1. รับ อาสาสมัคร งานเขียนรีวิว ReviewBuri ต้องการอาสาสมัครในโครงการที่จะสร้างสังคมแห่งการรีวิวรูปแบบใหม่ ที่ไม่ต้องเป็นกูรู ไม่ต้องเขียนเก่ง ก็แบ่งปันประสบการณ์ได้ คลิกอ่านรายละเอียดเลย

Mr.001

ผู้ว่าฯรีวิวบุรี

ผู้ดูแลเมือง
Mr.001 เคลื่อนไหวล่าสุด:
23 มิถุนา 2017 at 18:16:34
  • รีวิวToya Kanko Hotel : ที่พัก พร้อมออนเซ็น ราคารับได้

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - วิวทะเลสาบโทยะสวยมาก
    มีออนเซ็นด้วย
    มีรถไปส่งที่สถานีรถไฟฟรี
    ข้อด้อย - ไม่มีรถไปรับที่สถานีรถไฟ
    อาหารธรรมดา
    เช่นเดียวกับอีกหลายโรงแรมในทริปนี้ คือตอนจองห้องจะไม่ได้ระบุว่า "ปลอดบุหรี่" เราต้อง request ตามไป แล้วเค้าก็ตอบกลับมาว่าไม่มีห้องปลอดบุหรี่ แต่จะพยายามดูดกลิ่นให้ ซึ่งทำให้กังวลใจเล็กน้อย ถึงปานกลาง ว่ากลิ่นหลังจากดูดแล้วจะอยู่ในระดับที่รับได้หรือเปล่าหนอ แต่ผลสุดท้ายห้องที่ได้ก็ไม่มีกลิ่นเลย

    ใครที่ทนกลิ่นบุหรี่ไม่ได้ เวลาจองที่พักในฮอกไกโดก็พยายาม request ไปก็แล้วกันครับ ทั้งทริปนี้ผมไม่เจอห้องที่เหม็นบุหรี่เลย

    DSC07657.jpg

    บริการถือว่าดีมากครับ พนักงานส่วนใหญ่จะเป็นคนสูงอายุ กับ สาวๆที่เป็นคนจีน (คือคนจีนมาเที่ยวฮอกไกโดเยอะมาก) อ่อ ใครมาเตรียมทริป ไว้หน่อยก็ดีนะครับ ดูจากท่าทางของพนักงานที่พามาส่งที่ห้องเหมือนเค้าจะรอรับอยู่นะ พวกเราก็ดันไม่ได้เตรียมเลย คิดว่าที่ญี่ปุ่นเค้าไม่รับทริปซะอีก ควรให้เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เลยแกล้งโง่ไปก่อน



    อ่านต่อ...

    รีวิววัดชินเนียวโดะ Shinnyo-do (ใบไม้เปลี่ยนสี) : ความงามที่แอบซ่อน

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ข้อเด่น - ใบไม้เปลี่ยนสีงามจับใจ
    - เข้าฟรี
    - คนน้อย
    ข้อด้อย - บริเวณโดยรอบไม่มีร้านอาหาร
    น้อยคนจริงๆ ที่จะพูดถึงวัดนี้ ทั้งๆที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดเอคังโด (จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของเกียวโต) และ ถนนสายนักปราชญ์อันโด่งดัง แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็คงจะมองข้าม ดูได้จากจำนวนคนที่ไปเที่ยววัดนี้เทียบไม่ได้กับวัดเอคังโดเลย

    Shinnyodo-6.jpg

    ผมเองก็ได้รู้จักโดยบังเอิญ คือตอนเที่ยววัดเอคังโดอยู่ ซึ่งตอนนั้นเลยช่วงที่สวยที่สุดไปแล้ว เดินเที่ยวแล้วไม่ฟิน กดชัตเตอร์น้อยมาก เลยเปิดเว็บ japan-guide.com ขึ้นมาดู พอดีรายงานว่า Shinnyodo กำลังงามอยู่เลยครับ แถมอยู่ไม่ไกลด้วย เลยลองเดินไปดู ก็เดินไปถามทางไป คนแถวนั้นก็รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง (ความจริงตอนนั้นก็มีทั้งเน็ต กับ google map อยู่ในโทรศัพท์นะ ดันไม่รู้จักใช้ :bird:)

    พอเจอแล้ว ก็รู้สึกโชคดีจริงๆที่ตัดสินใจมา


    อ่านต่อ...

    รีวิวAvatar : ตรึงอยู่ในใจ

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    หนังแนว Sci-fi ผมจะเน้นที่จินตนาการ และคุณภาพของงานสร้าง ซึ่งเรื่องนี้ บอกได้เลยว่า "จัดเต็ม" ทั้ง 2 อย่าง

    ความสร้างสรรค์ที่ว่าได้แก่:

    สร้างสรรค์ 1. แนวคิดร่างอวตาร สุดยอดแนวคิด พาจินตนาการของเราลอยไปไกลตกขอบจักรวาลกันเลย คือด้วยเทคโนโลยี เราเป็นอะไรก็ได้ (ถ้ามีตังค์นะ) และถ้าคิดให้เลยเถิดกว่านั้น สิ่งที่เราเป็นอยู่ อาจไม่ใช่เรา แท้จริงเราอาจนอนอยู่ที่ไหนซักแห่งหรือเปล่า และเมื่อร่างปัจจุบันของเราหมดอายุ ชาติใหม่ของเราคือเราไปอยู่ร่างใหม่พร้อมลบความทรงจำหรือเปล่า? หรือนี่คือหลักอนัตตาที่พระพุทธเจ้าพยายามจะสอนเรา

    สร้างสรรค์ 2. ภูมิประเทศอลังการ ภาพยนต์เป็นศิลปะอยู่แล้ว แต่การสร้างสรรค์ภูมิประเทศในหนัง Sci-Fi ผมว่ามันเป็นงานศิลปะอีกรูปแบบหนึ่งเลยนะ คือเห็นแล้วอยากไปเที่ยว

    สร้างสรรค์ 3. ไม่เพียงแต่ภูมิประเทศ ทีมผู้สร้างยังคิดต่อว่า สิ่งมีชีวิตบนดาวแบบนั้นจะมีวิถีการดำรงอยู่อย่างไง ปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร

    สร้างสรรค์ 4. ยุทโธปกรณ์ ยานยนต์ อาวุธทั้งหลาย ล้ำๆทั้งนั้น ได้ใจมาก

    สร้างสรรค์ 5. รูปแบบ ยุทธวิธีการประจัญบาน มันส์มากกกก ฉากที่กองทัพวิหคต่างดาว ปะทะยานรบหุ้มเกราะ และอีกหลายๆฉาก (ที่เล่าไม่ได้เพราะเกรงจะสปอย) ยังตรึงอยู่ในใจผม

    สร้างสรรค์ 6. อันนี้ไม่เกี่ยวกับหนัง Sci-Fi คือ "พล็อตเรื่อง" ที่ดูเหมือนมองไปข้างหน้า แต่จริงๆคือภาพสะท้อนสิ่งที่อยู่ข้างหลัง พูดง่ายๆ จะกระทบกระทียบพวกผิวขาวที่เข้าไปรุกราน เบียดเบียนอินเดียนแดงในแผ่นดินอเมริกา แต่แทนที่จะสร้างเป็นหนังแนวประวัติศาสตร์ กลับสร้างเป็นหนังอนาคตแทน ข้างหน้าคือข้างหลัง "หนังเรื่องอวตาร" ก็คือ "อวตาร" ของประวัติศาสตร์นั่นเอง

    เป็นปกติในหนังที่ โลก มักถูกต่างดาวรุกราน แต่เรื่องนี้พลิกเป็นมนุษย์โลกไปรุกรานดาวดวงอื่น ผมก็แอบคิดเอาเองว่า มันไม่ใช่แค่ให้ดูแปลก แต่แฝงจุดประสงค์ให้คนดูแล้วสะท้อนกลับมาที่ตัวเองได้ง่ายขึ้นว่า มันเป็นอย่างไง เวลาที่พวกตัวเองไปรุกรานคนอื่นเค้า


    ในบรรดาหนัง Sci-Fi ทุนหนา แน่นอนว่างานสร้างย่อมออกมาดีทั้งนั้น แต่ "จิตนาการ" คือเส้นที่แบ่ง "หนัง Sci-Fi คุณภาพในตำนาน" ออกจาก "หนัง Sci-Fi เกรด B" ที่ได้แต่เกาะชื่อเสียงของภาคก่อนๆโดยไม่ได้คิดสร้างสรรค์อะไรใหม่เลย

    อวตารภาคใหม่น่าจะเข้าฉายปลายปีนี้ ก็ยังลุ้นอยู่ว่าจะตื่นตา ตื่นใจเหมือนภาคแรกหรือเปล่า แต่ก็ค่อนข้างมองโลกในแง่ดี เนื่องจากชื่อ "เจมส์ คาเมรอน" ยังไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง

    รีวิวPrometheus : ชอบที่สุดคือ พล็อตเรื่อง

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    แม้ว่าหนัง Alien กับ Predator ที่ถูกสร้างก่อนหน้านี้จะมีการนำมาเชื่อมโยงกันใน Alien vs Predator แต่ก็ให้ความรู้สึกคล้ายๆ หนัง Marvel ที่เอาซุปเปอร์ฮีโร่มาเจอกัน บางครั้งรู้สึกว่ามันเลอะเทอะด้วยซ้ำ แต่ Prometheus คือส่วนที่เข้ามาพลิกภาพรวมทั้งหมดจากความเลอะเทอะ เป็นอะไรที่ลึกลับ ซับซ้อน และน่าค้นหา

    พล็อตของเรื่องนี้มันน่าขนลุกครับ คือทำให้รู้สึกว่า มนุษย์นั้นช่างน้อยนิด ทว่าจักรวาลช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน อะไรที่เรายังมองไม่เห็น ไม่ใช่เพราะมันเล็กและซ่อนอยู่ในซอกเหลือบ แต่เพราะมันยิ่งใหญ่จนกินกว่าที่สายตาคู่เล็กๆของเราจะมองเห็นต่างหาก

    รีวิวAliens ฝูงมฤตยูนอกโลก : หนัง 30 ปียังแจ๋ว

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ตั้งแต่ ผมโตพอที่จะรู้จักดูหนัง ภาค 2 นี่ก็เป็น Alien ภาคแรกที่ผมได้ดูครับ (จากทางทีวี) แล้วผมก็ดันเข้าใจมาตลอดว่าภาคนี้คือภาคแรก พอดีช่วงนี้มี Alien ภาคใหม่ออกมา เลยต้องไปหาภาคเก่าๆ มาดูเพื่อลำดับเหตุการณ์ ถึงได้รู้ว่านี่มันภาค 2 นิหว่า อย่างไรก็ตาม หลังย้อนดูจนครบทั้ง 4 ภาคแล้ว ผมก็ได้ค้นพบว่า ภาค 2 นี้มีความพิเศษของมันอยู่ จนดูโดดเด่น แปลกแยกจากภาคอื่นๆ นั่นคือเป็นภาคที่มันส์มากๆ คุณภาพงานสร้างนั้นแตกต่างจากภาคอื่นโดยสิ้นเชิง และสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น น่าจะเป็นเพราะเป็นภาคเดียวที่กำกับโดย เจมส์ คาเมรอน

    ก่อนที่จะเปิดดูย้อนหลัง ผมก็ทำใจไว้ก่อน คือ หนัง Sci-Fi ที่สร้างเมือ 30 กว่าปีที่แล้ว (ออกฉายปี 1986) จะเอาอะไรมากมาย แต่ผิดคาดครับ ยังมันส์ ยังสนุกได้อีก การถ่ายภาพ แสงเงา แจ่ม ยานพาหนะ ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ยังดูล้ำอยู่ จะมีแค่ทรงผมของนางเอก กับ ระบบ user interface ของคอมพิวเตอร์เท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าเป็นหนังยุคเก่า ถึงตอนนี้รู้สึกเลยว่า ฝีมือของผู้กำกับมีผลแค่ไหนต่อคุณภาพของหนัง เอาจริงๆผมว่าสนุกว่าหนังฟอร์มยักษ์บางเรื่องที่เพิ่งออกฉายไม่กี่ปีมานี้ด้วยซ้ำ

    มีจุดที่ดูแล้วรู้สึกจะขัดสายตาอยู่ คือ บทของน้องเด็กผู้หญิงในเรื่อง รู้สึกบุคคลิกจะเปลี่ยนเร็วไปหน่อย ไม่ค่อยสมจริง

    ถ้าใครคิดจะดูย้อนหลัง นอกจาก ภาค 2 ที่ดูสนุกที่สุดแล้ว ผมก็แนะนำดูแค่ ภาค 1 อีกภาค เพราะเป็นภาคที่เขียนและกำกับโดย Ridley Scott ดังนั้นเนื้อเรื่องจะมีการเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆของผู้กำกับคนนี้ เช่น Prometheus และ Alien ภาคล่าสุด (หลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า Alien, Prometheus และ Predator ล้วนสร้างขึ้นจากจินตนาการของ Ridley Scott และเนื้อเรื่องมีการเชื่อมโยงกัน ใครที่สนใจ หาอ่านภาพรวมทั้งหมดได้ในกระทู้ของคุณหลวงจีนหอไตรในพันทิปได้ครับ เขียนไว้ค่อนข้างละเอียด

    ส่วนภาค 3,4 ผมว่างั้นๆ ไม่ดูก็ไม่เป็นไร เนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆของ Ridley Scott

    รีวิวTitanic : เพลงเพราะ ลุ้นตอนท้าย

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ตอนที่หนังเรื่องนี้เข้าโรง ตอนนั้นปังมากๆ ได้ยินว่ามีบางคนเข้าไปดูในโรงถึง 20 กว่ารอบ (หรือมากกว่า จำไม่ค่อยได้) ผมก็แอบหมั่นไส้เล็กๆ เพราะโดยรวมแล้วผมรู้สึกเบื่อๆตอนช่วงต้นเรื่อง แล้วมาตื่นเต้นเอาตอนท้ายๆที่เรือกำลังจะจม ซึ่งก็ทำได้สมจริง พาคนดูเข้าสู่อารมณ์ตอนเรือแตกได้ดีทีเดียว ที่ประทับใจทีสุดคงจะเป็นเพลง My Heart Will Go On มันตรึงเข้าไปในใจเลย ผมคิดว่าความปังของเรื่องนี้ 80% มาจากเพลงนี่แหละ

    การสร้างสรรค์เรื่องราวโรแมนติกขึ้นมาโลดแล่นบนเหตุการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้น ก็เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมครับ คนดูได้ทั้งความบันเทิง และรายละเอียดข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมๆกัน ซึ่งผู้สร้างทำการบ้านมาดีมาก ลำดับเหตุการณ์อย่างละเอียด เวลาอะไรเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงชน ชนแล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเหลือรอดมาน้อย จำลองสถานการณ์มาให้ดูอย่างได้อารมณ์มาก ทุกอนูของรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ถูกใส่เข้าไปหนังอย่างละเมียดละไม เรียกได้ว่า ดูหนัง แต่ได้ความรู้เหมือนดูสารคดี

    การถ่ายภาพก็งดงาม ใช้สีอุ่นๆ ล้อกับโทนเรื่องที่โรแมนติกแบบพอดีเป๊ะ

    ภายหลังผมมีโอกาสได้ดูซ้ำ ก็รู้สึกว่าช่วงต้นเรื่อง ก็ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้นนะ ก็ถือว่า ok อยู่ แต่ก็ยังไม่อินกับความรู้สึกของคู่พระนางอยู่ดี คือรู้สึกว่าก็แค่อารมณ์ประสาวัยรุ่นอ่ะ ผมยังแอบคิด ถ้าเรือไม่ล่ม สองคนขึ้นฝั่งแล้วหนีไปด้วยกัน 2-3 อาทิตย์ก็คงใส่ converse ทางใครทางมันกันแล้ว :ahaah:

    สรุปก็คือแนะนำให้ดู แค่เพลงอย่างเดียว ก็เป็นอะไรที่ห้ามพลาดแล้วครับ

    รีวิวหุบเขานรก โนโบริเบทซึ (Jigokudani Noboribetsu) : ถ้ามีเวลาก็แวะหน่อย

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    หลังจาก 2 วันแรกของทริป ที่พวกเราเที่ยว 2 เมืองยอดนิยมอย่างซัปโปโรกับโอตารุ ท่ามกลางฟ้าหม่นๆ วันนี้ได้มาเห็นหุบเขานรกในวันฟ้าใส ยอมรับว่ารู้สึกดีขึ้นเยอะเลย แน่นอนครับ ถ้าเทียบกับจุดที่พวกเราประทับใจมากที่สุดในฮอกไกโด ที่นี่ก็ยังถือว่าไม่ได้มีอะไรมากนัก แต่ก็คุ้มค่าต่อการแวะถ้ามีเวลานะครับ อย่างน้อยก็รู้สึกว่าสวยกว่าที่เห็นในรูป แต่ถ้าพลาดก็ไม่ต้องเสียดายมากครับยังไม่ใช่จุดที่จะร้อง "ว้าว!"


    DSC07492.jpg

    ตอนที่เดินมาจนเกือบถึงทางเข้า จะมีจุดทางเข้าเล็กๆใกล้ๆกับที่จอดรถ ตรงนี้จะยังไม่ใช่ทางเข้าหลักนะครับ บันไดตรงนี้ชัน หิมะบนบันไดก็โดนเหยียบจนเป็นน้ำแข็งลื่นๆ อันตรายมาก ไม่เหมาะกับเด็กและผู้สูงอายุอย่างยิ่ง ให้เดินตามถนนไปจนเลยที่จอดรถไป จะเจอป้ายสถานที่ตัวใหญ่ๆ ตรงนี้จะเเป็นทางเข้าหลักครับ



    อ่านต่อ...

    รีวิวGuardians of the Galaxy (2014) รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล : ไม่อยากเชื่อ สนุกหว่า

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ฟินมากเลยครับ ผมพลาดไปจริงๆ เพราะภาพลักษณ์ของเรื่องนี้ในหัวผมก่อนดู จะเป็นหนังประเภทบ้าๆบอๆ เหมาะกับให้เด็กประถมดู แล้วก็เข้าใจว่าเป็นหนังยอดมนุษย์ด้วย โชคดีที่ตามรอยรีวิวไปหามาดูจึงได้รู้ว่าเข้าใจผิดหมดเลย 1. มันไม่ใช่หนังยอดมนุษย์ เป็นหนังสงครามอวกาศ + ขำๆ 2.มันเป็นหนังที่สนุกมาก (แม้จะสำหรับผู้ใหญ่ก็เถอะ)

    สิ่งที่ผมมองหาใน The Force Awakens ไม่เจอ แต่ได้มาเจอในเรื่องนี้ คือ "ความคิดสร้างสรรค์" ไม่ว่าจะเป็นเมือง ยานพาหนะ อาวุธ ยุทธวิธี รูปแบบของเอเลี่ยน มันทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ฉากต่อสู้ ฉากล้างผลาญ ตื่นเต้น สนุกใช้ได้เลย

    จริงๆแล้วหนังแนวนี้ ผมชอบให้เป็นแนวจริงจัง แนวตำนาน แบบ Star Wars มากกว่าที่จะเป็นแนวขำๆ แบบเรื่องนี้ แต่ก็ต้องเข้าใจครับว่าต้องทำอะไรให้แตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว แล้วมุขเค้าก็ขำจริงๆ

    ภาค 2 ออกมา ไปดูแน่นอน

    รีวิวโอตารุ : ไม่ค่อยมีไร

    ให้คะแนน:
    3/5,
    (ธรรมดา เฉยๆ)
    ใครๆไปฮอกไกโดก็ต้องไปโอตารุ มันก็เลยทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะต้องเพิ่มเมืองนี้ใส่เข้าไปในแผนด้วย ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามีอะไรให้เที่ยวนอกจากจุดถ่ายรูปหมาชนบริเวณคลอง พอได้ไปแล้วก็พบว่ามันก็มีแค่นั้นจริงๆครับ พวกเราไปช่วงที่มีเทศกาล มันก็เลยดูโรแมนติกกว่าปกติหน่อย แต่มันก็จบแค่นั้น
    DSC07474.jpg DSC07476.jpg
    ตรงจุดถ่ายรูปมหาชนนี่ มหาชนจริงๆ คือคนเยอะกว่าจะได้มุมเหมาะๆนี่เหนื่อย ส่วนใครที่จะไปถ่ายที่เค้าจุดเทียนกลางคืนช่วงเทศกาลแบบนี้ ถ้ามีขาตั้งกล้องไปด้วยจะช่วยได้เยอะครับ

    ถ้าเมืองริมคลองแบบนี้ผม อดเทียบกับแถวเมืองซูโจวประเทศจีนไม่ได้ มีอะไรให้เที่ยวมากกว่านี้เยอะ ตอนเย็นๆเปิดไฟแล้วก็โรแมนติกไม่แพ้ แถมมีเรือแจวให้ล่องไปตามคลองด้วย

    สำหรับถนน Sakaimachi ที่มีร้านค้าต่างๆ ที่ใครมาก็ต้องมาเดินเส้นนี้ ไม่รู้ซิ สำหรับพวกเราไม่ใช่ขาช้อป เห็นบางคนเค้ามากินซูชิบ้าง มากินเค้ก LeTao บ้าง แต่พวกเราก็ไม่ใช่ประเภทที่ชอบเที่ยวสไตล์นั้น เครื่องแก้ว กล่องดนตรีก็ไม่ใช่อะไรที่ดึงดูดเท่าไหร่สำหรับพวกเรา ส่วนร้านอาหารประเภทกินอิ่มได้ เห็นมีแต่พวกร้านอาหารทะเล ปูทาระบะแพงๆอะไรพวกนั้น ประมาณว่าตั้งขึ้นมาดักนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะเลย (ไม่ได้ไปดูราคา แต่เดาว่าน่าจะแพงกว่าที่ตลาดโจไก ขนาดที่นั่นเป็นตลาดค้าส่ง เรายังรู้สึกแพงเลย ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเดาว่าต้องแพงกว่าแน่นอน) ไม่เจอร้านราเมนซักกะร้านเลย

    ต่อให้ใครที่ชอบเที่ยวสไตล์นี้ ก็ยังแนะนำว่าเผื่อครึ่งวันพอครับ เพราะเมืองมันค่อนข้างเล็กครับ

    รีวิวI am Legend | ไอ แอม ลีเจ้นด์ ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ : หนังซอมบี้ในดวงใจ

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ถ้านับเฉพาะหนังซอมบี้ที่เป็นหนังโรงแล้ว ผมชอบเรื่องนี้ที่สุด อาจเป็นเพราะพล็อตเรื่องที่มีเอกลักษณ์ คนหนึ่งคนกับหมาหนึ่งตัวในมหานครร้าง ท่ามกลางเหล่าซอมบี้ และวิถีชีวิตที่แปลกประหลาด มันสะท้อนความสร้างสรรค์ของผู้เขียนบทอย่างชัดเจนมาก การดำเนินเรื่องก็เป็นไปอย่างน่าติดตาม ฉากดราม่าสะเทือนใจก็เป็นอีกทีเด็ดของหนังเรื่องนี้ ที่ทำให้จนบัดนี้มันยังตรึงอยู่ในใจผม มันช่างฉีกตัวออกจากหนังซอมบี้อื่นๆได้อย่างโดดเด่นจริงๆ
  • เกี่ยวกับ

    เป็นคนชอบใช้เวลาว่าง ดูหนัง ดูซีรีย์ เล่นเกมบ้างบางครั้งครับ แต่สิ่งที่ล่อเลี้ยงชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็คือการออกท่องเที่ยวปีล่ะ 1-2 ครั้ง ส่วนใหญ่ไปเที่ยวต่างประเทศมากกว่า เพราะอยากไปเห็นอะไรที่แตกต่างครับ

    เป็นคนช่างเลือกพอสมควร จะให้ 5 ดาวไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะครับ ยกตัวอย่างเช่น สถานที่ๆว่าสวยนั้น ผมแบ่งเป็น 2 ระดับ คือระดับที่ๆความสวยรับรู้ได้แค่ตา และอีกระดับคือความสวยนั้นรู้สึกเข้าไปถึงใจเลย ซึ่งการเยี่ยมเยือนสถานที่เหล่านี้นี่แหละครับคือช่วงเวลาที่แสนวิเศษของชีวิต

    รสนิยมการท่องเที่ยวคือวางแผนและไปกันเอง ไปกับพี่สาวและคุณพ่อเป็นส่วนใหญ่ เมื่อออกทริปหลายๆครั้ง เราก็เริ่มรู้จักรสนิยมของตัวเองมากขึ้น คือนอกจากจุดหมายต้องสวยจับใจแล้ว การเดินทาง ที่พักก็ต้องสะดวกสบายด้วยครับ มันถึงจะสามารถเติมเต็มให้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ อย่างไรก็ตามเรายังเลือกที่จะท่องเที่ยวอย่างประหยัดด้วย ทริปแต่ละครั้งของเราถูกกว่าไปกับทัวร์แน่นอนครับ