1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

Moonlight

คะแนนเฉลี่ย:
5/5,
คำบรรยาย:
หนังเล่าถึงชีวิตของเด็กชายคนนึงตั้งแต่เด็กจนโต ตั้งแต่ปัญหาทั้งกับแม่ของเขา เพื่อนที่โรงเรียน คนที่เข้ามาช่วยเหลือเขา รวมถึงเพศสภาพของเขา

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. เนติพงษ์ สิงหะ
    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    Moonlight (2016)

    [​IMG]

    ค่ายหนังขวัญใจอินดี้อย่าง A24 รับประกันคุณภาพ สำหรับมูนไลท์ เป็นหนังที่ช่วยให้เราซึมซาบกับบรรยากาศ กลิ่นอายความทรหด ความน่าเศร้าของเด็กผิวสีคนหนึ่งที่มักถูกเพื่อนรังแกประจำมาตั้งแต่ยังเล็กๆ ทั้งยังถูกล้อว่าเป็นตุ๊ด เป็นแต๋ว อีกทั้งปมปัญหาชีวิตกับแม่ที่เหมือนจะเข้าข่ายรังแกฉัน จนกลายเป็นปมปัญหาชีวิตที่ติดตัวไปตลอด

    หนังแบ่งออกเป็นสามพาร์ทใหญ่ๆ ตั้งแต่ตัวละครนำยังเล็กไปจนถึงโตเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน เป็นการดำเนินเรื่องของหนังที่ทำให้เราได้เห็นพัฒนาการที่ชัดเจนและการไต่ระดับกราฟชีวิตของตัวละครนำ ซึ่งผมถือว่าเป็นสิ่งที่โดดเด่นและทำได้ดีมากครับ

    [​IMG]

    เราซึมซับไปกับหนังได้จูนติด และน่าติดตามตลอด เสน่ห์อีกอย่างของหนังอินดี้เรื่องนี้คือ ความเรียบนิ่ง ไม่หวือหวาเกิน เหมือนปล่อยใจคนดูให้ล่องลอยดูเปลี่ยวใจแบบตัวละครเอกในเรื่อง บรรยากาศ เกรดสีของหนังก็จัดจ้าน ฉากกลางคืนดูอึมครึม ออกโทนฟ้า แม้แต่ฉากเด็ดในเรื่องก็ทำให้รู้ว่า หนังเรื่องนี้ไม่ได้ที่จะเน้นให้คนดูเห็นฉากแบบมีอะไรกันของตัวละครเพศเดียวกัน นั่นเพราะเนื้อเรื่องของหนัง ที่พูดถึงตัวละครที่มีปมในใจจนไม่แน่ใจว่า เขาเป็นหรือไม่เป็นหรือแค่ความรู้สึกต่อเพื่อนด้วยกัน (พูดแล้วก็อยากเอามาเปิดดูอีกรอบครับ ฮา)

    อวยสรรพคุณมาซะขนาดนี้ แถมยังมีดีกรีภาพยนตร์ยอดเยี่ยมออสการ์ปีล่าสุดนี้ ก็ถือเป็นหนังที่ห้ามหลาดเลยนะครับ คอหนังอินดี้ทั้งหลาย

    8/10
    เนติพงษ์ สิงหะ
  2. trebeilnahoj
    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)


    [​IMG]
    หนังกระแสแรงในต่างประเทศที่ดูกระแสเงียบในบ้านเราอย่าง Moonlight ด้วยความที่เรื่องเกี่ยวกับคนผิวสีที่คนไทยดูจะไม่ค่อยสนใจ รวมถึงรายชื่อทีมงานทั้งผู้กำกับนักแสดงก็ไม่ได้ดังขนาดนั้น แต่พอตัวอย่างกับโปสเตอร์ออกมาให้เราได้เห็น กลับเป็นเรื่องติดรายชื่อต้นๆที่เราอยากดูมากๆและไม่อยากให้ทุกคนพลาด

    เรื่องพูดถึง ไชรอน เรื่องเปิดมาก็มีฉากที่ไชรอนโดนเพื่อนรุมกลั่นแกล้งโดยที่เขาไม่รู้เหตุผล จนเขาหนีเข้าไปในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งและได้เจอกับฮวน ผู้ที่มาเปลี่ยนชีวิตเขา เรื่องนี้แบ่งเป็น 3 องก์คือตอนเขาเด็กที่กล่าวไปข้างต้น ตอนเป็นวัยรุ่น ที่เขาเริ่มค้นพบรสนิยมของตัวเอง เขายังคงโดนแกล้งอยู่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป และตอนโตแล้วที่เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเขาโดยชัดเจน

    ขอพูดถึงบทและตัวนักแสดงก่อน เราไม่เข้าใจว่าเขาไปหานักแสดงเด็กมาจากไหน เล่นดีชิบหาย คือเราชอบมาก ทั้งสามวัยที่เล่นเป็นไชรอน ทั้งๆที่เป็นคนละคนแต่เรากลับดูออกว่าคือคนเดียวกัน หมายถึงตัวละครเดียวกัน วิธีมอง ท่าทาง การพูด เหมือนพวกเขาศึกษากันและกันและศึกษาตัวละครมาอย่างดีว่าต้องเป็นอย่างไร ส่วนนักแสดงคนอื่นอย่างมาเฮาชารา(?) และนาโอมี แฮร์ริส ทั้งหมดทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก โดยเฉพาะนาโอมีที่ออกมาทุกตอนและเราเห็นถึงความคลั่งในยา ตอนที่ดีๆจนไปถึงตอนที่ลงแดงแล้วอาการแปรปรวน ไปจนถึงตอนแก่ที่สำนึกได้ทุกอย่างแล้ว มันยิ่งทำให้บทเรื่องนี้ทรงพลังขึ้นไปอีกด้วยการแสดงของนักแสดงทุกคน

    [​IMG]
    พอเราดูจบแล้วมานั่งนึกทบทวนบทพูดและทุกอย่างในเรื่องดีๆก็ยิ่งทำให้ชอบ คือมันเป็นเรื่องที่เราเห็นได้ทั่วไป ไม่ได้หวือหวาแฟนตาซี แต่ทั้งเรื่องที่เรานั่งดูอยู่มันให้อารมณ์เดียวกัน ชีวิตแม่งโคตรไม่แฟร์เลยว่ะ แต่ด้วยแสงจันทร์ที่ส่องให้เด็กผิวสีตัวสีฟ้ากลับเป็นแสงสีเดียวกับที่ให้อารมณ์หนังเรื่องนี้ มันบลูนะ แต่ไม่ได้แบล็ค เราพูดไม่ถูก แต่ทุกปมทุกอย่างของตัวไชรอน ตั้งแต่ที่เขาได้เจอกับฮวนผู้ซึ่งเหมือนมาแทนพ่อของเขา รวมถึงเทเรซาที่ทั้งสองเหมือนเป็นครอบครัวมากกว่าเวลาอยู่กับแม่ขี้ยาของเขา ทั้งการที่เขาโดนกลั่นแกล้งจากที่โรงเรียนเพราะตัวตนและรสนิยมทางเพศของเขา ส่งผลให้เขาต้องเลือกทางเลือกอาชีพอย่างที่เราเห็นในเรื่อง แต่พอพูดถึงคำพูดของฮวนว่าอย่าให้ใครมาบอกให้เราเป็นอะไรแต่จงเลือกด้วยตนเองพร้อมกับการปรากฏตัวอีกครั้งของเควิน ยิ่งทำให้เรารู้ว่าจริงๆแล้วไชรอนไม่ได้ต้องการเป็นแบบนี้สักหน่อย แต่โลกแม่งโคตรไม่แฟร์ ถึงแม้เราจะดิ้นรนไปทางไหนมันก็อาจจะไม่ดีขึ้นเลย

    ถึงแม้สุดท้ายเขาจะหลุดพ้นจากการโดนกลั่นแกล้ง แต่เขาก็ยังต้องใช้ชีวิตที่ไม่รู้ว่าเป็นแบบที่เขาต้องการไหมต่อไป ฉากที่เราชอบที่สุดในเรื่องนี้คือฉากที่เขาคุยกับแม่ในตอนเกือบจบ มันไม่ได้มีบทพูดมากมาย ไม่ต้องมีคำซึ้งกินใจ ไม่ต้องอธิบายยืดยาว แต่แค่ไดอะล็อคสำคัญๆสองสามประโยคและการแสดงของทั้งคู่ก็ทำให้เรารู้แล้วว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรต่อกัน สุดท้ายนี้หนังเพิ่งเข้าโรง เราอยากให้ทุกคนได้ดู หรือถ้าดูในโรงไม่ทันก็อยากให้ลองเปิดโอกาสหาซื้อแผ่นเรื่องนี้มาดูสักครั้ง แล้วมาติดตามกันค่ะว่าจะกวาดรางวัลออสการ์ไปกี่รางวัล
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้