1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

เปิดประตูสู่เมืองบาดาล:วังนาคินทร์คำชะโนด

คะแนนเฉลี่ย:
5/5,
คำบรรยาย:
ขอเชิญชวนชาวรีวิวบุรีทุกท่านร่วมกันตามรอย นาคี มายังบริเวณประตูสู่เมืองบาดาล ที่บ้านดุง จังหวัดอุดรธานีกันคะ:happy:
แท็ก (Tags) :

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. ข้าวตัง
    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ช่วงเวลาที่เดินทาง:
    25 ตุลาคม 59
    หลังจากข้าวจี้ติดพันมรสุมอยู่นานวันนี้ข้าวจี่กลับมาพร้อมกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกครั้งคะ ในช่วงนี้กระแสความนิยมในละครโทรทัศน์เรื่อง นาคี กำลังเป็นที่โด่งดังทั่วฟ้าเมืองไทย ทำให้ข้าวจี่นึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับพญานาค เจ้าผู้ครองเมืองบาดาลอันลี้ลับมาฝากกันคะ สถานที่ข้าวจี่มีโอกาสได้เดินทางไปสัมผัสประตูที่เชื่อระว่างเมืองบาดาลกับโลกมนุษย์นั้นมีด้วยทั้งหมด 2 ทีคะ คือที่วัดป่าคำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีและอีกทีหนึ่งคือถ้ำเพียงดิน อำเภอสังคม จังหวัดหนองคายคะสำหรับวันนี้ข้าวจี่ของเสนอวัดป่าคำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีก่อนนะคะส่วนถ้ำเพียงดินนั้นข้าวจี้จะนำเสนอในบทความชิ้นต่อไปภายหลังคะ

    สำหรับป่าคำชะโนดเป็นบริเวณที่มีต้นชะโนดหรือเรียกอีกชื่อว่าค้อสร้อยปกคลุมอย่างหนาแน่นรวมกับต้นไม้ชนิดอื่นๆเช่นมะเดื่อป่าและต้นไทรเป็นต้น มีลักษณะเป็นปาล์มชนิดหนึ่งไม่มีหนาม มีใบเหมือนใบตาลลำต้นเหมือนต้นมะพร้าวลูกเป็นเม็ดเล็ก ๆ คล้ายหมากสูงเต็มที่ประมาณ 30เมตร ในประเทศไทยถึงว่าต้นไม้ชนิดนี้เป็นพืชหายยากและขึ้นอยู่หนาแน่นในส่วนบริเวณคำชะโชนนี้เท่านั้น ตอนข้าวจี่เป็นเด็กครอบครัวได้พากันไปเที่ยวอุดรธานีจำได้ว่าเจตนาไปซื้อผ้าไหมเพื่อมาเป็นของฝาก แต่ด้วยว่าข้าวจี่เป็นคนเมารถง่ายเลยเล่นหลับมาตลอดทางรู้สึกตัวอีกทีก็มาถึงวัดป่าคำชะโนดแล้ว ข้าวจี่ไปตอนที่เขามีงานน่าจะเป็นออกพรรษาซึ่งทางวัดนั้นจัดงานใหญ่โต มีชาวบ้านมาร่วมงานเป็นจำนวนมากจนแทบหาที่จอดรถไม่ได้เลยทีเดียว

    หลังจากนั้นก็เดินมาพบหัวสะพานสีขาวซึ่งทอดยาวที่ยังกลุ่มต้นไม้รกทึกกลางทุ่งนาตกแต่งด้วยหัวพญานาคขนาดใหญ่ 2 ตน มีเจ้าหน้าที่เขาบอกให้ถอดรองเท้าก่อนจะเดินเข้าไป และด้วยว่าสะพานนั้นไม่มีต้นไม้หรือร่มใดปกคลุมแน่นอนว่าการเดินเข้าไปนั้นแทบจะเรียกได้ว่ากว่าจะเดินถึงเท้าคงจะสุขกันพอดี ข้าวจี่เดินตามเงาของสะพานที่ทอดยาวลงมายังพื้นเรื่อยๆจนมาถึงตรงกลาง ซึ่งเขาวางรางเหล็กเล็กๆเอาไว้โดย พี่สาวที่เคยมาเล่นว่าที่เขาทำเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเพื่อไม่ให้โลกมนุษย์กับเมือบาดาลเชื่อมถึงกัน ถ้าไม่ทันอย่างนี้สะพานก็จะหักลงมาทุกรอบไปและปกติคนที่ไม่ถือศีล 8 นุ่มขาวห่มขาวเขาก็ไม่ให้เข้ามาเพราะถือว่ายังเต็มไปด้วยกิเลส แต่ทางหลวงพ่อท่านไปขอเอาไว้เพื่อจะได้ดึงดูดนักท่องเที่ยวและช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้จึงอนุญาตให้กับคนที่ไม่ได้นุ่งขาวห่มขาวและไม่ถือศีล 8 เข้ามาได้แต่ต้องถอดรองเท้าเอาไว้ก่อนจะเข้ามาถึงแดนบาดาล และตัวเกาะชาวบ้านเคยเล่าให้ฟังว่าพอน้ำท่วมทุ่งน้ำรอบๆจมหมดยกเว้นตัวเกาะกลับลอยขึ้นมา และพอน้ำแห้งเกาะก็ค่อยๆลดลงตามซึ่งคือเป็นเรื่องพิศวงอีกเรื่องหนึ่งของป่าคำชะโนดนี้

    พอข้าวจี่ก้าวข้ามเข้ามาสู่อีกด้านหนึ่งของรางเหล็กนั้นก็รู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นท่ามกลางแสงแดดของเมืองอีสาน และพอเดินเข้าไปสิ่งแรกที่ข้าวจี่รับรู้ได้เลยก็คือในป่าคำชะโนดนี้เป็นที่เชื่อมต่อกับเมืองบาดาลอย่างแท้จริง มีกลิ่นของโครนและขี้ค้างคาวเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับฉุนบรรยากาศเหมือนหลุดเข้ามาในป่าอเมซอนยังไงอย่างนั้น ใบไม้ปกคลุมหนาแน่นจนแสดงอาทิตย์ไม่สามารถส่องเข้ามาถึง ไม่มีเสียงรบกวนใดๆทั้งสิ้น ไม่มีเสียงนก เสียงแมลง หรือเสียงของการจัดงานที่อยู่ไม่ไกลจากป่าแห่งนี้เลยไม่แปลกใจหากที่นี้จะถูกขนานนามว่าเป็นประตูสู่เมืองบาดาล ไม่ไกลจากสะพานมากนักมีศาลเจ้าพญานาคซึ่งคนเยอะมากจนข้าวจี่กับครอบครัวไม่สามารถเข้าไปดูได้ และมีบ่อน้ำศักดิ์ซึ่งประดับด้วยพญานาคตัวใหญ่อย่างวิจิตรงดงาม ผู้คนเข้ามาเสี่ยงโชคและถูขอกับฆ้องยักษ์ตามธรรมเนียม บรรยากาศที่เยือกเย็นผิดกับทางวัดที่อากาศร้อนอย่างกับจะเผากันสดๆนั้นทำข้าวจี่ลืมไปเลยว่ามันเป็นที่เดียวกัน ที่นี้มีข้อห้ามซึ่งเขียนป้ายติดเอาไว้ชัดเจนเช่น ห้ามตักน้ำศักดิ์มาล้างเท้า ห้ามสงเสียงดังอะไรประมาณนี้ และที่นี้ก็ทำให้ข้าวจี่มารู้จักตำนานผีอันเลื่องชื่อของไทยนั้นก็คือ ผีจ้างหนัง ซึ่งข้าวจี้ขอข้ามส่วนนี้ไปนะคะ หลังจากชมความพิศวงของป่าแห่งนี้แล้ว พี่สาวของข้าวจี่บอกว่าก่อนจะออกไปให้อธิฐานอะไรสักอย่างแล้วเดินออกไปห้ามหันหลังกลับมามองเพราะคำอธิฐานจะไม่เป็นจริงและจะนำสิ่งไม่ดีหรือจะมีผีตามเรามา ยอมรับเลยว่าข้าวจี่กลัวจนตัวสั่นเดินออกมาโดยไม่หันกลับไปมองแม้เพียงนิดเดียว และพอก้าวข้ามรางเหล็กนั้นกลับมาสู่โลกมนุษย์กลับเย็นอย่างน่าประหลาดใจไม่ร้อนเหมือนขามาแต่อย่างไรนับเป็นความอัศจรรย์อย่างหนึ่งที่ข้าวจี่ได้ประสบพบเจอมากับตัวเอง

    ความเยือกเย็นแบบนั้นข้าวจี้ยังจำได้จนมาถึงทุกวันนี้ ข้าวจี่จึงขอเชิญชวนนักอ่านชาวรีวิวบุรีทุกท่านเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าและออกเดินทางมาเที่ยวชมป่าคำชะโนดอีกสักครั้งคะ และท่านจะสัมผัสได้ถึงประตูสู่เมืองบาดาลในแบบฉบับของท่านเอง สำหรับวันนี้ข้าวจี่ขอลาไปก่อน พบกันใหม่ในโอกาสหน้านะคะสวัสดีคะ
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้