แนวคิดร่างอวตาร สุดยอดแนวคิด พาจินตนาการของเราลอยไปไกลตกขอบจักรวาลกันเลย คือด้วยเทคโนโลยี เราเป็นอะไรก็ได้ (ถ้ามีตังค์นะ) และถ้าคิดให้เลยเถิดกว่านั้น สิ่งที่เราเป็นอยู่ อาจไม่ใช่เรา แท้จริงเราอาจนอนอยู่ที่ไหนซักแห่งหรือเปล่า และเมื่อร่างปัจจุบันของเราหมดอายุ ชาติใหม่ของเราคือเราไปอยู่ร่างใหม่พร้อมลบความทรงจำหรือเปล่า? หรือนี่คือหลักอนัตตาที่พระพุทธเจ้าพยายามจะสอนเรา

    สร้างสรรค์ 2. ภูมิประเทศอลังการ ภาพยนต์เป็นศิลปะอยู่แล้ว แต่การสร้างสรรค์ภูมิประเทศในหนัง Sci-Fi ผมว่ามันเป็นงานศิลปะอีกรูปแบบหนึ่งเลยนะ คือเห็นแล้วอยากไปเที่ยว

    สร้างสรรค์ 3. ไม่เพียงแต่ภูมิประเทศ ทีมผู้สร้างยังคิดต่อว่า สิ่งมีชีวิตบนดาวแบบนั้นจะมีวิถีการดำรงอยู่อย่างไง ปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร

    สร้างสรรค์ 4. ยุทโธปกรณ์ ยานยนต์ อาวุธทั้งหลาย ล้ำๆทั้งนั้น ได้ใจมาก

    สร้างสรรค์ 5. รูปแบบ ยุทธวิธีการประจัญบาน มันส์มากกกก ฉากที่กองทัพวิหคต่างดาว ปะทะยานรบหุ้มเกราะ และอีกหลายๆฉาก (ที่เล่าไม่ได้เพราะเกรงจะสปอย) ยังตรึงอยู่ในใจผม

    สร้างสรรค์ 6. อันนี้ไม่เกี่ยวกับหนัง Sci-Fi คือ "พล็อตเรื่อง" ที่ดูเหมือนมองไปข้างหน้า แต่จริงๆคือภาพสะท้อนสิ่งที่อยู่ข้างหลัง พูดง่ายๆ จะกระทบกระทียบพวกผิวขาวที่เข้าไปรุกราน เบียดเบียนอินเดียนแดงในแผ่นดินอเมริกา แต่แทนที่จะสร้างเป็นหนังแนวประวัติศาสตร์ กลับสร้างเป็นหนังอนาคตแทน ข้างหน้าคือข้างหลัง "หนังเรื่องอวตาร" ก็คือ "อวตาร" ของประวัติศาสตร์นั่นเอง

    เป็นปกติในหนังที่ โลก มักถูกต่างดาวรุกราน แต่เรื่องนี้พลิกเป็นมนุษย์โลกไปรุกรานดาวดวงอื่น ผมก็แอบคิดเอาเองว่า มันไม่ใช่แค่ให้ดูแปลก แต่แฝงจุดประสงค์ให้คนดูแล้วสะท้อนกลับมาที่ตัวเองได้ง่ายขึ้นว่า มันเป็นอย่างไง เวลาที่พวกตัวเองไปรุกรานคนอื่นเค้า


    ในบรรดาหนัง Sci-Fi ทุนหนา แน่นอนว่างานสร้างย่อมออกมาดีทั้งนั้น แต่ "จิตนาการ" คือเส้นที่แบ่ง "หนัง Sci-Fi คุณภาพในตำนาน" ออกจาก "หนัง Sci-Fi เกรด B" ที่ได้แต่เกาะชื่อเสียงของภาคก่อนๆโดยไม่ได้คิดสร้างสรรค์อะไรใหม่เลย

    อวตารภาคใหม่น่าจะเข้าฉายปลายปีนี้ ก็ยังลุ้นอยู่ว่าจะตื่นตา ตื่นใจเหมือนภาคแรกหรือเปล่า แต่ก็ค่อนข้างมองโลกในแง่ดี เนื่องจากชื่อ "เจมส์ คาเมรอน" ยังไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง

    รีวิวPrometheus : ชอบที่สุดคือ พล็อตเรื่อง

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    แม้ว่าหนัง Alien กับ Predator ที่ถูกสร้างก่อนหน้านี้จะมีการนำมาเชื่อมโยงกันใน Alien vs Predator แต่ก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆ หนัง Marvel ที่เอาซุปเปอร์ฮีโร่มาเจอกัน บางครั้งรู้สึกว่ามันเลอะเทอะด้วยซ้ำ แต่ Prometheus คือส่วนที่เข้ามาพลิกภาพรวมทั้งหมดจากความเลอะเทอะ เป็นอะไรที่ลึกลับ ซับซ้อน และน่าค้นหา

    พล็อตของเรื่องนี้มันน่าขนลุกครับ คือทำให้รู้สึกว่า มนุษย์นั้นช่างน้อยนิด ทว่าจักรวาลช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน อะไรที่เรายังมองไม่เห็น ไม่ใช่เพราะมันเล็กและซ่อนอยู่ในซอกเหลือบ แต่เพราะมันยิ่งใหญ่จนกินกว่าที่สายตาคู่เล็กๆของเราจะมองเห็นต่างหาก

    รีวิวAliens ฝูงมฤตยูนอกโลก : หนัง 30 ปียังแจ๋ว

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ตั้งแต่ ผมโตพอที่จะรู้จักดูหนัง ภาค 2 นี่ก็เป็น Alien ภาคแรกที่ผมได้ดูครับ (จากทางทีวี) แล้วผมก็ดันเข้าใจมาตลอดว่าภาคนี้คือภาคแรก พอดีช่วงนี้มี Alien ภาคใหม่ออกมา เลยต้องไปหาภาคเก่าๆ มาดูเพื่อลำดับเหตุการณ์ ถึงได้รู้ว่านี่มันภาค 2 นิหว่า อย่างไรก็ตาม หลังย้อนดูจนครบทั้ง 4 ภาคแล้ว ผมก็ได้ค้นพบว่า ภาค 2 นี้มีความพิเศษของมันอยู่ จนดูโดดเด่น แปลกแยกจากภาคอื่นๆ นั่นคือเป็นภาคที่มันส์มากๆ คุณภาพงานสร้างนั้นแตกต่างจากภาคอื่นโดยสิ้นเชิง และสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น น่าจะเป็นเพราะเป็นภาคเดียวที่กำกับโดย เจมส์ คาเมรอน

    ก่อนที่จะเปิดดูย้อนหลัง ผมก็ทำใจไว้ก่อน คือ หนัง Sci-Fi ที่สร้างเมือ 30 กว่าปีที่แล้ว (ออกฉายปี 1986) จะเอาอะไรมากมาย แต่ผิดคาดครับ ยังมันส์ ยังสนุกได้อีก การถ่ายภาพ แสงเงา แจ่ม ยานพาหนะ ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ยังดูล้ำอยู่ จะมีแค่ทรงผมของนางเอก กับ ระบบ user interface ของคอมพิวเตอร์เท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าเป็นหนังยุคเก่า ถึงตอนนี้รู้สึกเลยว่า ฝีมือของผู้กำกับมีผลแค่ไหนต่อคุณภาพของหนัง เอาจริงๆผมว่าสนุกว่าหนังฟอร์มยักษ์บางเรื่องที่เพิ่งออกฉายไม่กี่ปีมานี้ด้วยซ้ำ

    มีจุดที่ดูแล้วรู้สึกจะขัดสายตาอยู่ คือ บทของน้องเด็กผู้หญิงในเรื่อง รู้สึกบุคคลิกจะเปลี่ยนเร็วไปหน่อย ไม่ค่อยสมจริง

    ถ้าใครคิดจะดูย้อนหลัง นอกจาก ภาค 2 ที่ดูสนุกที่สุดแล้ว ผมก็แนะนำดูแค่ ภาค 1 อีกภาค เพราะเป็นภาคที่เขียนและกำกับโดย Ridley Scott ดังนั้นเนื้อเรื่องจะมีการเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆของผู้กำกับคนนี้ เช่น Prometheus และ Alien ภาคล่าสุด (หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า Alien, Prometheus และ Predator ล้วนสร้างขึ้นจากจินตนาการของ Ridley Scott และเนื้อเรื่องมีการเชื่อมโยงกัน ใครที่สนใจ หาอ่านภาพรวมทั้งหมดได้ในกระทู้ของคุณหลวงจีนหอไตรในพันทิปได้ครับ เขียนไว้ค่อนข้างละเอียด

    ส่วนภาค 3,4 ผมว่างั้นๆ ไม่ดูก็ไม่เป็นไร เนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆของ Ridley Scott

    รีวิวTitanic : เพลงเพราะ ลุ้นตอนท้าย

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ตอนที่หนังเรื่องนี้เข้าโรง ตอนนั้นปังมากๆ ได้ยินว่ามีบางคนเข้าไปดูในโรงถึง 20 กว่ารอบ (หรือมากกว่า จำไม่ค่อยได้) ผมก็แอบหมั่นไส้เล็กๆ เพราะโดยรวมแล้วผมรู้สึกเบื่อๆตอนช่วงต้นเรื่อง แล้วมาตื่นเต้นเอาตอนท้ายๆที่เรือกำลังจะจม ซึ่งก็ทำได้สมจริง พาคนดูเข้าสู่อารมณ์ตอนเรือแตกได้ดีทีเดียว ที่ประทับใจทีสุดคงจะเป็นเพลง My Heart Will Go On มันตรึงเข้าไปในใจเลย ผมคิดว่าความปังของเรื่องนี้ 80% มาจากเพลงนี่แหละ

    การสร้างสรรค์เรื่องราวโรแมนติกขึ้นมาโลดแล่นบนเหตุการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้น ก็เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมครับ คนดูได้ทั้งความบันเทิง และรายละเอียดข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมๆกัน ซึ่งผู้สร้างทำการบ้านมาดีมาก ลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียด เวลาอะไรเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงชน ชนแล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเหลือรอดมาน้อย จำลองสถานการณ์มาให้ดูอย่างได้อารมณ์มาก ทุกอนูของรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ถูกใส่เข้าไปหนังอย่างละเมียดละไม เรียกได้ว่า ดูหนัง แต่ได้ความรู้เหมือนดูสารคดี

    การถ่ายภาพก็งดงาม ใช้สีอุ่นๆ ล้อกับโทนเรื่องที่โรแมนติกแบบพอดีเป๊ะ

    ภายหลังผมมีโอกาสได้ดูซ้ำ ก็รู้สึกว่าช่วงต้นเรื่อง ก็ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้นนะ ก็ถือว่า ok อยู่ แต่ก็ยังไม่อินกับความรู้สึกของคู่พระนางอยู่ดี คือรู้สึกว่าก็แค่อารมณ์ประสาวัยรุ่นอ่ะ ผมยังแอบคิด ถ้าเรือไม่ล่ม สองคนขึ้นฝั่งแล้วหนีไปด้วยกัน 2-3 อาทิตย์ก็คงใส่ converse ทางใครทางมันกันแล้ว :ahaah:

    สรุปก็คือแนะนำให้ดู แค่เพลงอย่างเดียว ก็เป็นอะไรที่ห้ามพลาดแล้วครับ

    รีวิวGuardians of the Galaxy (2014) รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล : ไม่อยากเชื่อ สนุกหว่า

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ฟินมากเลยครับ ผมพลาดไปจริงๆ เพราะภาพลักษณ์ของเรื่องนี้ในหัวผมก่อนดู จะเป็นหนังประเภทบ้าๆบอๆ เหมาะกับให้เด็กประถมดู แล้วก็เข้าใจว่าเป็นหนังยอดมนุษย์ด้วย โชคดีที่ตามรอยรีวิวไปหามาดูจึงได้รู้ว่าเข้าใจผิดหมดเลย 1. มันไม่ใช่หนังยอดมนุษย์ เป็นหนังสงครามอวกาศ + ขำๆ 2.มันเป็นหนังที่สนุกมาก (แม้จะสำหรับผู้ใหญ่ก็เถอะ)

    สิ่งที่ผมมองหาใน The Force Awakens ไม่เจอ แต่ได้มาเจอในเรื่องนี้ คือ "ความคิดสร้างสรรค์" ไม่ว่าจะเป็นเมือง ยานพาหนะ อาวุธ ยุทธวิธี รูปแบบของเอเลี่ยน มันทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ฉากต่อสู้ ฉากล้างผลาญ ตื่นเต้น สนุกใช้ได้เลย

    จริงๆแล้วหนังแนวนี้ ผมชอบให้เป็นแนวจริงจัง แนวตำนาน แบบ Star Wars มากกว่าที่จะเป็นแนวขำๆ แบบเรื่องนี้ แต่ก็ต้องเข้าใจครับว่าต้องทำอะไรให้แตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว แล้วมุขเค้าก็ขำจริงๆ

    ภาค 2 ออกมา ไปดูแน่นอน

    รีวิวI am Legend | ไอ แอม ลีเจ้นด์ ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ : หนังซอมบี้ในดวงใจ

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ถ้านับเฉพาะหนังซอมบี้ที่เป็นหนังโรงแล้ว ผมชอบเรื่องนี้ที่สุด อาจเป็นเพราะพล็อตเรื่องที่มีเอกลักษณ์ คนหนึ่งคนกับหมาหนึ่งตัวในมหานครร้าง ท่ามกลางเหล่าซอมบี้ และวิถีชีวิตที่แปลกประหลาด มันสะท้อนความสร้างสรรค์ของผู้เขียนบทอย่างชัดเจนมาก การดำเนินเรื่องก็เป็นไปอย่างน่าติดตาม ฉากดราม่าสะเทือนใจก็เป็นอีกทีเด็ดของหนังเรื่องนี้ ที่ทำให้จนบัดนี้มันยังตรึงอยู่ในใจผม มันช่างฉีกตัวออกจากหนังซอมบี้อื่นๆได้อย่างโดดเด่นจริงๆ

    รีวิวThe Revenant : ต้องรอด

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    เป็นหนังแนว Survival ครับ ชื่อภาษาไทย "ต้องรอด" ผมว่าตั้งได้เหมาะเจาะตามแนวของหนังจริงๆ สิ่งที่ผมไม่ชอบสำหรับหนังแนวนี้คือ พล็อกเรื่องที่เรียบง่าย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ แต่ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆในแนวเดียวกันอย่าง Cast Away, The Shallow, 127 hours เรื่องนี้มีบทเยอะกว่าพอควรเลยแหละ เพราะมีประเด็นเรื่องการแก้แค้นคนชั่วเข้ามาร่วมด้วย

    ในทางกลับกัน สิ่งที่ผมชอบในหนังแนวนี้คือ การได้คอยเอาใจช่วยตัวเอกให้เอาตัวรอดจากอุปสรรคให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำได้ดีเช่นกัน ลุ้นตลอด ไม่มีเบื่อเลย

    ดูเผินๆอาจเป็นหนังที่ไม่ต้องใช้เทคนิคถ่ายทำมาก แต่จริงๆแล้วผมว่าเทคนิคเรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย ฉากที่หมีขย้ำคนนี่ผมยังสงสัยอยู่ว่าเค้าถ่ายทำอย่างไง มันเหมือนจริงมากๆ (ฉากที่ขี่ม้าตกเหวก็เช่นกัน)

    ในส่วนของทิวทัศน์ ภูมิประเทศ ก็งดงาม จับใจมาก เห็นแล้วอยากไปเที่ยว (แต่กลัวหมี กับหนาวตายก่อน)

    โดยสรุป เรื่องนี้ดูสนุกครับ แนะนำๆ

    รีวิวKing Kong: คิงคอง : สนุก

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ข้อเด่น - ฉากแอ๊กชั่น มันสะใจมาก
    - ภาพสวย กราฟฟิคอลังการ
    - เคล้าโครงบทโดยรวมดีใช้ได้
    ข้อด้อย - - มีความไม่สมเหตุสมผลของบทกระจายตลอดเรื่อง
    ผมพลาดเรื่องนี้ไปครับ ความจริงก็มีความพยายามขอหยิบยืมแผ่นจากคนอื่น แต่เค้ากลับทำแผ่นหายซะนี่ จากนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะไม่นึกว่า "มันจะสนุกขนาดนี้" สรุปเพิ่งได้ดูสองสามวันก่อนนี้เอง

    ในช่วงแรกของการปูพื้นที่มาที่ไปของตัวละครอาจยืดเยื้อไปนิด ถ้าเป็นหนังแนวเดียวกันคงตัดช่วงแรกให้สั้นลงกว่านี้ จนกระทั่งหนังผ่าน 1 ชั่วโมงแรก ก็ถึงเกาะพอดี หลังจากนั้นก็มีแต่ความตื่นตาตื่นใจตลอด ตั้งแต่ภูมิประเทศ จนถึงสัตว์ประหลาดต่างๆบนเกาะ คือก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้เลยว่าเรื่องนี้มีไดโนเสาร์ด้วย และฉากที่คองฟัดกับไดโนเสาร์ ผมว่าเป็นโมเม้นที่มันที่สุดของเรื่องแล้ว

    ด้านของบท ผมให้คะแนนเรื่องการปูพื้นความสัมพันธ์ระหว่างนางเอกกับคองได้ดี ประกอบกับแววตาที่แสดงความรู้สึกสุดแสนอาวรณ์ของคอง ผมคิดว่าคนดูหลายท่านคงรู้สึกคล้อยตามเหมือนผมแน่เลย

    จุดด้อย ก็คงเป็นเรื่องของความเว่อร์ ความไม่สมเหตุสมผล ที่หาดูได้ตลอดเรื่อง แต่ก็ให้อภัยได้ด้วยภาพรวมของหนังที่มันสนุก ตื่นตาตื่นใจตลอด

    ดูเสร็จผมกลับไปเช็คให้แน่ใจว่าหนังเรื่องนี้ฉายปีไหน 2005 :whaaat2: ว้าว ไม่น่าเชื่อ มันสนุกขนาดเขี่ย Jurassic World ภาคล่าสุด ที่ฉายในอีก 10 ปีต่อมาทิ้งไปได้เลยนะ

    แต่ผมยังกังวลกับการไปดูคองภาคใหม่ เพราะระยะหลังหนังดังๆที่ผู้กำกับต้นตำหรับไม่สร้างเอง แต่ส่งต่อให้คนอื่นทำแทน ไม่ว่าจะเป็น Jurassic Park, Star Wars, คนเหล็ก ล้วนทำให้ผมผิดหวังมาแล้วทั้งสิ้น

    รีวิวSaving Private Ryan: ฝ่าสมรภูมินรก : ดูเถอะครับ

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    เป็นหนังแนว ดราม่า สงคราม ถ้าใครยังไม่เคยดู แนะนำให้ดูเถอะ รับรองไม่ผิดหวัง ไม่ใช่อะไรที่ดูยากเลย

    แม้ว่าพล็อตของเรื่องจะเป็นการไปตามหาและช่วยชีวิตพลทหารเพียงนายเดียว แต่ผมคิดว่าวาระหลักๆของหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นการให้คนดูได้เห็นความโหดร้ายของสงคราม (ซึ่งเป็นสิ่งทีสะท้อนอยู่ในหนังของสปีลเบิร์กหลายๆเรื่อง) ในหนังแนว action อื่นๆ เด็กๆดูแล้วอาจจะรู้สึกอยากเป็นทหาร แต่เรื่องนี้ดูแล้วรับรองว่าจะขยาดสงครามกันไปเลย โดยเฉพาะฉากยกพลขึ้นบกในช่วงต้นเรื่อง หนังทำออกมาได้สมจริง และรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของสงครามจริงๆ

    การใส่มุขตลกเข้าไปในหนังสงครามเพื่อ balance ธีมของหนังไม่ให้หดหู่ หรือ กดดันมากเกินไป ดูจะเป็น Signature ของสปีลเบิร์กเลยหรือเปล่านะ เพราะเห็นมาหลายเรื่อง และเค้าทำได้ดีมากด้วย คือความจริงมันน่าจะเป็นอะไรที่แย้งกัน เหมือนพ่อครัวที่เอาวัตถุดิบสองอย่างที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ แล้วปรุงออกมาเป็นอาหารที่รสชาติกลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ

    สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่า Saving Private Ryan เป็นหนังอีกเรื่องของสปีลเบิร์กที่เวลาผมดูซ้ำแล้ว จะยิ่งชอบมากขึ้น ใครที่เคยดูแล้ว ว่างๆหาอะไรดูไม่ได้ ลองดูซ้ำดูนะครับ อาจรู้สึกเหมือนผมก็ได้

    รีวิวThe Others คฤหาสน์ สัมผัสผวา | หนังบ้านผีสิงชั้นยอด : เรื่องนี้มีดีที่บท

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ชอบเรื่องนี้มากครับ เป็นหนังผีที่มีดีที่บท การถ่ายทำ การดำเนินเรื่องมีชั้นเชิง (เช่นเดียวกับ Tom Hanks หนังที่ Nicole Kidman เล่นมักเป็นหนังดี) แต่ตอนที่ผมดู ผมไปโดนรายการทีวีแนะนำหนังสปอยเข้าไปก่อนนิดนึง ความสนุกเลย drop ลงไปนิดนึงเช่นกัน (...คิดอีกที.... ผมว่าเยอะเลยแหละ :depressed2:)

    ถ้าใครยังไม่ได้ดูก็แนะนำว่าอย่าไปหาข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก ดูเลยแล้วจะสนุกครับ
  • เกี่ยวกับ

    เป็นคนชอบใช้เวลาว่าง ดูหนัง ดูซีรีย์ เล่นเกมบ้างบางครั้งครับ แต่สิ่งที่ล่อเลี้ยงชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็คือการออกท่องเที่ยวปีล่ะ 1-2 ครั้ง ส่วนใหญ่ไปเที่ยวต่างประเทศมากกว่า เพราะอยากไปเห็นอะไรที่แตกต่างครับ

    เป็นคนช่างเลือกพอสมควร จะให้ 5 ดาวไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะครับ ยกตัวอย่างเช่น สถานที่ๆว่าสวยนั้น ผมแบ่งเป็น 2 ระดับ คือระดับที่ๆความสวยรับรู้ได้แค่ตา และอีกระดับคือความสวยนั้นรู้สึกเข้าไปถึงใจเลย ซึ่งการเยี่ยมเยือนสถานที่เหล่านี้นี่แหละครับคือช่วงเวลาที่แสนวิเศษของชีวิต

    รสนิยมการท่องเที่ยวคือวางแผนและไปกันเอง ไปกับพี่สาวและคุณพ่อเป็นส่วนใหญ่ เมื่อออกทริปหลายๆครั้ง เราก็เริ่มรู้จักรสนิยมของตัวเองมากขึ้น คือนอกจากจุดหมายต้องสวยจับใจแล้ว การเดินทาง ที่พักก็ต้องสะดวกสบายด้วยครับ มันถึงจะสามารถเติมเต็มให้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ อย่างไรก็ตามเรายังเลือกที่จะท่องเที่ยวอย่างประหยัดด้วย ทริปแต่ละครั้งของเราถูกกว่าไปกับทัวร์แน่นอนครับ