1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

The Killing of a Sacred Deer

คะแนนเฉลี่ย:
5/5,
คำบรรยาย:
เรื่องราวของ "สตีเว่น" ศัลยแพทย์ผู้มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่การมาของเด็กชายอย่าง "มาร์ติน" กลับทำให้เกิดเรื่องราวปั่นป่วนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. trebeilnahoj
    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    [​IMG]
    เป็นเรื่องที่เราอยากดูมากกกกกกกๆๆๆ ด้วยความที่ตั้งแต่ปีสองปีก่อนนู่นได้ดู The Lobster ในโรงแล้วก็ค้นพบว่าชอบสัสๆ พอเห็นว่าผู้กำกับกำลังทำหนังเรื่องใหม่ออกมาก็เลยตื่นเต้นพร้อมดูสุดๆ พอวันหนังเข้าฉาย 3 พ.ย.ก็ดูรอบหนังทันทีแล้วก็ค้นพบว่า ไม่มี!!! ตอนนั้นก็แบบทำใจละ เสียใจจริงจัง ก็หนังมันนอกกระแสนี่เนาะช่วยไม่ได้ แล้วไม่กี่วันหลังจากนั้นก็เหลือบไปเห็นว่าอ้าวหนังมันเลื่อนฉายเป็น 30 พ.ย.นี่หน่า5555

    เรื่องราวว่าด้วย "สตีเว่น" ศัลยแพทย์ที่มีครอบครัวแบบคนปกติ แต่เข้าไปเกี่ยวพันกับ "มาร์ติน" เด็กชายที่เริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อยๆกับเขาและครอบครัวของเรา ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้ผู้กำกับได้แรงบรรดาลใจมากจากตำนานกรีกในช่วงก่อนสงครามทรอย หลังจากนี้ก็จะเป็นสปอยล์แล้วค่าาา
    ตำนานนี้ก็มีเรื่องราวอยู่ว่า ก่อนเริ่มสงครามกษัตริย์อากาเมมมอนดันไปฆ่ากวางของเทพีอาร์เทมิสเข้า เลยโดนคำสาปให้ฆ่าลูกคนใดคนหนึ่ง ไม่งั้นกองทัพจะต้องแพ้ราบคาบ ทหารต้องตายมากมาย
    ซึ่งผู้กำกับก็เอาแกนหลักของเรื่องนี้มาทำเป็นหนังเรื่องนี้ขึ้น และเราขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าถ้าไม่คุ้นกับแนวการทำหนังแบบนี้เข้าไปมีงงแน่นอน555 ถ้าไม่เกลียดไปเลย ก็น่าจะชอบไปเลย5555

    [​IMG]

    พูดถึงการแสดงก่อนแล้วกัน อย่างที่บอกว่าไม่เกลียดก็ชอบไปเลย เพราะว่า เราว่านักแสดงถูกบรีฟมาว่าให้แสดงหน้าตายโมโนโทนอ่ะ เป็นการแสดงตอบโต้ถามคำตอบคำ พร้อมไดอะล็อคที่อยู่ดีๆก็ผุดขึ้นมาในสถานการณ์ที่ไม่น่าผุดขึ้น ทุกตัวหน้าตายมาก ยกตัวอย่างอย่างเช่นเวลาขอความช่วยเหลือก็จะพูดว่า "คุณคะ ช่วยด้วย" ในเสียงโมโนโทน ซึ่งถ้าเป็นชีวิตจริงคงกรี้ดไปแล้วโว้ย55555 เราว่าผู้กำกับบรีฟมานั่นแหละ555 แล้วยิ่งทำให้โทนหนังของเขาคาดเดาไม่ได้มากขึ้นไปอีก นักแสดงในเรื่องนี้ก็มีทั้งโคลิน ฟาร์เรล นิโคล คิดแมน เด็กจากดันเคิร์ก แล้วก็เด็กจาก Tomorrowland ซึ่งแรฟฟีย์จาก Tomorrowland เนี่ยตอนแรกเราคุ้นหน้ามาก จนกลางเรื่องถึงเพิ่งพอนึกออกว่า อ๋อ เด็กคนนั้นนี่เอง ซึ่งมีเสน่ห์มากอ่ะ นักแสดงเรื่องนี้มีเสน่ห์แบบ หน้าตายพูดเสียงโมโนโทนก็น่าฟังน่าดูอ่ะ5555 ยิ่งแบรี่ที่เล่นเป็นมาร์ตินเนี่ยอนาคตไกลแน่นอน เป็นตัวละครที่เห็นแล้วรู้สึกโดนคุกคามสุดๆ

    มาถึงเรื่องเพลงและภาพ เพลงแบบ นึกจะพุ่งก็พุ่งมาไม่เกรงใจเลย ละมันเป็นซาวน์ที่ปั่นประสาทสุด555 ภาพ The Shining ลอยมาเลยอ่ะ555 ละการเลือกเพลงคลาสสิกปิดหัวท้ายนี่พอรู้ว่ามาจากตำนานก็เข้ากันแบบสุดๆไปเลย เพลงเรื่องนี้มาไม่เยอะ แต่เราชอบอ่ะ มันเข้ากับหนังดี ส่วนภาพ เราชอบมากกกกก มันไม่ได้สวย อาร์ตแบบภาพโรเจอร์ ดีกินส์ แต่มันก็สวยไปอีกแบบอ่ะ โทนสีอ่อนๆ จัดวางตัวละครในท่าแปลกๆ ยืนชิดมุมบ้าง หรือแบบใช้ซีนภาพที่แบบ ใส่มาทำไม555 แต่มันทำให้ภาพรวมของหนังแบบ ได้อารมณ์โหวงๆอ่ะนะ

    เอาเป็นว่าสปอยล์เนื้อเรื่องแกนหลักไปแล้ว พูดถึงการดำเนินเรื่องเลยแล้วกัน เป็นหนังที่ไม่ได้ตื่นเต้นตลอดนะ เรียกว่าปูเรื่องไปค่อนเรื่อง แบบดำเนินไม่ได้หวือหวา แบบตัวละครคร ทุกคนควรจะตกใจและแพนิคมากกว่านี้นะคะ แต่พอเกิดเหตุการณ์ขึ้นทุกคนแบบ ป่วยว่ะ เออเดี๋ยวก็หาย แบบเห้ยยยยย ความหน้าตายโมโนโทนนี้5555 ละมันจะเป็นแนวแบบดำเนินชีวิตมากกว่า ใครหวังอยากได้หนังไล่ล่านี่ปัดตกไปได้เลย ไม่มีเลยโว้ย55555 ซึ่งมันจะพีคตอนช่วงท้าย มีช่วงนึงพอมันเอื่อยจนเราใกล้หลับปุ๊ป พีคเลยจ้าาา ละพีคยาวเลย ซึ่งมันไม่ได้หักมุมมากนะ แต่ก็แบบ อารมณ์สไตล์ที่เป็นมาทั้งเรื่องน่ะนะ

    สรุป ไม่ใช่หนังที่เหมาะกับทุกคน หนังไม่ได้แอ็คชั่น ทริลเลอร์ ไล่ล่า ปริศนา หนังออกแนว weird มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวผู้กำกับมากกว่า ถ้าเทียบกับ The Lobster เราชอบเรื่องนั้นมากกว่าเรื่องนี้หลายเท่าเลย ส่วนเรื่องนี้มันสัญลักษณ์เยอะดีนะ สื่อหลายอย่างดี ยิ่งช่วงตอนแต่ละตัวละครพูดให้ตัวเองดูดีเนี่ย หื้มมมมมมม เป็นหนังที่เราชอบเลยแหละ มัน unique อ่ะ ถ้าใครชอบ The Lobster ก็แนะนำให้ดูเรื่องนี้นะ ถึงไม่ได้ดีเท่า แต่ก็ดีเลย บางคนอาจจะชอบเรื่องนี้กว่าด้วยซ้ำ เพราะเอาจริงๆเรื่องก็ตีความมนุษย์ได้อีกมุมนึงเลย
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้