1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

Watchmen : ศึกซูเปอร์ฮีโร่พันธุ์มหากาฬ

คะแนนเฉลี่ย:
4.6666665077209/5,
คำบรรยาย:
อเมริกาปี 1985,ในขณะที่บรรยากาศทางการเมืองระหว่างอเมริกาและโซเวียตกำลังตึงเครียด คอเมเดี้ยน,อดีตฮีโร่คนสำคัญถูกฆาตกรรมในนิวยอร์กเป็นการตายอันมีเงื่อนงำจุดเริ่มต้นให้ฮีโร่สวมหน้ากากรอร์สชาร์ชไล่ติดต่อกลับไปยังกลุ่มเพื่อนฮีโร่ผู้ร่วมอุดมการณ์ของเขาเพื่อช่วยกันค้นหาความจริง และยืนยันข้อสงสัยของเขาที่ว่า...กำลังมีใครสักคนที่ตามเก็บกลุ่มฮีโร่นอกกฏหมาย.
แท็ก (Tags) :

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. เนติพงษ์ สิงหะ
    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    "สุดยอดหนังฮีโร่ที่ดาร์คสุด เข้มข้นสุด"
    ข้อเด่น - งานด้านภาพที่เท่ห์ระเบิด ได้อารมณ์แบบคอมมิคการ์ตูน เนื้อหาจริงจัง ไม่เกินจริง
    [​IMG]

    ได้ยินกิติศัพท์ของมันมานานถึงเรื่องที่เกี่ยวกับ การที่มันเป็นหนังฮีโร่ ในแนวทางสายดาร์คอย่างแท้จริง


    ผมชอบในส่วนของการเป็นหนังที่ชำแหละถึงตัวตนของการเป็นฮีโร่ ผดุงความยุติธรรม ช่วยเหลือประชาชน ...เมื่อมันถูกเล่ามาอีกรูปแบบหนึ่งท่ไม่ใช่ในทางฮีโร่ทั่วไป ฮีโร่ในเรื่องนี้ทั้งดิบเถื่อน โหดเหี้ยม แทบจะไม่แคร์อะไรทั้งนั้น และต้องบอกก่อนเลยครับว่า ฮีโร่ในเรื่องนี้ไม่ได้จะเน้นในแนวทางเตะต่อย ด้วยอาวุธล้ำๆ บินโฉบเฉี่ยวไปมา ระเบิดตูมตาม หรือมีฉากแอ๊คชั่นถล่มเมืองแบบที่เรื่องอื่นๆ ทำกัน โอเค ในเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าฉากแอ๊คชั่นจะไม่มีเลย มีครับ เพียงแต่หนังไม่ได้เน้นความเว่อร์อะไรมากเกินไป หนังเองก็เน้นไปที่การเล่าเรื่องถึงมุมกลับของฮีโร่บ้างครับ มันเป็นฮีโร่ที่สมจริงนะผมว่า เนื้อหาจริงจัง

    [​IMG]

    หนังใช้การเล่าเรื่องแบบเป็นช่วงๆ ด้วยพาร์ทย้อนอดีต ให้ผู้ชมสำรวจของสาเหตุที่กลายมาเป็นชนวนหลักในเรื่อง พร้อมกับเสียงบรรยายของตัวละครควบคู่กับฉากโลกปัจจุบัน ซึ่งทำออกมาได้น่าติดตามมากครับ หนังยาวประมาณ 160 นาทีแต่ทำได้น่าติดตาม ไม่น่าเบื่อหรือยืดยาดเกิน ...อีกองค์ประกอบที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นและน่าจดจำไปอีกเท่าตัวก็คือ งานด้านภาพ

    [​IMG]

    แซ็ค สไนเดอร์ ผู้กำกับคนนี้รับประกันได้ถึงงานด้านภาพวิชวลล้ำๆ สโลว์แบบสวยงาม ในเรื่องนี้ก็เช่นกัน ทำออกมาได้เข้ากับยุคสมัยในหนังมากครับ ออกมามืดหม่นชนิดที่ว่ามากๆ ครับ ก็ได้อารมณ์ดาร์คแบบเข้มๆ ไป


    ด้วยความที่เป็นหนังฮีโร่ที่ไม่เหมือนคนอื่นเขา ก็คงทำให้ Watchmen เป็นหนังฮีโร่ของทางฝั่ง DC ที่ผมก็ชอบและก็ติดใจในส่วนของเนื้อหาที่ดาร์คและภาพวิชวลเท่ห์ๆ เอฟเฟ็กต์ต่างๆ ในเรื่อง....

    8.5/10
    เนติพงษ์ สิงหะ
  2. natsu
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    Watchmen เป็นหนังฮีโร่ ที่ไม่ได้เน้นในด้านความเป็นฮีโร่จ๋าเหมือนฮีโร่ดังๆที่เรารู้จักกัน แต่กลับไปเน้นเรื่องดราม่าเป็นหลักแทน

    ตัวละครที่อยู่ในทีม Watchmen ก็จะมีหลักๆ 6 คนค่ะ แต่ละคนก็จะมีความสามารถและแนวคิดที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ The Comedian, Rorschach, Nite Owl, Dr. Manhattan, Ozymandias, และ Silk Spectre

    เดิมทีกลุ่ม Watchmen ก็จะเป็นกลุ่มคนที่คอยดูแลรักษาความสงบให้กับเมือง แต่หลังจากที่ทางการห้ามมีการใส่หน้ากากทำหน้าที่ฮีโร่ คนในกลุ่ม Watchmen ก็เลยต้องกลับไปใช้ชีวิตตามปกติเหมือนคนทั่วๆไป บางคนก็เลิกการสวมหน้ากากและผันตัวไปทำอย่างอื่นแทนแล้ว เหลือแค่ Rorschach นี่แหล่ะ ที่ยังคงใส่หน้ากาก

    เนื้อเรื่องมันจะอยู่ในช่วงที่สหรัฐอเมริกาทำสงครามเย็นกับสหภาพโซเวียต และอาจจะมีการยิงนิวเคลียร์กันในไม่ช้า ในขณะเดียวกัน The Comedian ก็ถูกฆ่าในช่วงนี้เช่นกัน ทำให้ Rorschach เริ่มรู้สึกสงสัยในการตายของ The Comedian และลงมือหาข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง และ Rorschach ก็เชื่อว่าเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่ม Watchmen กำลังจะตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน

    ในหนังก็จะปูถึงความหลังของตัวละครแต่ละตัวสลับกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งก็เล่าได้ค่อนข้างครบและชัดเจนอยู่ค่ะ ทำให้เราไม่ค่อยแปลกใจเลยว่าทำไมคนนี้ถึงมีบุคลิกและแนวคิดแบบนี้

    ชะตากรรมของประเทศที่กำลังปั่นป่วนและเหล่า Watchmen จะเป็นอย่างไรต่อก็ต้องไปติดตามกันเอาค่ะ :)

    แต่จุดที่หนังทำได้ดีก็คือ มันเป็นหนังฮีโร่สีเทาๆ ที่แสดงให้เห็นว่า จิตใจคนมันหลากหลายและยากที่จะทำความเข้าใจ คือแม้แต่ฮีโร่เองก็ไม่ใช่เป็นคนดี 100% และถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนดี 100% ก็ใช่ว่าจะเป็นฮีโร่ไม่ได้ สิ่งที่แต่ละคนตัดสินใจอาจจะไม่ได้เหมือนที่เราคาดหวังไว้ แต่การตัดสินใจนั้นอาจมีเบื้องหลังอีกมากมายที่เราอาจจะไม่เข้าใจอยู่ก็ได้ มันก็ขึ้นอยู่กับเราว่า เราจะเลือกตัดสินคนจากการมองที่การตัดสินใจตรงนั้น หรือมองผลลัพธ์ของการตัดสินใจกันแน่

    เรื่องนี้ถึงแม้จะไม่ใช่หนังใหม่ คือมันเป็นหนังฮีโร่ที่ดูแปลกใหม่ดีค่ะ … แต่แนะนำว่าเด็กเล็กไม่ควรดู หรือไม่ก็ควรมีผู้ปกครองแนะนำค่ะ เพราะมีฉาก 18+ และฉากรุนแรงเลือดสาดอยู่
  3. Mrs.60
    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    "หนังฮีโร่ที่มีความเป็นมนุษย์ที่สุดเรื่องหนึ่ง!"
    ข้อเด่น - ปม-ประเด็นหนักแน่น
    ข้อด้อย - ไม่เหมาะกับคนที่คาดหวังแอคชั่นมันส์ ๆ หรือคิดว่าหนังฮีโร่เหมาะกับเด็ก-- โน, เลือด,ความรุนแรง,เซ็กส์จัดเต็ม
    ท่ามกลางกระแสหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่บูมอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา หนังฮีโร่เก่าๆหลายๆเรื่องถูกหยิบยกขึ้นดูซ้ำหลายต่อหลายครั้ง เรื่องหนึ่งที่ไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวงคือ Watchmen

    Watchmen สร้างมาจากกราฟฟิคโนเวลของอลัน มัวร์ ที่นิตยสาร Times จัดให้เป็น the 100 best English-language novels from 1923 to the present เล่าเรื่องราวของมนุษย์ธรรมดากลุ่มหนึ่งที่ลุกขึ้นมาสวมหน้ากากผดุงคุณธรรม—เนื้อเรื่องอาจฟังคล้าย Kick Ass ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวอชเม็นไม่ได้ขำขนาดนั้น

    อย่างแรกที่ผู้ชมควรรู้ก่อนไปดูคือ : จงลืมชื่อไทยสุดเร้าใจนั่นไปเสีย “นี่คือหนังดราม่า”ไม่ใช่หนังปล่อยพลังเบาสมอง เรียกได้ว่าเป็นดาร์กไซด์ของซูเปอร์ฮีโร่ ภาพที่ปรากฏบนจอคือความเรียลในเซ็ตติ้งที่ไม่เรียล(อเมริกาใต้การปกครองของนิกสันและชนะสงครามเวียดนาม) ประชาชนประท้วงและตั้งคำถามกับการมีอยู่ของซูเปอร์ฮีโร่ (นับว่าเป็นประเด็นที่ใหม่ในตอนนั้น แทบไม่มีหนังฮีโร่เรื่องไหนที่ประชาชนไม่แฮปปี้การมีอยู่ของผู้ผดุงคุณธรรมนอกกฎหมาย)คุณจะไม่ได้เห็นฮีโร่ในแง่ดีงามหมดจด ทุกคนทีส่วนผสมของสีเทา บางคนอาจจะหนักไปทางดำด้วยซ้ำ ,ความโหดเหี้ยมที่มนุษย์มีต่อมนุษย์ด้วยกันเอง ฯลฯ

    เซค ซไนเดอร์(300.The Man of Steel)กำกับหนังเรื่องนี้ได้อย่างทรงพลัง คุมโทนหนังหม่นมืดเข้าบรรยากาศเรื่อง,เพลงประกอบสมัยพ่อยังหนุ่มที่เข้าบรรยากาศเป็นสุด,การเล่าเรื่องมีแฟลชแบ็กกับไปยังปูมหลังของแต่ละตัวละครเป็นระยะแต่ไม่ทำให้สับสน,ฉากบู๊ที่กำลังพอดีสำหรับหนังดราม่า หากใครเคยประทับใจแอคชั่นอันประกอบด้วยจังหวะสโลว์อันละเมียดละไมให้ซึมซับเลือดและความรุนแรงได้เต็มที่ – คุณจะยังเห็นสไตล์นั้นในวอชเม็น

    สิ่งหนึ่งที่อยากจะเสริมสำหรับคนที่สนใจหนังเรื่องนี้ : หากคุณมีพื้นฐานประวัติศาสตร์อเมริกันยุคสงครามเย็นจะดูหนังสนุกขึ้น.

    สรุป : 9/10
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้