1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

ผลพวงแห่งความคับแค้น:ผลพวงของมนุษย์ผู้ไม่พ่าย

คะแนนเฉลี่ย:
5/5,
คำบรรยาย:
ผลพวงแห่งความคับแค้น วรรณกรรมที่เคยถูกทางการของประเทศด้อยพัฒนาจัดให้เป็นหนึ่งในความรู้ต้องห้ามทั้งๆที่เป็นวรรณกรรมสะเทือนโลก เรื่องที่ทำให้ผู้เขียนคือ จอห์น สไตน์เบ็ค ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ เมื่อปี1940(พ.ศ.2483)และรางวัลโนเบลเมื่อปี 1962(พ.ศ.2505)

แบ่งปันหน้านี้

คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,
  1. ขุนพนม
    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    "สุดยอดวรรณกรรมโลก"
    ข้อเด่น - เล่าเรื่องได้สนุกชวนติดตามไม่น่าเบื่อแม้หนังสือยาวกว่าพันหน้า
    -สัมผัสถึงชีวิตการต่อสู้ดิ้นรนได้อย่างถึงเลือดถึงเนื้อ
    ข้อด้อย - บทเกริ่นนำที่ยืดยาวแต่ก็ถือเป็นการปูพื้นให้เห็นฉากของนวนิยาย
    ผลพวงแห่งความคับแค้น:ผลพวงของมนุษย์ผู้ไม่พ่าย

    ผลพวงแห่งความคับแค้น

    เขียน:จอห์น สไตน์เบ็ค

    แปล:ณรงค์ จันทร์เพ็ญ

    สำนักพิมพ์:ทานตะวัน ,ราคา250 บาท ,1004 หน้า


    ผลพวงแห่งความคับแค้น ได้รับรางวัลพูลิทเซอร์ในปี 2483 และในปี 2505ได้รับรางวัลโนเบล ขณะที่ถูกรัฐบาลบางประเทศจัดเป็นหนังสือต้องห้าม นวนิยายเรื่องนี้ผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้ชีวิตร่วมกับพวก “โอกี้” ที่อพยพเพื่อแสวงหาดินแดนใหม่ รวมทั้งปัจจัยสำหรับยังชีพในยุคเศรษฐกิจตกต่ำช่วงปี 2482

    จอห์น สไตน์เบ็ค เกิดปี 2445 แคลิฟอร์เนีย เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ต้องลาออกเพราะขาดทุนทรัพย์ จากนั้นร่อนเร่ไปใน “มหาวิทยาลัยชีวิต” เป็นคนงานในไร่ ผู้ช่วยช่างไม้ ลูกมือช่างทาสี กรรมกร และนักหนังสือพิมพ์ เคยจมปลักอยู่ในความทุกข์แบบคนรากหญ้า เขาจึงได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนแนวเหมือนจริง ซึ่งสะท้อนภาพความยากแค้นของชาวไร่ผู้อพยพถูกขับออกจากผืนดิน

    ผลพวงแห่งความคับแค้นเรื่องราวการต่อสู้ของพวกอพยพจากเมืองโอกลาโฮมาที่ต้องเร่ร่อนในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ โดยครอบครัวโจด เป็นตัวแทนของผู้อพยพสะท้อนภาพความยากแค้นของชาวไร่ที่สูญเสียที่ดินของตนเองและถูกขับออกจากผืนดินบรรพบุรุษ การถูกรุกรานจากทุนที่มาในรูปของธนาคารและเครื่องมือที่ทันสมัย ทั้งยังต้องไปเป็นศัตรูกับชาวเมืองแคลิฟอร์เนียที่ไม่ต้อนรับทำให้ชาวไร่ประสบความทุกข์ยากแสนสาหัส กระทั่งความคับแค้นเพิ่มทับทวีและสั่งสมจนถึงขีดสุด

    ระหว่างการเดินทางที่มากไปด้วยอุปสรรคปัญหาต่างๆที่ต้องออกแรงต่อสู้ดิ้นรน บรรดาผู้อพยพที่มากมายเหมือนกองคาราวานมดปลวก ต่างก็พยายามช่วยเหลือตัวเองจากชะตากรรมที่เพื่อนมนุษย์ได้กระทำต่อกันมากกว่าการขอพรสวดมนต์ภาวนารอการยื่นมือลงมาช่วยจากพระเจ้า

    นอกจากจอห์น สไตน์เบ็ค ฉายภาพความทุกข์ยากแร้นแค้นได้อย่างแจ่มชัดแล้ว สภาพของผู้คนและภูมิศาสตร์แวดล้อมของประเทศที่ได้ชื่อว่าเจริญที่สุด มีอารยะที่สุดในโลกยังสะท้อนว่าก่อนความเจริญจะเดินทางมาถึง ผืนดินแห่งนั้นย่อมต้องผ่านความแห้งแล้งมาก่อน และความเจริญก็หาใช่สิ่งปรารถนาของมนุษย์ทุกคน

    ในผลพวงแห่งความคับแค้น จอห์น สไตน์เบ็ค ยังได้ตั้งคำถามผ่านปากจากตัวละครในเรื่องของบุญ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ น้ำใจ ระหว่างมนุษย์ด้วยกันกับพระเจ้า

    " ทำไมพวกเราจึงเอาบุญกุศลไปแขวนไว้กับพระเจ้าหรือพระเยซูนั่น? บางทีสิ่งนั้นก็คือชายทุกคนและหญิงทุกคนที่เรารักนั่นเองคือบุญกุศลอันศักดิ์สิทธิ์ คือน้ำจิตแห่งมนุษย์ บางทีมนุษย์ทั้งหลายอาจมีวิญญาณนั้นก็ได้ " จิม เคซี่

    ช่วงแรกๆของผลพวงแห่งความคับแค้นดูหนืดเนือยแต่คือการปูพื้นให้เห็นและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อม ภูมิศาสตร์และผู้คน ก่อนผู้เขียนจะพาผู้อ่านค่อยๆคืบคลานตกสู่ห้วงแห่งความบีบรัดในชะตาชีวิตของผู้ยากแค้นที่ดูสมจริงสมจังจนยากจะปฏิเสธว่านี่ไม่ใช่แค่นวนิยายแน่ๆหากแต่มันสร้างจากเลือดเนื้อของคนจริงๆ

    ฉะนั้นนอกจากหนังสือเล่มนี้ถูกยกให้เป็นวรรณกรรมเอกของโลกแล้ว เนื้อหาหรือเรื่องราวในหนังสือที่ดูสมจริงยังสร้างแรงขับเคลื่อนภายใน บันดาลใจให้ผู้อ่านได้คิดถึงความทุกข์ยาก อ่านแล้วได้เป็นกำลังใจให้ต่อสู้ ว่ามนุษย์นั้นต้องมีชีวิตอยู่ด้วยศักดิ์ศรี เพราะชะตากรรมของมนุษย์นั้นบางทีอาจถูกกำหนดด้วยมือของตัวเองไม่ใช่พระเจ้าหรือพรอันใด แต่มันคือการไม่ยอมพ่ายแพ้นั่นเอง
คุณล่ะ? ให้กี่ดาว เลือกเลย ➜:
/5,

แบ่งปันหน้านี้