1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

The Fault in Our Stars

คะแนนเฉลี่ย:
4/5,
คำบรรยาย:
ฮเซลและกัสเป็นสองวัยรุ่นที่มีความพิเศษที่มีไหวพริบอย่างน่าประหลาด การดูถูกเหยียดหยามจากสังคม และความรักที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา รวมถึงพวกเรา ในประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน มิตรภาพของพวกเขาเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ที่นำพาให้พวกเขาได้พบกัน และตกหลุมรักกันท่ามกลางกลุ่มให้กำลังใจผู้ป่วยโรคมะเร็ง ภาพยนตร์เรื่อง THE FAULT IN OUR STARS สร้างขึ้นจากนิยายขายดีเป็นอันดับ 1 ของจอห์น กรีน ที่มีความสนุกสนาน ความตื่นเต้น เรื่องราวชวนเศร้าสลดของการใช้ชีวิตและความรัก

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. meenmeen ph
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    หนังเรื่องนี้เราดูหลังจากอ่านหนังสือจบแล้ว คิดว่าโอเคเลยค่ะ หนังสือสนุกยังไง หนังก็สนุกอย่างงั้น แต่น่าเสียดายที่บางฉากจากหนังสือถูกตัดออก หรือบางฉากก็มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ออกไปจากที่หนังสือบรรยายไว้ เช่นสถานที่บางที่ เพราะในหนังสือบรรยายภาพเอาไว้สวยงามมากๆเลย แต่ในหนังก็ทำออกมาไม่เลวค่ะ

    เราชอบความสัมพันธ์ที่เค้าดูเข้าใจกันแบบแปลกๆ ของพระเอกกับนางเอก ทั้งสองคนดูเข้าใจหัวอกกันและกัน ส่วนนึงคงเป็นเพราะทั้งคู่เป็นมะเร็งเหมือนกันด้วย เป็นความสัมพันธ์ที่น่ารักไปอีกแบบค่ะ ออกัสตัส (พระเอก) เองก็เป็นคาแรกเตอร์แบบที่เราชอบเป๊ะเลย อบอุ่น ใจดี มีเหตุผล แอบให้คะแนนเพิ่มเพราะคนนี้ด้วย ฮ่าๆ

    นอกจากนั้นก็ชอบสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในหนัง เช่นคำพูดที่นางเอกใช้พูดกับพระเอก หรือวิธีที่สองคนใช้ทำความเข้าใจกัน มันน่ารักดีนะ ดูแล้วอบอุ่นหัวใจบอกไม่ถูก ถึงหนังจะออกแนวเศร้า แต่พอมีอะไรเล็กๆน้อยๆ แบบนี้มาแทรก มันก็เป็นความเศร้าที่ทำให้เรายิ้มออกได้ทั้งเรื่องเลยค่ะ

    อีกอย่างนึงที่ดีงามของหนังเรื่องนี้ เราคิดว่าเป็น original soundtrack ค่ะ โดยเฉพาะเพลง all of the stars ฟังทีไรรู้สึกนึกถึงหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเลย เพลงเข้ากับฟีลของหนังมากๆ

    สรุปคือชอบค่ะ แนะนำให้ไปดูกันนะ คุณอาจจะได้อมยิ้มด้วยแล้วก็อาจจะได้ร้องไห้ด้วยในเวลาไล่เลี่ยกันเลยค่ะ
  2. trebeilnahoj
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    [​IMG]
    สำหรับเราแค่เรื่องย่อก็น่าสนใจแล้ว ปกติเราไม่ค่อยเห็นหนังวัยรุ่นเกี่ยวกับมะเร็ง ไม่แน่ใจว่ามีไหมแต่เราไม่เคยเห็น เพราะงั้นพอเรื่องนี้ออกมามันจึงเป็นหนังที่ดึงได้ทั้งคนดูสายดราม่าและสายวัยรุ่น

    เอาจริงๆมันน้ำเน่ามากเลยนะทั้งเรื่องเลย มันให้ความรู้สึกรักน้ำเน่าอะไรประมาณนี้แต่ไม่รู้ทำไมว่าตอนดูเรากลับไม่แหยงแบบโอ๊ยคลิเช่อะไรขนาดนี้หรือแบบโอ๊ยเมื่อไหร่จะเลิกสวีทจู๋จี๋กันสักที เรากลับดูได้เรื่อยๆและร้องไห้น้ำตาแตกกับพาร์ทดราม่าอย่างรุนแรงด้วยซ้ำ555

    โอเค ยอมรับไว้ก่อนเลยว่าร้องไห้ง่ายมาก แต่เราร้องให้กับเรื่องนี้หนักจริงๆนะ เหมือนมันเล่นในประเด็นเกี่ยวกับชีวิตที่ค่อนข้างเปราะบาง อย่างเรื่องโรคมะเร็งเนี่ย คือคนปกติในชีวิตจริงก็ไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกกับอาการได้หรอก แต่พอเราดูในหนังแล้วนึกภาพตามถึงความเจ็บปวดที่ได้รับมาจากโรคเนี่ยมันก็จุกเหมือนกันนะ ยิ่งรู้จุดจบว่ายังไงก็ไม่มีทางรอดจากโรคมะเร็งนี้ได้ทำให้ตลอดการรับชมหนังทั้งเรื่องถึงจะนั่งยิ้มอยู่แต่ก็หน่วงๆเพราะรู้ว่ายังไงก็จบไม่สวยอยู่แล้ว

    [​IMG]
    เราว่านักแสดงเรื่องนี้ทำได้ดีนะ ถึงปกติส่วนตัวเราจะไม่ชอบเชลีนเลยก็เถอะ แต่พอดูเรื่องนี้เราก็รู้สึกว่าทั้งสองคนแสดงได้เป็นอีกคนดี และเราคิดว่าเขาถ่ายทอดพาร์ทความรักออกมาให้เรายิ้มได้ดีเหมือนกัน

    เราว่าบทมันน้ำเน่าหวานซึ้งนั่นแหละ แต่เราก็ยังดูได้อย่างสนุกเพราะเราน่าจะชอบอะไรดราม่าๆ หนังมันเรื่อยๆนะไม่มีอะไรมาก เอาจริงๆหนังสดใสมากเทียบกับเนื้อหาที่หนักถึงขั้นความเป็นความตาย แต่กลับถ่ายทอดออกมาให้ตัวละครเหมือนแบบ ใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายให้มีความสุขมากที่สุดอะไรงี้อ่ะ ซึ่งพอเข้าช่วงคอนฟลิกต์และเข้าช่วงท้ายใกล้จบของเรื่องเราว่าเหมือนได้เจออะไรใหม่ๆเหมือนกันนะ เรื่องนี้ค่อนข้างให้เราคิดอะไรกับชีวิตมากขึ้นมาบ้างเหมือนกัน

    สรุปเป็นหนังดราม่าน้ำเน่า ใครเกลียดหนังน้ำเน่าก็น่าจะไม่ชอบหน่อยๆแหละ แต่สำหรับเรามันอยู่ในระดับที่ทนได้และดูเพลิน ถือว่าสนุกสำหรับเราเลยด้วย
  3. natsu
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ปกติหนังรักทั่วไป เราก็จะเห็นการพบกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน แล้วก็รักกันอย่างที่เราคุ้นเคยกันอยู่ ซึ่งพล็อตหนังเรื่องนี้ก็แทบไม่ต่างจากหนักรักทั่วไปนั้น จะต่างกันก็ตรงที่นางเอกและพระเอกเป็นมะเร็งทั้งคู่ (นางเอกเป็นมะเร็งปอด พระเอกเป็นมะเร็งกระดูก)

    ก็เลยเป็นที่มาของเรื่องนี้ ความรักของคนสองคนซึ่งมีโรคร้าย นอกเหนือจากเรื่องราวของความรักแล้ว เราก็ยังจะได้เห็นกับความสำคัญและความหมายของชีวิต ครอบครัว และหนังเรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นความคิดและความรู้สึกของคนที่เป็นมะเร็งได้อย่างดี มันเหมือนเราได้ไปเห็นชีวิตที่มีข้อจำกัดและเห็นความเจ็บปวดในหลายๆด้านของเขาจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็มีจิตใจที่แข็งแกร่งและมีกำลังใจในการใช้ชีวิต

    ส่วนตัวแล้ว สิ่งที่ได้หลักๆเลยจากเรื่องนี้ คือ ข้อคิดเรื่องเวลาค่ะ เพราะทุกคนต่างก็ไม่รู้ว่าใครจะจากไปเมื่อไหร่ ฉะนั้น เราควรใช้ชีวิตให้คุ้มค่าในทุกๆวันที่มีชีวิตอยู่

    ถึงจะไม่ได้เป็นหนังที่จัดว่าพีค แต่ก็แนะนำให้ดูค่ะ แล้วจะได้อมยิ้มกับเศร้าในเวลาเดียวกันเลย :)
  4. lalala
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    The Fault in Our Stars เป็นหนังอีกเรื่องที่สร้างมาจาหนังสือนิยายของ John Green ฉบับแปลไทยมีชื่อเรื่องว่า ดาวบันดาล (ชื่อเพราะมาก ๆ) ตัวเอกหลักของเรื่องคือเฮเซล (Shailene Woodley)และออกัสตัส(Ansel Elgort) ผู้ที่เคยเป็นผู้ป่วยเป็นมะเร็ง และตัวละครอีกหนึ่งคนคือ ไอแซค(Nat Wolff) เพื่อนสนิทของออกัสตัสผู้ที่ต้องสูญเสียดวงตาไปเพราะโรคมะเร็งที่ตา

    หนังเรื่องนี้เราก็ดูเรื่อง ๆ ค่ะ ถึงจะมีคนตายแต่มันก็ไม่ได้ถึงกับ sad ending ยังพอรับไหวอยู่ (แต่ดูจบแล้วคัดจมูกเลยทีเดียว) เพราะมันหน่วงมากกก ตอนจบก็ดันพลิกล็อก คือไม่ตกใจที่มีคนตายแต่ตกใจที่ดันเป็น ออกัสตัส ฉากหลังจากนั้นน่าสงสารมาก นางเอกเล่าไปถึงตอนที่เธอยังป่วยว่า ตอนนั้นพยาบาลถามเธอว่า ความเจ็บปวดที่มีอยู่ตอนนี้ เป็นระดับเท่าไหร่ จากระดับ 0-10 เธอบอกว่าระดับ 9 พยาบาลชมเธอว่าเก่งมากเพราะความเจ็บปวดในตอนนั้นเป็นระดับ 10 แต่ตอนนี้มันคือระดับ 10 ความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่องก็น่ารักมาก ทั้งความรัก มิตรภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว

    เราชอบการเปรียบเปรียของออกัสตัสเรื่องบุหรี่ ที่หยิบบุหรี่มาคาบไว้แล้วพูดกับเฮเซลว่า เราเอาสิ่งที่มีพลังมากและสามารถฆ่าเราได้ไว้ในปาก แต่ถ้าเราไม่ได้ให้พลังกับมัน มันก็ทำอะไรเราไม่ได้อยู่ดี ขอแปลเป็นภาษาพูดดีกว่าค่ะ555 ประมาณว่าถึงจะคาบบุหรี่ไว้แต่ถ้าเราไม่จุดไฟมันก็ไม่ได้เป็นผลร้ายกับเรา

    บางคนก็บอกว่าดูแล้วไม่อินเพราะไปติดภาพของ Shailene Woodley กับ Ansel Elgot ในหนังเรื่อง Divergent ที่ทั้งสองคนนี้ดันเล่นเป็นพี่น้องกัน (แถมยังมีตั้งหลายภาคอีก) แต่เราโอเคเพราะเราไม่ค่อยอินกับ Divergent เท่าไหร่5555555
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้