1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

Paper Town

คะแนนเฉลี่ย:
4/5,
คำบรรยาย:
เมืองกระดาษ คือผลงานนวนิยายแนวผู้ใหญ่ตอนต้น (young adult) เรื่องที่ 3 ของจอห์น กรีน ซึ่งเป็นนักเขียนชาวอเมริกัน ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ดัตตันบุ๊กส์ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2008 มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านของช่วงวัยรุ่นสู่วัยผู้ใหญ่ และการค้นหามาร์โก รอธ สปีเกลแมนซึ่งเป็นตัวเอกหญิง โดยเควนติน เจคอบเซนซึ่งเป็นตัวเอกชาย มาร์โกกับเควนตินเป็นเพื่อนบ้านกัน เควนตินประทับใจและชอบมาร์โกมาตั้งแต่เด็ก ในช่วงท้ายก่อนจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายไม่กี่สัปดาห์ มาร์โกหายตัวไป เควนตินออกตามหาโดยมีเพื่อน ๆ ไปร่วมหาด้วย เมื่อหาพบ ปรากฏว่าสิ่งที่พบกลับไม่ใช่ตัวมาร์โกเท่านั้น แต่เป็นมาร์โก "ที่แท้จริง" บทประพันธ์เนี้ได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์และมีกำหนดออกฉายในปี 2015 ฉบับภาษาไทยแปลโดยสิริกัญญา กุณราชา ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์คลาสแอคท์ในเดือนมิถุนายน 2558

หลังจากที่บทประพันธ์เรื่องเมืองกระดาษ'เปิดตัวครั้งแรกในอเมริกา ก็ขึ้นไปติดอันดับ 5 ทันทีในชาร์ตหนังสือขายดีที่จัดโดยหนังสือพิมพ์ New York Times ประเภทหนังสือเด็กและเยาวชน และในปี 2015 ก็ขึ้นถึงอันดับ 1 ในสาขาหนังสือสำหรับผู้ใหญ่ตอนต้น โดยอยู่ในอันดับสูงสุดนี้นานติดต่อกันหลายสัปดาห์ บทประพันธ์เดียวกันนี้ได้รับรางวัลเอ็ดการ์ในฐานะนวนิยายยอดเยี่ยมสำหรับวัยผู้ใหญ่ตอนต้นในปี 2009
แท็ก (Tags) :

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. natsu
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ผลงานที่สองของ John Green หลังจาก The Fault in Our Stars ก็เป็นเรื่องนี้ค่ะ Paper Towns

    นางเอกได้ย้ายบ้านมาอยู่ในแถบละแวกบ้านพระเอก พระเอกเองก็แอบชอบนางเอกตั้งแต่ตอนนั้น คือตัวพระเอกจะออกแนวเป็นคนหงิมๆอายๆ ออกแนวเด็กเนิร์ด แต่นางเอกออกแนวผจญภัยชอบความท้าทาย ชอบเสาะหาเรื่องราวความลับต่างๆ ตรงข้ามกับพระเอกเกือบจะสิ้นเชิง

    เรื่องนี้มี Cara Delevingne แสดงเป็นนางเอก รู้สึกว่าเหมาะกับบทนี้อยู่เหมือนกัน เพราะตัวนักแสดงดูลึกลับ คาดเดาไม่ได้ มีสเน่ห์ในตัวเองอยู่แล้ว

    เรื่องรวมๆแล้วก็จะเป็นแนวเด็กวัยกำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ วัยช่วงมัธยมปลาย เราก็จะได้เห็นเรื่องของมิตรภาพ ความรัก และการค้นหาตัวเองและความชอบของตัวเอง ตามแบบฉบับของหนังวัยรุ่นทั่วๆไป

    เงื่อนหลักในเรื่องคือนางเอกจะทิ้งปริศนาของเมืองกระดาษไว้ให้ หลังจากที่เธอหายตัวไปแบบไม่บอกไม่กล่าว พระเอกก็เริ่มออกตามหา ได้ทำในหลายๆอย่างที่ไม่เคยทำ ดูพระเอกเติบโตขึ้น แต่เรื่องจะลงเอยยังไงก็ลองไปติดตามเอานะคะ :)
  2. aphrodite
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    "หนังภาพสวย เพลงเพราะ"
    หนังที่เราปลื้มเรื่องภาพสวย สร้างแรงบันดาลใจ นอกจากจะ Mitty แล้ว ก็เรื่อง Paper Town นี่ล่ะค่ะ ตอนแรกไม่รู้หรอกว่าเป็นหนังประเภทไหน อะไรยังไง แต่ที่ตัดสินใจดูก็เพราะ Cara ล้วนๆ (เป็นติ่งนางค่ะ)

    เนื้อเรื่องจะถูกเล่าผ่านพระเอกว่าตอนเด็กๆ มีเด็กผู้หญิงย้ายมาอยู่บ้านใกล้ๆ และเขาก็ตกหลุมรักนางเอกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนเมื่อโตขึ้น ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน นางเอกเป็นผู้หญิงที่ป็อปและสวยมากๆ แต่ก็ยังไม่เคยได้คุยกันทั้งๆที่บ้านอยู่ใกล้กัน

    จากนั้นนางเอกก็เข้ามาในชีวิตของเขาโดยการขอยืมรถเพื่อไปแก้แค้นแฟนเก่าที่นอกใจเธอ และตอนนั้นเองพวกเขาก็ได้สนิทกัน แต่ไม่นานนางเอกก็หายตัวไป จนทุกคนตามหากันให้วุ่น

    เป็นหน้าที่ของพระเอกที่แกะรอยตามหา และจนในที่สุดก็รู้ว่าเธอจะไปที่ Paper Town ที่เธอเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ จึงเริ่มออกเดินทางกับกลุ่มเพื่อน เดินทางไปเรื่อยๆ เพื่อตามหาเธอ

    แต่จนในตอนสุดท้ายของเรื่อง พระเอกของเราก็ไม่สมหวังค่ะ เพราะนางเอกไม่เคยกลับมางานเลี้ยงรุ่นอืกเลย

    และนอกจาก Cara ที่ทำให้เราชอบหนังเรื่องนี้แล้ว เรายังชอบเพลง และภาพที่สวย เนื้อเรื่องถึงจะดำเนินไปอย่างเรื่อยๆ แต่ก็ทำให้เราอินกับหนังได้เป็นอย่างดีค่ะ
  3. lalala
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    Paper Towns เมืองกระดาษ ผู้แต่งคือ John Green

    เรื่องย่อไม่ขอพูดถึงเยอะนะคะ ตัวหนังจะเล่าเรื่องผ่านพระเอก
    หนังอารมณ์ดี(?) ที่เกี่ยวกับการตามหาเพื่อนสนิทที่คิวแอบชอบ ที่ดันเอาเพื่อนสนิทอีกสองคนมาร่วมเดินทางไปพร้อมกัน คือ เบ็นและเรดาร์ (ชอบสองคนนี้มาก ๆ ) ไม่ได้มีเพื่อนร่วมทางแค่นี้นะคะ ต้องไปดูเอง

    ในสมัยเด็กมาร์โกย้ายมาอยู่ตรงข้ามบ้านของควินติน เขาตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น มาร์โกเป็นคนที่ชอบความลึกลับ ชอบเรื่องท้าทายและเต็มไปด้วยปริศนา “มาร์โกเป็นคงชอบเรื่องลึกลับมากจนเธอกลายเป็นเรื่องลึกลับเสียเอง” ด้วยนิสัยที่ต่างกันทำให้ความสัมพันธุ์ในวัยเด็กของทั้งคู่เริ่มห่างกันจนกลายเป็นคนที่ไม่รู้จักกัน

    ชอบความคิดหลาย ๆ อย่างของมาร์โกไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่เท่าเทียมกันของตัวอักษรที่ตัวที่อยู่ข้างหน้าสุดต้องเป็นตัวอักษรตัวใหญ่ และ ความคิดเรื่องเมืองกระดาษ “Everything's uglier close up.” ไม่ใช่แค่เมืองแต่รวมไปถึงผู้คนด้วยเช่นกัน

    you will go to the paper towns
    and you will never come back. ข้อความที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว การเดินทางตามหามาร์โกเป็นส่วนที่ประทับใจมาก ๆ ค่ะ ทั้งซึ้ง อบอุ่น สนุก และตลก (มาก) ชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นขึ้น (หลายเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงนั้นตลกมาก ๆ ขำตลอดเลย) พระเอกได้เติบโตขึ้น รู้จักลองทำสิ่งใหม่ ๆ (คิวเป็นพวกเนิร์ด) ที่ไม่ได้อยู่ในกรอบเหมือนที่เคยทำมา เช่น เรื่องเบสิคอย่างการโดดเรียน

    ช่วงท้ายของหนังดูห้วน ๆ ไปหน่อย สรุปแล้วคิวกับมาร์โกจะได้เจอกันหรือไม่ แล้วเรื้องจะลงเอยอย่างไรต้องไปหาดูนะคะ
    สุดท้ายนี้อยากฝากไว้ว่า
    Nothing ever happens like you imagine it will.

    เตรียมกรี๊ดกับ Ansel elgort ที่โผล่มาให้เห็นแว้บนึง

    ตอนแรกที่ไปดูยังไม่ได้อ่านเรื่องย่อเลยคิดว่าจะเป็นแนวหนังรักหวาน ๆ โรแมนติกนิด ๆ แต่พอดูจบนี่ช็อกเบา ๆ 55555555 แต่ชอบตอนจบแบบนี้เพราะเหมือนกับที่มาร์โกบอกในฉากที่ทั้งคู่เจอกันว่า “You don’t love me, you don’t know me. You don’t even know me,” พอมาร์โกพูดประโยคนี้เล่นเอาจุกเลย เป็นประโยคที่ใช่มาก ๆ เพราะเราคิดว่าคิวไม่รู้จักมาร์โกในตัวตนของเธอ เขาเห็นมาร์โกในแบบที่เขาอยากเห็นและอยากให้เป็นโดยที่เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
  4. khaempaphat
    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ตอนแรกฟังชื่อเรื่อง เราว่าแปลกดี เลยแวะไปดูหน่อย ตอนแรกๆจะเป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระเอกกับนางเอก ที่เป็นเพื่อนกันสมัยเด็กคะ ตอนแรกๆสนุกดีคะ เป็นเรื่องของเด็ก2 คน ที่ทำวีรกรรม กันมาตอนเด็ก แอบตลกดีคะ ต่อมาก็เล่าตอนนางเอกหายไป พระเอกก็เริ่มตามหา อารมณ์ของเรื่องเหมือน the fault in our star เลยคะ ถ้าชอบแนวนั้นหนังก็เป็นหนังวัยรุ่นแบบนั้นเลยคะ เรื่องนี้ ก็แสดงถึง การใช้ชีวิตก็วัยรุ่นฝรั่ง เป็นเรื่องดราม่าทั่วไป เราว่ามันดี แต่ไม่ได้ประทับใจขนาดนั้น หรือว่าโตเกินไปแล้ว 5555 เรื่องนี้มีความตลกกว่าเรื่องที่แล้วนะ ไม่เคยอ่านของเรื่องนี้คะ มีเป็นหนังสือด้วย แต่นักแสดงเล่นดี ถือเป็นหนังที่ไม่ค่อยลงทุน แต่การแสดงดีคะ

    ให้ 8/10
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้