1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

อาปัติ

คะแนนเฉลี่ย:
4/5,
คำบรรยาย:
ซัน(ชาลี ปอทเจส)เด็กหนุ่มวัย 19 ปี ที่เพิ่งออกมาจากทัณฑสถานด้วยคดีขับรถชนคนตาย ถูกพ่อให้มาบวชเณรในจังหวัดหนึ่ง ทำให้เณรซันได้พบกับฝ้าย(พลอย ศรนรินทร์)เด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน เณรซันมีฝ้ายเป็นเพื่อนคุย เพื่อนเล่น และปรับทุกข์ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างปกติตามประสาวัยรุ่นหนุ่มสาวแต่ติดที่ว่าเณรซันนั้นอยู่ในชายผ้าเหลือง ด้วยเหตุนี้เองทำให้เณรซันได้พบกับเรื่องราวความรักในอดีตที่เจ็บปวดของสีกาพิน(พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์)และพระรูปหนึ่ง(สรพงษ์ ชาตรี) เรื่องราวถูกบอกเล่าโดยพระทิน (ดนัย จารุจินดา) ที่ชวนให้เณรซันค้นหาคำตอบว่า “บวชเพื่ออะไร” เณรซันต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ระทึกขวัญต่าง ๆนานา เพื่อนำพาไปสู่คำตอบของการมาเข้ามาอยู่ในชายผ้าเหลือง ได้เห็นบาปกรรมที่ตนไม่เคยเชื่อ รวมไปถึงผลของการทำบาปนั้น

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. jintanakan_natty
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    "ตีแผ่บาปบุญผ่านเรื่องราวสยองขวัญ"
    ข้อเด่น - เนื้อเรื่องเข้าถึงอารมณ์ของผู้ชมได้ง่าย และตีแผ่ความจริงของศาสนาในมุมที่เราอาจมองข้ามได้อย่างดี
    ภาพและองค์ประกอบฉากลงตัว กับเรื่องราวของหนัง รวมถึงเสียงประกอบตื่นเต้นเร้าใจช่วยให้เข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้ง่ายขึ้น
    ข้อด้อย - การตัดต่อในบางส่วนอาจทำให้เนื้อเรื่องขาดหายไป ทำให้อารมณ์ของผู้ชมไม่ต่อเนื่อง
    คำถามแรกที่ผุดขึ้นหลังออกจากโรงหนังคือ “หนังเรื่องนี้มีอะไรให้แบน” หลายคนบอกว่า “เพราะลบหลู่พุทธศาสนา” ,“มีฉากรุนแรง”, “ไม่ให้ความเคารพและทำลายศาสนา”, “ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ” ฯลฯ ซึ่งสามารถบอกได้เต็มปากว่าเรื่องราวในหนังไม่ได้เป็นเช่นนั้น อย่างที่เกริ่นนำว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังผีเรื่องหนึ่งที่ผู้สร้างเจตนาถ่ายทอดให้ผ่านมุมมองทางศาสนา นับว่าเป็นการปรุงอาหารเลิศรสพร้อมเสิร์ฟให้คนที่ห่างไกลศาสนาในปัจจุบัน

    ศาสนาพุทธของเราไม่เคยบังคับให้เราต้องทำหรือห้ามทำ คำสอนนั้นบอกกล่าวถึงเหตุและผลที่มันควรจะเป็น อ้างอิงได้ตามหลักวิทยาสาตร์ ด้วยเหตุนี้เองทำให้คนรุ่นใหม่ที่ห่างไกลวัด ได้รับรู้ถึงบาป บุญ คุณ โทษ ที่ตนเองอาจไม่เคยสนใจเลยแม้แต่น้อยผ่านหนังเรื่องนี้ ซึ่งนั้นเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ

    วิธีการดำเนินเรื่องและการตัดต่อภาพช่วยทำให้หนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ การลำดับภาพที่ชัดเจนและไม่ซับซ้อน ทำให้ผู้ชมสามารถคิดตามได้ไม่ยาก มีการหักมุมเล็กน้อยในเรื่องราวตอนท้ายที่เป็นเหมือนกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขข้อข้องใจตั้งแต่ต้นเรื่อง และปูฉากปิดท้ายเรื่องได้ดีเชื่อมโยงกับแก่นของหนังกับประโยค “บวชเพื่ออะไร” เสียงดนตรีประกอบฉากก็มีส่วนทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมในหนังได้ดี รวมไปถึงการแสดงของนักแสดงในเรื่องด้วย สามารถสื่อเรื่องราวและความรู้สึกผ่านแววตาโดยไม่ต้องใช้คำพูดใด ๆ

    ประโยคเด็ด ๆ

    “บาปกรรมหน้าตาเป็นยังไง เรายังไม่เคยเห็น” ประโยคจากเด็กสาวฝ้ายผู้ที่เชื่อมั่นในความรัก โดยไม่แคร์ว่าสิ่งใดถูกผิด สะท้อนให้เห็นความเป็นจริงของสังคมเราที่เต็มไปด้วยตรรกะวิบัติที่ยากเกินอธิบาย และไม่สามารถแก้ไขได้ หากชีวิตของคนในสังคมดำเนินไปอย่างไร้แก่น และไม่แคร์ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ความวุ่นวายคงเกิดขึ้นไม่ใช่น้อย ชวนให้นึกถึงคำที่เราชอบพูดกันว่า “ทำดีได้ดี มีที่ไหน ทำชั่วได้ดี มีถมไป” เราอยากให้มันเป็นแบบนั้นเหรอ?

    “เณรอยากเป็นนักบุญที่ช่วยเหลือคนอื่น หรืออยากเป็นคนบาปที่คอยขอส่วนบุญ” ประโยคสุดท้ายที่พระทินเตือนสติเณรซันท้ายเรื่อง บอกเล่าสิ่งที่ควรดำเนินชีวิตใต้ผ้าเหลืองเป็นนัยว่าเรา สามารถเลือกได้เองว่าจะเป็นนักบุญหรือคนบาป ซึ่งก็เช่นกันการใช้ชีวิตที่เป็นของเรา เลือกเองได้ว่าได้ทำดี หรือทำชั่ว แม้ว่าผลของมันจะไม่ปรากฏทันตาเห็นแต่มันคือการเลือกเส้นทางเดินของชีวิตที่จะนำพาไปสู่จุดจบที่เรากำหนดเอง

    สรุปเอาเองว่าหนังเรื่องนี้ดีมาก เหมาะอย่างยิ่งกับการฉายในสภาพสังคมปัจจุบัน เพื่อเตือนสติหลายคนที่อาจกำลังหลงผิด หรือบางคนที่ไม่เคยรับรู้ถึงเรื่องราวของบาปบุญ หนังเรื่องนี้สามารถตีแผ่ความจริงที่เกิดขึ้นในในสังคมที่เรากำลังทำเป็นลืมเพียงเพราะมันไม่สวยงาม แต่ไม่มีใครที่คิดแก้ไขอย่างจริงจัง และเลือกที่จะทิ้งปัญหาไว้อย่างนั้นต่อไปโดยไม่มีใครหยิบยกมาบอกกล่าวถึงจุดเสื่อม นับว่าเป็นการสร้างสรรค์ผลงานที่มีค่าให้กับวงการจอเงินของค่ายสหมงคลฟิลม์ และบาแรมยูที่กล้าหยิบเรื่องราวอันบอบบางและอ่อนไหวมานำเสนอ และก็ไม่ได้ทำให้แฟนหนังผิดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว

    "การทำผิดหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับเรายอมรับในการกระทำนั้นหรือเปล่า" พระทิน.
    จินตนาการ
  2. PolMovieRider
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    นับว่าเป็นกระแสพอสมควรในช่วงนั้น กับภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงขั้นที่ว่า อาจจะไม่ได้ฉายเลยด้วยซ้ำแต่สรุปสุดท้ายก็ได้ฉายแบบ ตบแต่งบ้างตามสมควร

    เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

    สิ่งที่ผมชอบมากๆเลยในเรื่องนี้คือ การไม่ออกมาของเหล่าผีที่เยอะเกินไป คือทั้งชนิดและความถี่ มันกำลังพอดี ไม่ได้มาแบบเดี๋ยวโผล่ เดี๋ยวโผล่ จนน่ารำคาญ ซึ่งการโผล่ของผีในเรื่องนี้ มากไม่บ่อย แต่ต่อยหนักทุกครั้งที่ออก

    อีกอย่างที่ชอบนอกจากการสอนให้สำนึกในบาปบุญแล้ว ก็คือ การหักมุมของเรื่องที่ทำได้ดี และทำให้คนดูอย่างผมแปลกใจได้ คือกว่าจะจับได้ก็เล่นเอาหนังเกือบจบ

    ในแง่ของนักแสดงก็ทำได้ดีมากๆ โดยเฉพาะ พี่ เอก สรพงษ์ ชาตรี ที่ ทุ่มเทสุดๆในฉากหนึ่งชนิดที่ว่า แย่งซีนและรัศมีของนักแสดงคนอื่นๆไปแบบราบคาบ

    ในแง่การตัดต่อ และลำดับภาพก็ทำได้ดี แต่ก็อาจเพราะมีฉากที่ต้องตัดไปบ้าง(รวมถึงชื่อที่ต้องเปลี่ยน) จึงดูขาดๆไปนิด

    ในแง่ความน่ากลัว ก็กล่าวไปในเบื้องต้นแล้วว่า ผีออกมาแบบไม่เลอะเทอะ และออกมาแต่ละครั้ง ก็สร้างความน่ากลัวได้ชนิดที่ต้องปิดตากันเลยทีเดียว ถือว่าผ่านสำหรับความเป็นหนังผี

    สรุปโดยรวม

    ภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้ ทำออกมาได้ดีทีเดียว และตอบโจทย์ความเป็นหนังผีได้แบบตรงเป้า และในแง่ของจุดประสงค์หลักของหนังที่ต้องการสื่อให้คนดูเห็นในเรื่องของกฎแห่งกรรมนั้น ก็ทำได้ดีเช่นกัน แอบเชื่อว่า หลายคนที่ดูเรื่องนี้แล้ว ก็อาจกลัวการทำบาปมากขึ้น โดยเฉพาะในตอนจบ


    อาปัติ มีดีวีดี ขายในราคา เซลล์ แล้วตามร้านขายหนังรวมไปถึงแผนกหนังของห้างต่างๆ

    ถือเป็นหนังไทยดีๆอีกเรื่องที่น่าสนับสนุน


    ด้วยมิตรภาพ
    'พล มูฟวี่ รเดอร์
    ๒๑๐๘๕๙

    คะแนน 8/10
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้