1. รับ อาสาสมัคร งานเขียนรีวิว ReviewBuri ต้องการอาสาสมัครในโครงการที่จะสร้างสังคมแห่งการรีวิวรูปแบบใหม่ ที่ไม่ต้องเป็นกูรู ไม่ต้องเขียนเก่ง ก็แบ่งปันประสบการณ์ได้ คลิกอ่านรายละเอียดเลย

แชร์ประสบการณ์ ไปเที่ยว พัก อพาร์ทเม้นท์ : สบายกว่าโรงแรม ถูกกว่า โฮสเต็ล

หัวข้อกระทู้ ใน 'อำเภอชอบเที่ยว' เริ่มโพสต์โดย Mr.001, 20 มกรา 2016.

  1. Mr.001

    Mr.001 ผู้ว่าฯรีวิวบุรี ผู้ดูแลเมือง

    วันนี้ขอมาเสนอเทคนิคในการท่องเที่ยวที่ช่วยให้ทั้งประหยัด แต่กลับกินอยู่กันอย่างสบายๆยิ่งกว่าเดิม เป็นเทคนิคที่เหมาะกับการท่องเที่ยวในประเทศที่ค่าครองชีพสูงๆ เช่น ญี่ปุ่น หรือยุโรป ครับ

    หัวข้อว่า ถูกกว่าโฮสเต็ล ความจริงก็ไม่ได้ถึงกับถูกขนาดนั้นทุกครั้ง ทุกกรณีหรอกนะครับ แต่เท่าที่ประสบมารู้สึกว่าราคาคุ้มค่ามากเลย เมื่อเทียบกับพื้นที่ใช้สอย ความสะดวกสบายที่ได้รับ รวมถึงค่าอาหารที่ประหยัดได้อีก ยกตัวอย่างเช่น ห้องอพาร์ทเม้นท์ข้างล่าง เป็นที่พักปักหลักของพวกเรา สำหรับทริปใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโตเมื่อ 3 ปีก่อน

    รูปในกระทู้นี้ผมอัพขนาดเต็มจอไว้ คลิกหรือ นิ้วแตะที่รูป เพื่อย่อ-ขยายรูปได้ครับ
    kyoto-apartment.jpg

    ห้องนี้พักได้สูงสุด 4 คน พื้นที่กว้างขวาง ห้องน้ำในตัว เครื่องซักผ้าแบบปั่นแห้งไม่ต้องตาก มีครัว โต๊ะอาหาร ไมโครเวฟ และสำคัญที่สุด หม้อหุงข้าว (ตัวการแห่งการประหยัด) และอยู่ห่างจากสถานีรถใต้ดิน เพียง 50 เมตร

    เรท 3 คนของห้องนี้ 17,xxx เยน ต่อคืน เท่านั้น ซึ่งราคานี้ ถ้าจะหาที่เป็นโรงแรม ก็อาจพอมีแต่หายากนิดนึง (แน่นอนว่าไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไล่เรียงข้างบน) และได้เป็นห้องแคบๆ หรือถ้าเป็น Hostel ก็อาจมีถูกกว่านี้ แต่เป็นห้องแบบเตียง 2 ชั้น ไม่มีห้องน้ำในตัว ครัวถ้ามีก็ต้องเป็นของส่วนรวมเช่นกัน

    ขอยกอีกตัวอย่างนึง ข้างล่างนี้เป็นห้องที่เมืองเล็กๆที่ชื่อว่า Grindelwald ใครที่เคยไปเที่ยวสวิสคงรู้จักเมืองนี้ดี

    grindelwald-apartment.jpg

    ห้องนี้ยิ่งกว่าอีกครับ เป็นห้องสูท แบ่งเป็นส่วนห้องนอน และส่วน living ซึ่งก็มี โซฟาตัวใหญ่ (นอนเพิ่มได้อีกคน) โต๊ะอาหาร ครัวใหญ่มาก อุปกรณ์ทำอาหารทุกอย่างครบ เตาอบ เตาไมโครเวฟมีหมด แม้กระทั้งเครื่องล้างจาน

    พวกเราได้เปิดหู เปิดตากับเครื่องล้างจาน ก็คราวนี้แหละครับ ใช้แล้วถึงได้รู้ว่ามันสะดวก และสะอาดมากๆ อยากซื้อมาใช้ที่บ้านแต่ดันไม่มีที่ตั้ง

    บ้านคนไทย คงมีน้อยคนที่จะมีเตาอบในบ้าน แต่ถ้าไปยุโรปเค้าจะมีเตาอบกันเกือบทุกบ้าน ดังนั้นก่อนไป คิดเผื่อไว้ก่อน ว่าจะทำอาหารอะไรด้วยตาอบก็ดีครับ ส่วนพวกเราก็ไปเรียนรู้หน้างานเอา :shy:

    ที่สำคัญทีสุด วิวจากหน้าห้อง เป็น Mountain View เต็มๆ ภูเขามันอยู่ใกล้มาก จนเวลาเห็นทีไรผมต้องถามตัวเองว่า มันอยู่ตรงนั้นจริงๆเหรอ คือถ้าอยู่เมืองไทยได้ห้องวิวขนาดนี้ราคาไม่รู้คืนละกี่หมื่นครับ

    เปิดประตูห้องมา ก็เจอแบบนี้เลยครับ ถ้าเทียบกับเมืองไทย เวลาไปเที่ยวทะเลจะพักแบบ Beach Front ราคาไม่รู้กี่หมื่น แต่ที่นี่ราคาแค่ 4 พันกว่าเอง
    view1.jpg view2.jpg view3.jpg


    เรทห้องนี้อยู่ที่ 100 - 140 CHF ต่อคืน ขึ้นกับช่วงเวลาที่เราไป ลองเทียบกับ เรทของ b&b ที่เมือง Interlaken คนไทยรู้จักกันดีชื่อ Rugenpark เรทห้อง tripple ของเค้าอยู่ที่ 140 - 165 CHF ซึ่งได้แค่ห้องนอนกับห้องน้ำส่วนตัวนะครับ ครัวต้องไปใช้รวมกับคนอื่น และแน่นอนไม่มีวิวอลังการแบบนี้
     
  2. Mr.001

    Mr.001 ผู้ว่าฯรีวิวบุรี ผู้ดูแลเมือง

    จุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเรารู้จักกับการพักอพาร์ทเม้นท์ ก็เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน ตอนที่เรากำลังจะไปญี่ปุ่นครั้งแรกกัน ระหว่างที่ผมกำลังหาที่พักแนะนำในเกียวโตอยู่ ก็เจอที่พักที่นึงที่ มันเป็นแบบอพาร์ทเม้นท์ คือมีอะไรต่อมิอะไรครบไปหมด โดนเลยเครับ แต่พอดีที่พักนั้นเต็ม แต่ผมเชื่อว่าต้องมีที่พักแบบนี้ที่อื่นแน่ๆ หาไปหามา ผมถึงได้บรรลุว่า การพักแบบนี้ฝรั่งเค้าเรียก “Vacation Rental” หายโง่เลยทีนี้ หลังจากนั้นผมก็เจอเว็บที่เป็นแหล่งรวมที่พักแบบนี้เว็บหนึ่ง ความจริงคำว่า Vacation Rental ความหมายมันไม่จำกัดอยู่เฉพาะห้องอพาร์ทเม้นท์นะครับ อย่างที่ญี่ปุ่นบางที่จะมีที่เป็นทาวน์เฮาส์ทั้งหลังเลย (คนญี่ปุ่นเรียกว่า Machiya) ตั้งแต่นั้นมาเวลาไปเที่ยวที่ไหนก็พยายามหาที่เป็นที่พักแบบนี้ตลอด สิ่งที่ประทับใจคือ

    สบาย

    ต้องเข้าใจอารมณ์ที่ไปเที่ยวกลับมาเหนื่อยๆ แล้วมีโซฟาให้เราทิ้งตัวลงไปนั่ง มันดีมากๆ เลยนะครับ สบายกว่านอนราบบนเตียง จะกินมาม่าก็มีโต๊ะอาหารให้นั่งกินสบายๆ ไม่ต้องไปนั่งขลุกกินบนโต๊ะเขียนหนังสือของโรงแรม หรือ นั่งขอบเตียงกินอย่างทุลักทุเลกลัวจะกระเด็นโดนนู่นโดนนี่ กินเสร็จมีที่ล้างจาน มีฟองน้ำ มีน้ำยาล้างจานให้ครบ

    และพื้นที่ใช้สอยในห้องที่กว้างขวางก็ทำให้รู้สึกว่าชีวิตระหว่างที่ไปเที่ยวนี่มันช่างโล่งสบายดีเหลือเกิน ครั้งล่าสุดที่พวกผมไปญี่ปุ่นกัน มีที่เมืองมัตสึโมโตะที่ไม่ค่อยมีที่พักแบบอพาร์ทเม้นท์ หาที่ใกล้สถานีรถไฟไม่มีเลย เลยจำใจต้องพักโรงแรม รู้สึกอึดอัด ไม่คุ้นเลยครับ

    ประหยัด (สำคัญกว่าสิ่งใด)

    ความจริงแค่เฉพาะราคาค่าพักแบบนี้ก็ช่วยประหยัดไปได้มากแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เราประหยัดมากขึ้นไปอีกคือ “ครัว” ครับ การทำอาหารกินเองมันทำให้เซฟค่าอาหารโดยเฉพาะในประเทศที่ค่าครองชีพสูงอย่าง ญี่ปุ่น หรือ ในยุโรปไปได้โขเลย

    หลายคนอาจคิดว่า ไปญี่ปุ่นทั้งที ต้องไปกินตามร้านอร่อยๆซิ ก็เราอาจไปทานข้างนอกบ้าง แต่บางวันโดยเฉพาะช่วงเช้า ร้านอาหารเค้าก็ไม่ค่อยเปิดกัน เราก็ทำอะไรง่ายๆกิน เช่นตอนเย็นไปซื้อปลาซาบะ หรือ ปลาหิมะย่างซิอิ้วมาเก็บตู้เย็นไว้ ตื่นเช้ามาก็หุ้งข้าวญี่ปุ่น แล้วก็เวฟปลาย่าง มากินกับข้าวร้อนๆ “ฟิน” ครับ ขอบอก เพราะปลาเค้าสดอร่อย ไม่แพ้ไปกินตามร้านแน่นอน

    หรือตอนที่ไปสวิส หลายท่านก็ทราบ กินข้าวตามร้านอาหาร ราคามื้อนึงเป็นพันต่อคน พวกเราไม่ได้ซื้อกินเลยครับ อย่างมากก็ซื้อพวกฮอทด็อกหรือขนมปังเท่านั้น ที่เหลือทำกินหมด เลยทำให้ประหยัดค่าอาหารไปเยอะมากครับ

    นอกจากนี้ที่อพาร์ทเม้นท์ส่วนใหญ่จะมีเครื่องซักผ้า ทำให้เราไม่ต้องขนเสื้อผ้าไปมากมาย และไม่ต้องห่วงว่าจะมีร้านซักรีดใกล้ๆหรือเปล่า แถมซักฟรี รีดฟรี

    ค่าที่พักก็ถูกอยู่แล้ว ยังช่วยประหยัดค่าอาหาร ค่าซักรีดอีก ไม่รู้จะว่าไง ตอนไปเที่ยวสวิส พวกเราใช้งบถูกว่าเที่ยวญี่ปุ่นอีกครับ ไว้มีโอกาสจะมารีวิวให้ชมกันครับ

    ต้องทำอาหารเองเป็นมั๊ย

    ความจริงทำเองเป็นก็จะดีครับ จะประหยัดมากขึ้น ได้กินอาหารที่คุ้นลิ้นด้วย แต่ถ้าทำไม่เป็น ก็อย่างที่บอก เดี๋ยวนี้มินิมาร์ท หรือ ซูปเปอร์ที่ไหนเค้าก็มีขายพวกอาหารสำเร็จรูปซื้อมาเวฟกินก็อร่อยแบบประหยัดได้แล้วครับ ใครที่พอดีไปเจอที่พักแบบเราที่เกียวโต คือในซอยนั้นจะมีขายแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ร้านมินิมาร์ทไปจนถึงของสดอย่าง ผัก ผลไม้ เนื้อ ข้าวสาร หรืออาหารสำเร็จรูปที่ชาวบ้านเค้าทำมาขายเอง อย่างข้าวกล่อง หรือ ปลาย่าง ถ้าเจอแบบนี้ก็ยิ่งโชคดีครับ
     
  3. Mr.001

    Mr.001 ผู้ว่าฯรีวิวบุรี ผู้ดูแลเมือง

    แล้วจะหาอพาร์ทเม้นท์ได้จากที่ไหน

    ผมคิดว่าหลายท่านคงรู้จักกับ Airbnb แล้ว แต่ส่วนตัวผมเอง แม้พยายามจะจองกับเว็บนี้หลายครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ คือ มัน “แพง”ครับ เว็บที่ผมใช้มาตลอดคือ HomeAway.com ซึ่งเป็นเว็บที่ให้เจ้าของห้อง/บ้าน มาโพสต์ประกาศไว้เอง โดยมีระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น แผนที่ รีวิว ปฏิทินแสดงว่าวันไหนห้องว่าง/ไม่ว่าง หรือแม้กระทั้งระบบจองออนไลน์ ซึ่งอันนี้แล้วแต่ความสมัครใจของเจ้าของที่พักว่าจะเลือกเข้าระบบของเค้ามั๊ย ถ้าใช้ระบบของเค้า ทางเว็บเค้าก็จะคิดค่าใช้ธรรมเนียมการจองเพิ่ม ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะเลือกติดต่อคุยกับเจ้าของที่พักโดยตรง โดยเว็บจะมี Contact Form ให้เราซับมิท เสร็จแล้วหลังจากนั้นทางเจ้าของก็จะอีเมลมาคุยกับเราโดยตรง ซึ่งแบบนี้ราคาจะถูกลงไปเยอะ ส่วนรูปแบบการจ่ายเงินก็แล้วแต่ตกลงกัน บางรายอาจขอให้เราโอนมัดจำไปให้ก่อน แต่ก็มีหลายรายไม่เก็บมัดจำอะไรเลย แค่แจ้งว่าต้องการจองช่วงเวลาไหน ไปถึงค่อยจ่ายตังค์ก็มีเยอะ

    แต่…. เดี๋ยวก่อน รู้อย่างนี้แล้ว ก็อย่างเพิ่งรีบปรี่เข้าไปที่ homeaway.com เพราะว่าเมื่อไม่นานมานี้ มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คือ รู้สึกว่าทาง homeaway เค้ามีการเข้าไปซื้อเว็บ TravelMob.com ซึ่งก็เป็นเว็บที่คล้ายๆ Airbnb คือจะบังคับให้จองผ่านเค้าอย่างเดียวเลย และมีการเก็บค่าธรรมเนียมนู่นนี่นั่น ทำให้ค่าใช้จ่ายแพงขึ้นเยอะทีเดียว หลังจากนั้นผมก็พบว่า homeaway ได้มีการสร้าง homeaway.co.th ขึ้นมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ (ซึ้งใจจริงๆ) ซึ่งเมื่อเข้ามาที่ homeaway.co.th ฐานข้อมูลที่พักจะเป็นของ TravelMob เกือบหมด ส่วนพวกที่พักที่ไม่ได้ผ่าน TravelMob ก็ถูกตัดทิ้งไป (ที่ดีๆทั้งนั้นเลยครับ ที่โดนตัดไป) ที่แย่ก็คือ ตอนนี้ถ้าเราเข้า homeaway.com จากเมืองไทย มันก็จะรีไดเร็ก (redirect) ไปที่ homeaway.co.th อยู่ดี เท่ากับว่าตัวเลือกเราจำกัดลง และต้องจ่ายแพงขึ้น

    แต่…. (อีกครั้ง) ไม่เป็นไรครับ ยังพอมีทางแก้ ให้เข้าที่ เว็บ VRBO.com แทน เว็บนี้ก็อยู่ในเครือเดียวกับ HomeAway ครับ และมันยังมีฐานข้อมูลเดิมของ HomeAway เดิมผสมปนเปกับฐานข้อมูลจาก TravelMob

    อย่างไรก็ตาม แบบที่เราดีลกับเจ้าของที่พักเอง กับ แบบจองออนไลน์ผ่านระบบของเว็บก็มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน จองออนไลน์ก็มีข้อดีที่ไม่ต้องไปคอยติดต่อสอบถามว่าว่างมั๊ย มั่นใจได้ว่ามีที่พักอยู่จริง แต่ข้อเสียคือราคาอาจแพงกว่า มีค่าคิดค่าธรรมเนียมต่างๆเพิ่มเติม ชอบแบบไหนก็ตัดสินใจกันเอาเองนะครับ

    VRBO-SR.jpg


    อันนี้เป็นรูปผลการค้นหาที่พักใน VRBO ที่วงสีแดงไว้ ถ้าเป็น View Details จะเป็นการดีลกับเจ้าของโดยตรง แต่ถ้า Book Now ก็จะเป็นการจองผ่านเว็บไซต์ครับ
     
  4. Mr.001

    Mr.001 ผู้ว่าฯรีวิวบุรี ผู้ดูแลเมือง

    เว็บไซต์ทางเลือกอื่นๆ

    ความจริงสำหรับตอนนี้ผมรู้สึกว่า VRBO ลงตัวที่สุดแล้ว แต่ควรดูราคาที่อื่นประกอบด้วย และในอนาคต ก็ไม่รู้ว่าเว็บนี้จะแปลงสภาพไปเป็นอย่างไง ดังนั้น คงต้องหาทางเลือกเผื่อๆไว้ก่อน ดีกว่า ต้องออกตัวก่อนว่าเว็บต่อไปนี้ผมยังไม่เคยใช้บริการมาก่อนเลยนะครับ เพียงแต่เคยผ่านตาบ้างตอนที่ค้นหาที่พักครับ

    สำหรับ Airbnb คงไม่ต้องแนะนำนะครับ รู้จักกันดีอยู่แล้ว

    flipkey.com อันนี้เป็นเว็บในเครือของ Trip Advisor ราคาไม่แพง แต่ฐานข้อมูลไม่มาก

    tripping.com เป็นเว็บที่ช่วยในการหาที่พักแบบ Vacation Rental จากเว็บอื่นๆหลายๆเว็บพร้อมกัน ไม่ต้องไปนั่งค้นทีละเว็บ ฟังดูดี แต่เอาเข้าจริงๆ รายการที่พักส่วนใหญ่ที่แสดงออกมา ก็มาจาก HomeAway อยู่ดี แถมบางทีหลอกให้ดีใจ ดูในเว็บนี้บอกว่าว่าง พอคลิกเข้าไปที่ HomeAway จริงๆ ก็ขึ้นว่าไม่ว่าง แต่ก็หวังว่าในอนาคตจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง รวมถึงเพิ่มฐานข้อมูลจากที่อื่นเพิ่มเติม ดูๆไว้ก่อนก็ดีครับ

    www.japan-experience.com/rent-a-house-in-japan อันนี้สำหรับคนที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ฐานข้อมูลเยอะพอควร (แต่ยังน้อยกว่า VRBO) และแต่ละแห่งมีรีวิวเยอะดี ราคาก็ใช้ได้ครับ แถมยังจองออนไลน์ได้เลย

    chalet.myswitzerland.com/?lang=en อันนี้สำหรับสวิตเซอร์แลนด์ครับ มีที่พักค่อนข้างเยอะครับ ราคาก็ไม่แพง ดูอย่างกะทางเว็บไม่ได้บวกเพิ่มเลย เวลาค้นหา แนะนำว่าอย่าใส่ฟิวเตอร์เยอะมากนะครับ ใส่แค่ วันเข้าพัก จำนวนคน Quality และ ราคา แค่นี้พอครับ ส่วนพวก Property, Location, Provider ดูเหมือนบรรดาเจ้าของที่พักส่วนใหญ่จะไม่ได้ระบุรายละเอียดพวกนี้ไว้ อย่าไปใส่ดีกว่าเพราะอาจทำให้ได้ผลการค้นหาเป็นศูนย์ครับ ราคาที่แสดงจะเป็นราคาต่อ 1 อาทิตย์นะครับ อย่าตกใจ และส่วนใหญ่เค้าก็รับแขกที่พัก 3 วันขึ้นไปครับ
     
  5. Mr.001

    Mr.001 ผู้ว่าฯรีวิวบุรี ผู้ดูแลเมือง

    ข้อควรคำนึงในการพักอพาร์ทเม้นท์

    โอกาสโดนโกง

    ตรงนี้จะต่างกับเว็บเอเยนซี่รับจองโรงแรมอย่าง Booking.com, Agoda, Hotel.com เพราะเว็บพวกนี้เค้าจะมีกลไก มีสัญญา หรือข้อตกลงบางอย่างกับโรงแรม (โดยผ่านตัวกลางกี่ทอดก็แล้วแต่) ซึ่งก็ทำให้มั่นใจได้ว่ามีโรงแรมนั้นอยู่จริง แต่ในกรณีของอพาร์ทเม้นท์ โดยเฉพาะแบบที่เราดีลกับเจ้าของบ้านโดยตรง มันค่อนข้างง่ายที่ใครจะไปสร้างห้องพักในอากาศที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมา แล้วบอกว่าเป็นเจ้าของ แล้วก็ขอให้คุณโอนเงินค่ามัดจำไปให้ก่อน วิธีป้องกันสำหรับกรณีนี้คือ เลือกอพาร์ทเม้นท์ที่มีคนรีวิวพอสมควร ซึ่งตัวผมเองตั้งแต่เริ่มพักที่พักแบบนี้มายังไม่เคยเจอกรณีโกงเลยครับ

    บางครั้งเจ้าของที่พักไม่อัพเดทปฏิทิน และไม่ตอบกลับ

    ความจริงแล้วเจอบ่อยมาก โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น คาดว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเจ้าของไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เลยขี้เกียจตอบ บางครั้งผมต้องโทรไปคุยที่ญี่ปุ่นเลย พอได้คุยกัน ถึงจะภาษาไม่ดี แต่เค้าก็พอจะสื่อสารให้เราทราบว่าห้องเต็มแล้วในวันที่เราต้องการพัก ดังนั้นวิธีการคือต้องเลือกหลายๆที่ที่เหมาะสม แล้วติดต่อไปให้หมดเลยครับ ตรงนี้ยอมรับว่าค่อนข้างยุ่งยากกว่า พวกที่มีระบบรับจองอัตโนมัติอย่าง Airbnb หรือ TravelMob แต่ถ้าอยากได้ของดีและถูกก็ต้องลงแรงหน่อยครับ ขอให้อ่านรีวิว และถ้ามีรีวิวของแขกต่างชาติอยู่ด้วย ก็เชื่อว่าเค้าไม่น่าจะมีปัญหาสื่อสารกับเรา บางทีเจ้าของอาจเป็นฝรั่งก็ได้ครับ ที่ผ่านมาผมเคยไปพักอพาร์ทเม้นท์ที่ญี่ปุ่น 2 ครั้ง ทั้ง 2 ครั้งเจ้าของเป็นสามีฝรั่ง ภรรยาญี่ปุ่น เหมือนกันเลยครับ

    Minimum Stay

    ลองนึกว่าถ้าเราเป็นเจ้าของบ้าน แขกมาพักครั้งนึงมีงานอะไรต่อมิอะไรที่เราต้องทำตั้งแต่ ก่อนจองก็ต้องตอบข้อซักถาม ส่งเมลกันไม่รู้กี่รอบ พอแขกมาถึงก็ต้องอธิบายการใช้ห้อง อะไรอยู่ตรงไหน แขกยังจะปรึกษาเรื่องท่องเที่ยวอีก เสร็จแล้วพอแขกออกก็ยังต้องทำความสะอาด ตรวจสอบความเรียบร้อยต่างๆอีกมากมาย ดังนั้นถ้าแขกมาพักวันเดียว เราก็คงไม่ค่อยอยากต้อนรับซักเท่าไหร่ นั่นคือสาเหตุที่เจ้าของที่พักส่วนใหญ่จะมีการกำหนด “จำนวนวันเข้าพักขั้นต่ำ หรือ Minimum Stay ไว้” เช่นต้องพักติดต่อกันอย่างน้อย 3 วันเป็นต้น ด้วยเหตุนี้ใครที่กะจะพักวันเดียว อาจมีตัวเลือกน้อยสำหรับที่พักแบบนี้

    เจ้าของที่พักบางคนมีการขอชาร์ตค่าประกันความเสียหายในอัตราสูง

    บางทีสูงกว่าค่าพักอีก อันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกรณีแบบจองออนไลน์ ทางเว็บกลางจะชาร์ต (ผ่านบัตรเครดิต) เผื่อไว้ว่าเราไปทำอะไรให้ห้องพักเค้าเสียหาย เจ้าของที่พักก็สามารถมาดึงค่าชดเชยจากตรงนี้ได้ แต่ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เจ้าของเค้าก็จะทำการปล่อยค่าประกัน เงินก็จะถูกเครดิตคืนเข้ามาในบัตรของเราเต็มจำนวน การอ่านรีวิวจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงเจ้าของบ้านที่ชอบเอาเปรียบได้ แต่ปัญหา มันอยู่ที่ว่า ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะมีการเครดิตเงินคืนเต็มจำนวน แต่เมื่อคำนวณเป็นเงินบาทเราก็ยังได้คืนไม่ครบอยู่ดี เพราะตอนชารต์กับตอนคืนใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ต่างกัน ซึ่งส่วนใหญ่เราจะเสียเปรียบ ดังนั้นยิ่งตัววงเงินประกันสูง เราก็ยิ่งเสียมากครับ แต่เจ้าของที่ไม่ชาร์ตค่าประกันเลยก็มีอยู่เยอะครับ

    อย่าลืมว่านี่บ้านคนอื่นนะ ไม่ใช่โรงแรม

    ในการพักที่พักแบบนี้ เราต้องตระหนักว่า นี่เป็นบ้านคนอื่น ไม่ใช่โรงแรมที่เค้ามีพนักงานทำความสะอาดคอยดูแลเป็นหน้าที่ประจำ ดังนั้น เราควรรู้จักเกรงใจ และใช้ห้องหรือบ้านอย่างระมัดระวัง อย่าทำบ้านเค้าเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่วนใหญ่เค้าจะมีการแยกขยะ เจ้าของเค้าจะอธิบายให้เราฟังตอนเช็คอิน ต้องแยกขยะอย่างไร เต็มแล้วเอาไปทิ้งที่ไหน เราก็ควรใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ ข้อนี้ผมไม่จัดว่าเป็นข้อเสียนะ มันทำให้เราได้เรียนรู้เสี้ยวหนึ่งของวิถีชีวิตคนท้องถิ่น ได้เปิดหู เปิดตาว่าบ้านเมืองที่พัฒนาแล้วเค้าให้ความสำคัญ และมีระบบในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างไร

    ประการสำคัญ คือ ถ้าเราทำอะไรไม่ดี มันจะเสื่อมเสียไปถึงภาพลักษณ์โดยรวมของคนไทย เดี๋ยวอีกหน่อยจะไม่มีเจ้าของบ้านที่ไหนยอมให้คนไทยเช่านะครับ

    ครับจบแล้วครับ กระทู้นี้ผมใช้เวลาเขียนอยู่นานพอควร หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่านนะครับ
     
  6. awe7

    awe7 New Member ชาวเมือง

    เพศ:
    หญิง
    รบกวนสอบถาม ที่พักเมือง Grindelwald ในรูปข้างบนชื่ออะไรคะ
    และขอบคุณสำหรับการแบ่งปันข้อมูลค่ะ
     
  7. Mr.001

    Mr.001 ผู้ว่าฯรีวิวบุรี ผู้ดูแลเมือง

    ตอบใน pm แล้วนะครับ
     
  8. Areerat

    Areerat New Member ชาวเมือง

    เพศ:
    หญิง
    รบกวนปรึกษาคะ พอดีจองไปเมื่อคืน แต่เบลอลืมกดจำนวนผู้เข้าพัก จะไป3คน ดันจองไปแค่คนดียวตามระบบออโต้ ตัดบัตรเงินสดเรียบร้อย เมล์ไปหาเจ้าของแล้วยังเงียบอยู่ รัตน์ต้องทำไงบ้างคะ
     
  9. Mr.001

    Mr.001 ผู้ว่าฯรีวิวบุรี ผู้ดูแลเมือง

    VRBO หรือเปล่าครับ ความจริงผมก็ไม่เคยแก้ไข booking ของระบบอัตโนมัติ (เคยจองแบบอัตโนมัติ แค่ครั้งเดียวเอง) ตามปกติเจ้าของเค้าน่าจะติดต่อกลับมานะครับอาจจะติดธุระ ลองเข้าไปในระบบจัดการ booking ดูครับว่ามีที่ให้แก้ไขมั๊ย

    แต่ถ้าที่พักที่จอง มั่นใจว่าห้องมันสามารถพักได้ถึง 3 คนอยู่แล้ว ผมว่าไม่ต้องกังวลมากนะครับ เพราะอย่างไงเราก็ได้ล็อกห้องนั้นไว้แล้ว (คือถ้าเป็นแบบพวกโรงแรมที่เค้ามีห้องเยอะ และหลายๆแบบ เราก็อาจต้องห่วงว่าเค้าจะหาห้องที่พักคนเดียวให้เรา แต่นี่มันไม่ใช่) อย่างมาก ตรงส่วนต่างเราก็แค่จ่ายเป็นเงินสดให้เจ้าของตอนวันเช็คอินครับ

    ป.ล. เพิ่งจองไปเมื่อคืน ผมคิดว่ารอเจ้าของเค้าหน่อยดีกว่านะครับ ยังไม่ถึงวันเลย บางทีเค้ายังไม่ทันได้เช็คเมลเลย
     
    แก้ไขล่าสุดเมื่อ: 16 มิถุนา 2016
    Areerat ชอบใจโพสต์นี้.
  10. Areerat

    Areerat New Member ชาวเมือง

    เพศ:
    หญิง
     
  11. Areerat

    Areerat New Member ชาวเมือง

    เพศ:
    หญิง
    ขอบคุณมากนะคะ พอดีไม่เคยจองผ่านhomeaway เลยค่อนข้างร้อนใจ ตอนเลือกห้องดูขนาดขนาดของห้องไว้แล้วว่าพอรองรับค่ะ แต่ตอนเลือกดันลืมซะงั้น ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
     
    Mr.001 ชอบใจโพสต์นี้.
  12. PSKA

    PSKA New Member ชาวเมือง

    เพศ:
    หญิง
    กำลังหาที่พักโตเกียวช่วงตุลาค่ะ ส่วนตัวชอบ flipkey ตรงที่ ห้องเดียวกันแต่ราคาถูกกว่า airbnb มากเลย แต่รีวิวน้อย ทำให้ยังกล้าๆกลัวที่จะจอง อยากสอบถามว่า flipkey นี่น่าเชื่อถือมากไหมคะ
     
  13. Mr.001

    Mr.001 ผู้ว่าฯรีวิวบุรี ผู้ดูแลเมือง

    ผมไม่เคยใช้เหมือนกันครับ แต่เท่าที่สืบมา flipkey เป็นเครือเดียวกับ tripadvisor ซึ่งก็เป็นเว็บที่นักเที่ยวทั่วโลกให้ความไว้วางใจครับ

    ไม่กล้าฟันธง แต่บอกได้แค่ว่าถ้าเป็นผมเองผมจะไม่กังวลเรื่องนี้ครับ
     

แบ่งปันหน้านี้