1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

Die Tomorrow

คะแนนเฉลี่ย:
5/5,
คำบรรยาย:
เรื่องราวรวบรวมพูดถึงเรื่องความตาย

แท็ก (Tags) :

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. trebeilnahoj
    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    [​IMG]
    เราเป็นคนนึงที่ตามนวพล ธำรงรัตนฤทธิ์อยู่ห่างๆ ตามเฟสเขา ตามทวิตเขา ได้เห็นว่าเขา work on project หนึ่งมาสักพักแล้วล่ะ เราไม่ได้เป็นแฟนเดนตายของเขาที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขาและดูทุกอย่างของเขามาหมดแล้ว แต่เราเพิ่งได้มาตามหลังๆนี้เอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องสั้น โฆษณาอะไรพวกนี้ เพราะยังไม่มีโอกาสได้กลับไปดูหนังเก่าๆเรื่องแรกๆของเขาเลย ถึงจะอยากดูมากแค่ไหนก็เถอะ555

    เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เราเห็นมาตลอดว่าเขาทำงานกับซอมติงอยู่ เห็นโปสเตอร์วันแรกก็ดีใจมาก นับวันรอปล่อยตัวอย่าง คืองานนวพลมันมีบางอย่างที่ดึงดูดเราอ่ะนะเราเลยไฮป์อยู่บ้างแหละแต่ก็ไม่ได้มาก ถ้าพูดตามตรงเลยตอนตัวอย่างออกมาก็ไม่ได้รู้สึกแบบ เห้ยยย น่าดูสัส นี่จะต้องเป็นหนังแห่งปี พอตัวอย่างออกมาเราก็ออกไปทางเฉยมากกว่าด้วย กลัวว่ามันจะกลายเป็นเหมือนงานของเปาโลที่พยายามพูดเรื่องบางเรื่องเกี่ยวกับชีวิตให้ไปในทางสวยหวานอะไรประมาณนั้น แต่เราก็คิดนะว่ายังไงก็ต้องไปดูให้ได้ เพราะแม่งต้องมีบางอย่างที่ทำให้เราชอบได้แน่นอน

    [​IMG]
    ก่อนได้ไปดูก็เห็นฟีดแบคหลายๆอย่างพูดถึงเรื่องเลย แบบโรงเงียบมาก คนร้องไห้หนักมาก นี่ดูจบรีบกลับไปบอกรักคนรักเลยบลาๆๆ ก็รู้ละล่ะว่าหนังมันจะไปทางไหน ตอนก่อนจะดูก็ตื่นเต้นนะ5555 แบบอยากรู้ว่ามันจะนำเสนอออกมาในแนวไหน ซึ่งก่อนอื่นก็ต้องแสดงความยินดีกับคุณนวพลด้วย มีคนให้ความสนใจและคอยซัพพอร์ตอย่างล้นหลาม คนดูเยอะเลยแหละ แล้วเราสังเกต ส่วนใหญ่แม่งเป็นผู้ชายว่ะ555 มาดูคนเดียวไรงี้

    หนังเริ่มด้วยความเงียบเลย คือเราว่ามันออกแนวสารคดีแหละ และเริ่มต้นมาสิ่งที่เราคิดถึงเลยคือ Son of Saul ซึ่งไม่รู้ว่าใช่รึเปล่านะ แต่วิธีถ่ายมันค่อนข้างเหมือนเลยอ่ะ แบบค่อนไปทางโฟกัสหน้าตัวละครในมุมกล้องที่ไม่เต็มแล้วแบบค่อนข้างแฮนด์เฮล เรื่องก็เริ่มไป เป็นหนังตัดสลับกับแบบคำพูดขึ้นหน้าจออะไรแบบนี้ คือมันเป็นเรื่องที่พูดมากไม่ได้ ถ้าพูดตามตรงมันไม่มีอะไรให้สปอยล์หรอก คุณเห็นชื่อเรื่องคุณคิดถึงอะไร มันเป็นตามที่คุณคิดแหละ ซึ่งเรารู้สึกว่าการได้เข้าไปดูหนังเรื่องนี้เหมือนเข้าไปถกคุยกับเพื่อนมากกว่า เพราะเป็นเรื่องที่เราคิดและคุยกับตัวเองมาตลอดอยู่แล้ว และเราเชื่อว่าหลายคนก็เป็นเหมือนกัน การที่ได้เข้าไปดูหนังนี้จึงเปรียบเหมือนว่าเราได้นั่งคุยกับใครสักคนที่อยากจะแชร์เรื่องเกี่ยวกับทอปปิคนี้กับเรา ซึ่งเออ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีว่ะ เพราะเราคงไม่ได้มีโอกาสลิ้มรสศิลปะที่คุยกับเราได้บ่อยๆหรอก

    ความรู้สึกหลังดูจบของเราคือเฉยๆ ไม่ได้อิมแพคมาก คือเราแบบเอ้อ จบละเนอะ ไม่ได้มีอะไรเหนือคาดเลย ออกจะไปทางเรียบๆเฉยๆมากกว่าด้วยซ้ำ ก็เออไม่มีไร แต่พอเวลาผ่านไป พอมานั่งเขียนตรงนี้ ได้นั่งคงเดียวในห้องตอนกลางคืนก็รู้สึกได้เลยว่าหนังแม่งทิ้งอะไรไว้ในใจว่ะ แม่งรู้สึกโล่งๆโหวงๆ เราว่าหนังสื่อทางอารมณ์มาได้ดีเลยแหละ สื่อมาในรูปแบบของอารมณ์ที่ฝังติดลึกในใจคนเรา คือเหมือนหนังมันจบ แต่มันไม่ได้จบหายไปเลย แต่มันอาจจะยังคงอยู่ถกเถียงกับเราในหลายๆเรื่องอีกต่อๆไป

    สรุป เป็นรีวิวที่ดูไม่รีวิวเลย คืออยากให้ได้ไปลองดูกัน ภาพงาม สื่อความรู้สึกดีมาก การนำเสนอเรื่องค่อนข้างโอเคนะ แต่บางส่วนเราก็รู้สึกแบบ แม่ง โฆษณาไทยประกันชีวิตไปหน่อย แต่บางพาร์ทคือถือเป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ดีเลย นานๆทีจะมีหนังไทยแบบนี้ที ใครที่ได้ดูตัวอย่างแล้วสนใจก็อยากให้ได้ไปโดนกันนะคะ แม่งดีจริง เป็น 70 นาทีที่ดูไม่เบื่อเลยทั้งๆที่พูดถึงเรื่องแบบนี้อยู่
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้