1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว

คะแนนเฉลี่ย:
4.3333301544189/5,
คำบรรยาย:
เด่นชายหนุ่มแผนกไอที ที่ไม่ใครสนใจ คนรอบข้างทำราวกับเข้าไม่มีตัวตน แม้แต่ นุ้ย สาวนักการตลาดสุดสวยที่เด่นแอบหมายปองอยู่ห่าง จนวันหนึ่งระหว่างที่ บริษัท ของ เด่นและนุ้ยพาไปเที่ยว ฮอกไกโด นุ้ยเกิดอุบัติเหตุระหว่างที่อยู่เที่ยวต่อที่ญี่ปุ่นต่อจนความจำเสื่อม ซึ่งแพทย์ที่ญี่ปุ่นระบุว่า นุ้ยจะความจำเสื่อมแค่วันเดียว เมื่อตื่นขึ้นมาเธอจะหายเป็นปกติและลืมเรื่องวันนี้จนหมดสิ้น เด่นที่ตัดสินสินใจแอบอยู่ต่อด้วยความเป็นห่วงนุ้ย จึงสวมรอยว่าเขาคือแฟนนุ้ย เรื่องราวหน้าประทับใจจึงเกิดขึ้นกับคนทั้งสอง จะน่าเสียดายก็ตรงที่ความสุขของเด่นมีเวลาแค่วันเดียว

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. BabyGrandmom
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    "หนังรักที่พาคุณเสียน้ำตา"
    ข้อเด่น - โดนใจผู้ชายหลายคนที่อยู่ในโหมดแอบรักแบบพระเอก
    -โลเกชั่นสวย วิวดี ถ่ายทำที่ฮอกไกโด ญี่ปุ่น
    ข้อด้อย - ตอนจบเหมือนจะสุดแต่ก็ไม่สุด
    ปกติเป็นคนไม่ชอบดูหนังรัก โรแมนติก แต่เนื่องด้วยเรื่องนี้เห็นตัวอย่างหนังแบบแวบๆ
    ถ่ายทำที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่นในช่วงฤดูหนาว ที่มีหิมะหนานุ่ม และโปรยปราย
    จึงตัดสินใจไม่ยากที่จะตีตั๋ว เพื่อจะเข้ามาชมวิวสวยๆที่ฮอกไกโด

    เรื่องย่อ ตามเทรลเลอร์ เป็นเรื่องของเด่นชัย หนุ่มออฟฟิศ แผนกไอที ที่ดูจะไร้ตัวตน ไม่เป็นที่สนใจของพนักงานในบริษัท จนวันหนึ่งเค้าดูมีตัวตนขึ้นมา ตั้งแต่พนักงานสาวในออฟฟิศเดียวกัน มีนามว่า "นุ้ย" รับบทโดย มิว นิษฐา
    เด่นชัย แอบหลงรักนุ้ย และระหว่างที่ไปเอาท์ติ้งที่ฮอกไกโดมีอุบัติเหตุทำให้นุ้ยความจำเสื่อมหนึ่งวัน เด่นชัยจึงใช้โอกาสนี้ในการใกล้ชิดนุ้ยด้วยการสวมรอยเป็นแฟนนุ้ยเลย

    ในตัวอย่างหนัง ปูเรื่องมาให้เราเข้าใจไปอย่างนั้น แต่ในตัวหนังที่ไปดูจริงๆแล้วมีเรื่องราว ดราม่าด้วย

    เรื่องของฉากที่ฮอกไกโด ถ้าดูเพลินก็สวยดีแต่ แต่สีของหิมะค่อนข้างดูซีดๆ
    หลังเล่าเรื่อง ปูที่มาที่ไปของพระเอก นางเอกได้ดี

    ส่วนเต๋อที่มารับบท เด่นชัย พนักงานไอทีสุดเนิร์ด เต๋อแสดงออกมาได้ค่อนข้างดีในโมเมนท์ของผู้ชายที่ขี้อาย เข้าสังคมไม่เป็น

    ส่วนมิวนั้น เล่นละครมาก่อน ความน่ารักของมิวทำให้เด่นชัยและคนดู ตกหลุมรักเธอได้ไม่ยาก ในสว่นของความสดใสร่าเริง มิวก็ทำได้ดี เวลายิ้มทำให้คนดูยิ้มตามได้
    ในส่วนของดราม่า การร้องไห้และอารมณ์ร่วมต่างๆ มิวก็ทำได้ดีเช่นกัน ทำให้พลอยสงสารใสตัวละครนุ้ยตามไปด้วย

    ตอนจบ จบแบบไม่เคลียร์ ให้คนดูไปคิดต่อเอาเอง แต่ส่วนตัวคิดว่าเป็นการจบที่ดูอิงหลักความเป็นจริง ดูไม่โอเว่อร์จนเกินไป
  2. Mr.001
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    "วันที่ชิวิตเป็นของเรา..."
    ตอนแรกเห็นพล็อตก็ไม่ได้คาดหวังอะไรแล้ว... อย่างกะซินเดอเรลล่า แต่ที่ไปดู เพราะแพลนจะไปดูหิมะที่ฮอกไกโดอยู่พอดี

    ที่ไหนได้ หนังบ้าอะไรก็ไม่รู้ หลอกให้ขำตอนแรก แล้วกลับมาทำให้ต้องเดินตาแดงออกจากโรง เสีย self ลูกผู้ชายหมด

    :cry:

    พกผ้าเช็ดหน้าไปด้วย จะได้ไม่ต้องใช้มือปาด

    รีวิวแบบจริงจัง.....

    ในช่วงเริ่มก็จะเป็นปูพื้นปูมหลังของตัวละคร สำหรับตัวพระเอก เด่น ก็อาจจะดูเว่อๆ ขำๆ แต่ก็พอสรุปได้ว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยมีใครสนใจก็แล้วกัน ในส่วนของนางเอก นุ้ย ตรงข้าม ชีวิตค่อนข้างดูเรียลมากๆ เรียลจนออกเทาๆ ด้วยซ้ำ

    ในส่วนของช่วงแรกนี้ผมก็ว่าดูขำๆนะ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

    แต่พอเข้าเรื่องแล้วเนี่ย จะเริ่มจริงจัง เริ่มซึ้ง และลงท้ายด้วยการเรียกน้ำตา

    หนังดึงความรู้สึกได้ดีพอควร เทียบกับหนังไทยบางเรื่องที่เคยดู เช่น กวนมึนโฮ ฟรีแลนซ์ หรือ เพื่อนสนิท เรื่องนี้ดูจะทำได้ละเอียดกว่า

    นอกจากนั้น ที่ชอบมาก คือหนังยังสะท้อนแง่คิดอะไรหลายอย่างกลับมาให้คนดูหลายประเด็นทีเดียว

    อย่างตอนแรกที่ผมเข้าใจว่าพล็อตเรื่องคล้ายๆซินเดอเรล่า เพียงแต่เปลี่ยนเป็นฝ่ายชายที่ได้รับเวลาอันจำกัดแทน แต่ความจริงแล้วมันลึกกว่านั้นครับ ช่วงเวลาที่นุ้ยความจำเสื่อมในต่างถิ่น มันเป็นโอกาสทั้งคู่ได้ปลดเปลื้ง สิ่งปรุงแต่งต่างๆของชีวิต สภาพแวดล้อมต่างๆที่เคยกำหนดกะเกณฑ์ชีวิตของทั้งคู่ถูกสลัดทิ้งออกหมด จนเหลือแต่ตัวตนที่แท้จริง ซึ่งตรงนี้คงเอานิทานมาเทียบไม่ได้อย่างแน่นอน

    ขอยกตัวอย่างให้เห็นชัด แต่เกรงว่าจะเป็นการสปอย ขอใส่ไว้ใน spoiler ล่ะกันครับ

    1. ช่วงที่นุ้ยความจำเสื่อม เหมือนย้อนกลับไปเป็นตัวเองเมื่อ 3 ปีก่อน และพอรู้ว่าตัวเองในปัจจุบันมีสภาพเหมือนเมียน้อยของคนอื่น เธอกลับรู้สึกรับไม่ได้ ตรงนี้ทำให้คิดว่า คนเราบางที ตัวตนเป็นอย่างหนึ่ง แต่ จะด้วย ความรัก ความโลภ ความโกรธ หรือ ความหลงก็แล้วแต่ มันค่อยๆดึงเราให้ออกห่างจากตัวตนที่แท้จริงของเราไปเรื่อยๆ จนบางครั้งถ้ามองตัวเองในปัจจุบันด้วยมุมมองของตัวตนในอดีต เราจะแทบจำตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ และคงจะได้แต่นึกว่า เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

    2. การที่เด่น ตัดสินใจที่จะไม่สานต่อความสัมพันธ์ อาจดูขัดใจสำหรับหลายๆคน แต่ผมกลับคิดว่าเด่นมองได้ทะลุแล้ว เพราะถ้ากลับไปเมืองไทยทั้งคู่ไปไม่รอดแน่ คือ คนๆเดียวกัน อาจเป็นคนที่ต่างกัน ในสถานการณ์ หรือบริบทแวดล้อมที่ต่างกัน

    ประเด็นนี้ผมเคยได้ข้อคิดจากการดูเรื่อง Walking Dead คือในซีรีย์เรื่องนี้ จะเห็นว่า เมื่อสภาพการณ์ของโลกเปลี่ยนไป อาชีพ ปูมหลัง สิ่งต่างๆที่เคยกำหนดความเป็นตัวตนในอดีตมันหายไป เราก็จะกลายเป็นคนใหม่ และเราก็จะสามารถทำอะไรหลายๆอย่างที่ตัวตนในอดีตทำไม่ได้ จะเห็นว่า คนที่ขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่มทั้งหลาย เมื่อก่อน บางทีก็เป็นยาม บางทีก็เป็นหมอฟัน คนเป็นผู้ช่วยนายอำเภอกลับเป็นผู้นำที่ดีกว่าอดีต สว ส่วนคนเลี้ยงสัตว์ในละครสัตว์ก็กลายเป็น King ตัวละครในเรื่องก็จับคู่กันได้โดยที่ไม่ต้องสนใจอดีตของกันและกัน

    กลับมาที่ เด่นกับนุ้ย ถ้าทั้งคู่ยังอยู่ในโหมดเที่ยวด้วยกันไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์นั้นก็คงดำรงต่อไปได้เรื่อยๆ แต่เมื่อไหร่ที่กลับมาเมืองไทย มันจะเป็นอีกโลกหนึ่ง โลกใบเก่าที่ช่วงแรกของหนังได้ปูพื้นไว้แล้ว ว่ามันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การงาน สังคม เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว ตอนอยู่ในโหมดเที่ยว สิ่งเหล่านี้มันไม่มีผลอะไรเลย แต่ทันทีที่กลับมาเมืองไทย สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นกรอบชีวิตที่ทั้งคู่ไม่อาจปฏิเสธ

    ตรงนี้ผมมีคำถามในใจว่า แล้วคนเราจะสามารถดึงตัวเองให้หลุดจากกรอบเหล่านี้ โดยไม่ต้องรอให้โลกเปลี่ยนได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ทั้ง 100% เราจะทำได้บางส่วนหรือไม่ 50% ,20% หรือ 10% ก็ยังดี

    3. อันนี้เป็นประเด็นเล็กๆ แต่สำคัญ ตอนที่นุ้ยเห็นปราสาทน้ำแข็งถูกแกะสลักอย่างสวยงาม แล้วพูดว่า "แล้วอย่างไง พรุ่งนี้ก็ปล่อยให้มันละลายไปอย่างงั้นเหรอ คนที่ทำมาเค้าจะรู้สึกอย่างไง" ผู้พูดไม่ได้คิดอะไร แต่กลับกลายเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและสะท้อนใจสำหรับอีกคน จนอึ้งไปทีเดียว ซึ่งบทละเอียดๆแบบนี้ ถ้าดูในหนังจีน ญี่ปุ่น เกาหลี จะเห็นเค้าเอามาใช้กันมาก แต่ไม่ค่อยเห็นในหนังไทย หวังว่าหนังไทยในอนาคตจะใส่อะไรแบบนี้เข้าไปเยอะๆ ครับ
  3. PolMovieRider
    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    "หนังรักแห่งปี"
    ข้อเด่น - บทดี ฉากสวย นักแสดงเก่ง ผู้กำกับเยี่ยม มีการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยได้ดี และดึงอารมณ์สุดๆ
    ข้อด้อย - จบแบบให้คิดต่อ อาจไม่เหมาะกับคนขี้เกียจคิด
    แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว(กำลังฉายในโรงภาพยนต์)



    คนที่ชมหนังเรื่องนี้จบ


    ถ้าโสด จะอยากมีแฟน

    ถ้ามีแฟนจะรักแฟนมากขึ้น

    การฉายวันแรกของหนังเรื่องแรก จากค่ายน้องใหม่หน้าเก่าอย่าง GDH โดยมีผู้กำกับสายหนังรักอย่างพีโต้ง บรรจง มาลงมือสร้างหนังเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริงชนิดที่ว่าโปรดักชั่นไม่น้อย

    ก่อนอื่นสิ่งที่เรารู้สึกได้คือเรื่องมุมกล้องและสีภาพที่มันดูสวยและลงตัวใบกับโครงเรื่องเป็นอย่างมาก แสงลงตัวพอเหมาะ บรรยากาศสวย เก็บรายละเอียดหลัก รายละเอียดรอง ได้เด็ดขาด เรียกได้ว่า ดูจบคงมีคนอีกไม่น้อย ที่อยากไปเที่ยว ฮอกไกโด

    บวกกับการแสดงนำของ เต๋อ และ มิว ที่เคมีเข้ากันมากๆ ที่โชว์ฝีไม้ลายมือชนิดจัดหนัก สร้างความแข็งแรงให้หนังเป็นอย่างมาก

    เรื่องต่อมาคือ รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ผู้กำกับไม่ยอมปล่อยผ่าน เรามองว่าอาจมีฉากบางฉาก ที่ออกใช้จริง 30 วินาที อาจใช้เวลาถ่ายทำสามวัน

    ในด้านเนื้อหานั้น ต้องถือเป็นหนังรักที่หยิบยกเอาเรื่องความจำเสื่อมมาเล่น ได้อย่างน่าสนใจ และบทเหมือนผ่านการคิดวิเคราะห์หาข้อมูลมาพอสมควร

    สิ่งที่โดดเด่นอีกอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้คือความ ตลก ที่ตลกมากๆ และตลกแบบหัวเราออกมาจากความจริงใจ ดูไม่ขัดเขินและมากเกินไป

    ในแง่ความเป็นหนังรักก็ถือได้ว่า สอบผ่านสำหรับเรา มันดูครบเครื่อง และตีโจทย์ได้ในทุกเรื่องที่ว่างเอาไว้
    จะติก็นิดเดียวตรงฉากอารมณ์ ที่เรียกน้ำตาเราไปได้มากโข

    ถือเป็นหนังรักแห่งปีและคุ้มค่ากับการรอคอย

    สรุปโดยรวม หนังเรื่องนี้ ไม่ได้ระบุสถานะผู้ชมไว้ว่า ต้องโสดหรือไม่โสด เพราะจัดเป็นหนังที่ดู้ได้ทุกเพศทุกวัน ยิ่งเฉพาะถ้าใครเคยแอบชอบใครอยู่ห่างๆและคิดว่าเธอหรือเขาไม่น่าจะหันมองมาที่เรา ก็น่าจะอินเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่า


    ด้วยมิตรภาะ
    'พล มูฟวี่ ไรเดอร์
    010959
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้