1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

The Hateful Eight : แปดพิโรธ โกรธแล้วฆ่า

คะแนนเฉลี่ย:
3.3333299160004/5,
คำบรรยาย:
ระหว่างเดินทางเพื่อนนำนางโจรสาวเดซี่ โดเมอกูร์ไปแขวนคอที่เร้ดร็อค,จอห์น รูธพบกับมาควิส วอร์เรนนักล่าค่าหัวและนายอำเภอคริส แมนนิกซ์ ทั้งสองขอร่วมทางไปด้วย แต่ก็ต้องแวะหลบพายุหิมะที่โรงแรมระหว่างทาง ในนั้นมีทั้ง เพชฆาต,นักเดินทาง,นายพลชรา และนดูแลโรงแรมชาวเม็กซิกัน จอห์น รูธต้องอยู่ร่วมกับคนทั้งแปดได้อย่างไรในเมื่อหนึ่งในนั้นอาจมีเพื่อนร่วมแก๊งค์ของโดเมอกูร์ที่พร้อมจะฆ่าเขาได้ทุกเมื่อ.
แท็ก (Tags) :

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. PolMovieRider
    ให้คะแนน:
    1/5,
    (แย่มากๆ)
    "โหด โหด โหด และ โหด"
    มันเป็นหนังคาวบอยที่ โหด ดิบ เถื่อนมากๆ แต่ดันสนุก

    ผมชอบเรื่องราวที่เหมือนจะธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา แบบ คนแปลกหน้าต่างต้องมาเดินทางร่วมกัน และมีความเชื่อมโยงกันโดยที่ความเชื่อมโยงนั้นมันค่อยๆถูกเปิดเผยไปเรื่อยๆ

    ฉากหน้าของหนังเรื่องนี้คือ หนังคาวบอย แต่มันแค่ฉากหน้าเท่านั้น เนื้อในมันคือ ความบ้าของ เควนติน(ผู้กำกับ)ซึ่งเขา ใส่เอาไว้แบบจัดเต็มทั้งเรื่อง

    ดาราหลายๆคนในเรื่องถ้าไม่เปิดเครดิตดูก็แต่งหน้าซะจนจำแทบไม่ได้ สมแล้วที่นี่คือหนังของ เควนติน

    สรุปโดยรวม

    เป็นหนังที่ถือว่า พีค สุดๆตั้งแต่ เควนตินทำหนังมา (ในความคิดผมนะ)

    ด้วยมิตรภาพ
    'พล มูฟวี่ ไรเดอร
    310160

    คะแนน
    10/10
  2. เนติพงษ์ สิงหะ
    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    "บ้าบิ่นเกินพิกัด สะใจ อารมณ์ขันร้ายกาจ"
    ข้อเด่น - ใครชอบหนังสไตล์คารวะหนังคาวบอยรุ่นคลาสสิคหรือเป็นแฟนหนังของผู้กำกับ ไม่ควรพลาด
    ข้อด้อย - สำหรับใครบางคนอาจเบื่อในช่วง 1 ชม. แรกของหนังก็ได้
    ผลงานเรื่องที่ 8 ของเควนติน ทารันติโน่ ผู้กำกับที่ผมชื่นชอบมากที่สุดคนหนึ่ง ที่ในเรื่องนี้ยังคงสไตล์เอกลักษณ์ไว้อย่างคงเส้นคงวา ความบ้าระห่ำในการเล่าเรื่องยังคงทำงานประสิทธิผลกับคนดู แม้ว่าในชั่วโมงแรกของหนังจะเต็มไปด้วยบทสนทนาชนิดน้ำไหลไฟดับ แต่ตามเอกลัษณ์ของเควนตินเลย บทสนทนาเหล่านั้นไม่เพียงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปูเรื่องราวตัวละครแต่ยังมีความแสบคัน ต่อล้อต่อเถียงในเรื่องที่คุยกันและยอกย้อนอย่างที่สุด นั่นจึงเป็นเหตุผลให้บทสนทนาในหนังของผู้กำกับคนนี้ไม่ดูน่าเบื่อ ...

    หนังถ่ายทำด้วยฟิล์ม 70 มม. แบบที่มหากาพย์ภาพยนตร์สมัยก่อนใช้ถ่ายทำภาพวิวทิวทัศน์ที่ยิ่งใหญ่กัน เลยให้อารมณ์คารวะหนังแนวคาวบอยยุคคลาสสิค แม้ตัวละครน้อยแต่การเล่าเรื่องมีความน่าสนใจ ปูมหลังของตัวละครทุกตัวมีมิติหมด ความสนุกมือของเควนตินก็คงจะอยู่ที่การหลอกล่อผู้ชมให้ตายใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนจอภาพยนตร์ ก่อนที่เขาจะสับเปลี่ยนเกียร์ให้เกิดเหตุที่ไม่คาดฝันจนทำให้ 1 ชั่วโมงแรกของหนังเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นเร้าใจและมันส์ในอารมณ์ชั้นดี ไม่ว่าหนังจะเปลี่ยนมูด เพิ่มรสชาติความเข้มยังไง แกก็ยังคงเอาอยู่ ซึ่งถ้าใครกำลังรอฉากที่ว่านี้ตลอดหนึ่งชั่วโมงแรกของหนัง รับรองว่ามันส์สะใจคอซาดิสม์แน่นอน

    สรุปว่า The hateful eight ยังเป็นหนังที่รับประกันในความสนุกได้แม้อาจจะยืดยาดจนชวนหาวไปหน่อยสำหรับใครบางคน แต่ถ้าชอบแนวนี้หรือเป็นแฟนคลับผู้กำกับ ก็ต้องบอกเลยว่าเฮียแกยังคงพลังพลุ่นพล่านเช่นเดิม เพิ่มเติมคือความบ้าระห่ำและอารมณ์ขันร้ายๆ เเบบเจ็บตัวจนแทบเจ็บปวดแทนตัวละครกันเลยทีเดียว... เป็นหนังอีกเรื่องที่ผมชอบอย่างเเรงครับ

    8.5/10
    เนติพงษ์ สิงหะ
  3. Mrs.60
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    "นี่คือความแสบสันต์ที่เควนตินเท่านั้นจะทำได้!"
    ข้อเด่น - เล่าเรื่องดี หนังใช้ element ได้คุ้มค่า มีการขมวด-คลายปมที่หมดจด
    ข้อด้อย - คัลท์—ไม่ใช่ทุกคนที่จะถูกจริตกับหนังเรื่องนี้ และหนังยาวเกือบสามชั่วโมง--ควรเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย
    The Hateful Eight เป็นหนังที่พูดยากว่าควรแนะนำให้ไปดูหรือไม่,ด้วยฝีมือกำกับของเควนติน ตารันติโน่ ผู้ขึ้นชื่อว่า ‘คัลท์’ –สไตล์จัด ไม่ว่าจะเป็น : พล็อตเรื่องตามใจฉัน(ให้เยอรมันยึดฝรั่งเศสก็ทำมาแล้ว),ตัวละครพูดจนลิงหลับ,ฉากแอคชั่นดิบเถื่อนเลือดท่วมจอ ฯลฯ เหล่านี้ผู้ชมจะชอบหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับจริตคน แต่ไม่ว่าจะชอบหรือชังอย่างไร ขอบอกเลยว่า The Hateful Eight นั้นไม่ใช่หนังห่วย

    ใน The Hateful Eight เควนตินก็ยังคงสไตล์ของตัวเองไว้ แปลกใหม่บ้างตรงวิธีเล่าเรื่องที่คล้ายกับละครเวที กล่าวคือ: มีฉากเดียว(ตัวละครต่างปูมหลังถูกสถานการณ์บังคับให้อยู่ในที่เดียวกัน),ดำเนินเรื่องด้วยบทสนทนา,ตัวละครน้อย(ไม่มีการนำคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องมาเดินผ่านกล้องเฉยๆ),มีการคั่นเรื่องเป็นองก์(chapter) โดย 2 chapterแรกนั้นเป็นบทสนทนาล้วน ๆ- chapter 3 เริ่มมีการเคลื่อนไหว และไต่ระดับความพีคขึ้นไปเรื่อยๆจนนำไปสู่ฉากบู๊ระเบิดเถิดเทิงท้ายเรื่อง – สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้พลาดคือฉากสนทนาเนิบเนือยในช่วงต้นซึ่งเป็นการปูพื้นฐานตัวละครและจะถูกนำไปขมวดปมเข้มข้นในตอนท้าย (และยิ่งมีพื้นฐานประวัติศาสตร์สงครามกลางเมืองอเมริกาด้วย บทพูดยาวๆนั้นจะไม่น่าเบื่อเลย)

    อีกเรื่องที่น่าพูดถึงคือฉากบู๊อันเปลืองเลือดปลอมเป็นที่สุด ดิบเถื่อน ไร้ดราม่า-ความปราณี เอาสะใจล้วนๆ—เมื่อเทียบกับDjango Unchained หรือ Inglorious Basterd ถือว่าสเกลเล็กกว่า (ตัวละครแปดตัวกับปืนคนละกระบอกระเบิดเขาเผากระท่อมก็กระไร) แต่ความโฉ่งฉ่าง-หลุดโลกยังมาครบ

    เควนตินสร้างตัวละครได้มีเสน่ห์แม้กระทั่งตัวประกอบอดทน—ซึ่งต้องชื่นชมนักแสดงด้วยว่าถ่ายทอดออกมาได้ดี (โดยเฉพาะ Walton Goggins ในบทของนายอำเภอ Mannix) , ลำดับเรื่องได้ดี,วางรายะเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้รายทางก่อนจะดึงมาร้อยเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างน่าชื่นชม


    สรุป : 8/10
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้