1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย

Mr.001

ผู้ว่าฯรีวิวบุรี

ผู้ดูแลเมือง
Mr.001 เคลื่อนไหวล่าสุด:
11 ธันวา 2017 at 16:47:16
  • รีวิวHokkaido Lavender Bus

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - น่าจะเป็นรถประจำทางสายเดียวที่วิ่งในเขตนี้ ช่วงหน้าหนาว
    - ตรงเวลา
    - คนไม่แน่น มีที่นั่งว่างตลอด
    - มีที่เก็บสัมภาระใต้ท้องรถ
    ข้อด้อย - แต่ละเที่ยวห่างกันชั่วโมงกว่า
    เนื่องจากไปเที่ยวช่วงหน้าหนาว แล้วไม่กล้าเช่ารถขับเองครับ เลยต้องพยายามหาระบบขนส่งสาธารณะมารองรับ

    ความจริง ตอนแรกเห็นตารางรถแต่ละเที่ยวที่ห่างกันมาก ก็คิดว่าไม่ค่อยมีประโยชน์เลย แต่เอาเข้าจริงพวกเราก็ใช้บริการหลายครั้งเหมือนกัน แต่ต้องวางแผนล่วงหน้าหน่อย กะให้พอดีๆ ชีวิตมันไปของมันได้แฮะ ประหยัดค่าแท็กซี่ไปเยอะเหมือนกัน (ค่าแท็กซี่ใน Furano รู้สึกแพงกว่าที่อื่นนะครับ)

    ใครที่เดินทางมาจาก Asahikawa โดยมีกระเป๋าใบใหญ่ๆ ก็แนะนำให้หาโรงแรมที่อยู่ใกล้ป้ายรถสายนี้ เพราะถ้านั่งรถไฟมา แล้วต่อแท็กซี่ นอกจากแพงแล้ว ยังต้องคิดว่าแท็กซี่คันเดียวจะยัดกระเป๋าเข้าไปได้หรือเปล่า

    ข้างล่างนี้เป็น ตารางเวลา (ตารางรถที่เป็นกระดาษ น่าจะหาได้ทั่วไปตาม Tourist Info หรือตามโรงแรม ที่อยู่ในเขตนี้ครับ)

    ตารางเที่ยวรถ

    ส่วนด้านล่างนี้เป็นแผนที่ๆ ผมมาร์กจุดป้าย โดยเน้นป้ายที่อยู่ภายใน Furano นะครับ
    แผนที่ป้ายรถ Lavender

    กระทู้ฮอกไกโด หน้าหนาว

    แผนเที่ยวนี้ช่วยท่านได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร อย่าลืมส่ง feedback กลับมาบ้างนะครับ ถ้ามีประโยชน์จะได้มีกำลังใจทำต่อครับ

    และหากท่านใดเห็นว่าควรปรับปรุงแผนตรงส่วนไหนก็โพสต์ไว้ได้เลยครับ เพราะแต่ละคนมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ส่วนกรณีท่านใดมีแผนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ก็อยากให้ทำเป็นแผนใหม่ไปเลยดีกว่าครับ

    การเที่ยวเอง เป็นวิธีที่เราจะเก็บเกี่ยวความสุขจากการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ แต่ปัญหาของการเที่ยวเอง คือการวางแผน เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ใช้ในการเที่ยวจริง ผมพบว่าส่วนวางแผนบริโภคเวลาไปเยอะกว่าหลายเท่าตัว ผมจึงคิดมาตลอดว่า ทำไมเราไม่เอาแผนที่เราใช้ไปเรียบร้อยแล้ว มาปัดฝุ่น ปรับปรุงนิดหน่อย แก้ไขส่วนผิดพลาดที่เราพบเจอมา แล้วเอามาแชร์กัน สำหรับคนอื่นก็จะเป็นการประหยัดเวลาอย่างมาก สำหรับตัวเราเองก็จะรู้สึกคุ้มค่าขึ้นกับเวลาที่เราใช้ไปกับการวางแผน

    ดังนั้นผมอยากเชิญชวนทุกๆคนมาช่วยกันแชร์แผนเที่ยวด้วยกันนะครับ จะละเอียดมากน้อย ก็แล้วแต่เวลาที่มีเลยครับ อย่างน้อยแค่บอกว่าแต่ละวันไปไหนบ้าง ก็พอจะเป็นโครงร่างให้ไปค้นคว้าต่อได้ครับ

    Hokkaido-Plan-MR001.jpg

    ที่มาที่ไปของแผน


    ก่อนอื่น ทำความเข้าใจกับรสนิยมการเที่ยวของผมก่อนนะครับ ผมเป็นคนนิยมทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงาม อลังการ ไม่ค่อยชอบเที่ยวพวกเมือง ไม่เน้นซื้อของ ไม่เน้นชิมอาหาร (แต่ถ้าเจอของอร่อยก็ดี) ดังนั้นในแผนนี้จะเห็นว่าผมใส่ Furano (ฟูราโนะ) - Bie (บิเอะ) เข้าไปด้วย และเป็นไฮไลท์ที่ห้ามพลาด สองเมืองนี้คนส่วนใหญ่จะมองว่าสำหรับเที่ยวหน้าดอกไม้บานมากกว่า ส่วนหน้าหนาวก็คิดว่าสำหรับคนเล่นสกีเท่านั้น ผมเล่นสกีไม่เป็น แต่กลับรู้สึกว่าถ้าขาด Furano - Bie ไป ทริปนี้ “พัง” ครับ ที่จริงถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะตัด Sapporo กับ Otaru ออกจากโปรแกรมเลยด้วยซ้ำ แล้วไปเที่ยวทางแถบตะวันออกของฮอกไดโด แถว Kushiro แทน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติเหมือนกัน แต่ก็เข้าใจว่าคงยากสำหรับหลายๆท่านที่จะทำใจตัดสองเมืองสุดฮิตนี้ออก ดังนั้นก็เลยทำแผนแบบกลางๆไว้

    ด้วยรสนิยมส่วนตัวที่ว่ามาข้างต้น ผมตัด Hakodate ออกนะครับ เพราะดูจากรีวิวแล้วก็เป็นแนวเมืองเหมือนกัน และอยู่ไกลออกมาทางซ้ายของ Sapporo อยู่พอสมควร ในเมื่อผมเลือกที่จะไป Furano - Bie ที่อยู่ทางขวา ผมจึงตัด Hakodate ทิ้งไปครับ

    ดังนั้นแผนนี้จะเหมาะสำหรับคนที่รักการท่องเที่ยวทิวทัศน์ธรรมชาติ เที่ยวฮอกไกโดครั้งแรก เลยยังทำใจตัด Sapporo กับ Otaru ออกไม่ได้ครับ

    ทริปนี้เลือกไปเที่ยวช่วงต้นเดือน ก.พ. นะครับ เป็นช่วงที่มีเทศกาลหิมะ+น้ำแข็ง ที่เค้าเลือกจัดงานช่วงนี้เพราะส่วนใหญ่ช่วงนี้อากาศดี ซึ่งก็เหมาะกับการเที่ยวที่อื่นๆในฮอกไกโดด้วย (แต่เอาเข้าจริง มันก็แล้วแต่ดวงนะครับ สภาพอากาศเอาแน่เอานอนไม่ได้)

    สำหรับท่านที่กำลังจะไปญี่ปุ่นด้วยตนเองครั้งแรกอาจต้องทำการบ้านเพิ่มเติมบ้างนะครับ เพราะคงไม่สามารถใส่รายละเอียดทั้งหมดไว้ในแผน สำหรับเส้นทาง ตารางเวลา ค่าตั๋วของรถไฟ ใช้เว็บ Hyperdia.com นะครับ

    การเดินทางเลือกใช้ Hokkaido Rail Pass 7 วัน แต่เนื่องจากเราเที่ยว 10 วัน ดังนั้นจะเริ่มใช้ Pass ในวันที่ 3-9 ซึ่งเป็นวันที่มีการเดินทางด้วยรถไฟระยะไกลๆ จะทำให้คุ้มค่าที่สุดครับ

    การเดินทางในเมื่อง Furano หากต้องการประหยัด แนะนำให้ใช้ Lavender Bus ดูรีวิว

    แผนนี้แนะนำให้ใช้บริการส่งกระเป๋าระหว่างโรงแรมใน Sapporo กับ Furano โดยที่ Sapporo เน้นว่าควรพักที่โรงแรม Shin Sapporo Arc City Hotel ทั้งหมดนี้จะทำให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้นอย่างมาก โดยไม่ต้องลากกระเป๋าออกนอกอาคารเลยตลอดทั้งทริป แต่หากต้องการประหยัด ก็อาจพิจารณาลากกระเป๋าเองช่วงขากลับ ซึ่งคงไม่ได้เหนื่อยมากเหมือนตอนขาไป เนื่องจากขาไปจะต้องไปแวะเปลี่ยนโรงแรมหลายที่

    การส่งกระเป๋าระหว่างโรงแรม ถ้าเราส่งวันนี้ตอนเช้า กระเป๋าจะไปถึงโรงแรมปลายทางพรุ่งนี้ตอนเย็น ดังนั้นต้องเตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเล็กสำหรับอย่างน้อย 1 คืนติดตัวไว้ครับ

    สำหรับการท่องเที่ยวแถบ Furano - Biei - Asahikawa อยากให้ลองดูคลิปใน YouTube ค้นหา Majide Japan (ไม่มี X ต่อท้ายนะ) Ep 50 ถึง 54 จะได้แรงบันดาลใจ และข้อมูลแหล่งเที่ยว กิจกรรมอื่นๆ อีกด้วยครับ

    วันที่ 1 เดินทาง กรุงเทพ - ซัปโปโร

    สำหรับ สายการบิน เนื่องจากเราจะบินไปลงซัปโปโรเลย ดังนั้นแนะนำให้เลือกสายการบินที่ไม่ใช่ของญี่ปุ่นนะครับ ไม่ได้รังเกียจสายการบินญี่ปุ่นนะครับ แต่เป็นเหตุผลด้านความสะดวก ดูรายละเอียดได้ใน รีวิวสายการบิน JAL ครับ

    ที่พักแนะนำ: โรงแรม Shin Sapporo Arc City Hotel (เน้นโรงแรมนี้สำหรับทั้งขาไป และขากลับนะครับ เหตุผลดูใน รีวิวของโรงแรมนี้ ครับ) หาจองได้ที่เว็บ japanican ครับ

    การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสนามบิน ลงที่สถานี Shin Sapporo (ถึงก่อนสถานี Sapporo 1 สถานี) ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง รถไฟเส้นนี้ตอนดึกๆ คนยังเยอะครับ ตู้ non-reserved มีโอกาสเต็มหมด สำหรับ สว และเด็ก ที่คิดว่ายืนครึ่งชั่วโมงไม่ไหว จองที่นั่งเพิ่มอีกคนละ 500 กว่าเยนไปเลยครับ มีที่วางกระเป๋าในตู้สบายๆด้วย

    วันที่ 2 ซัปโปโร

    1.มื้อเช้าหาราเมงง่ายๆกินในตึก Shin Sapporo ก่อนครับ

    2. ก่อนอื่นให้ไปที่สถานี JR ทำการแลกตัว Hokaido Pass แต่ระบุวันที่เริ่มเดินทางเป็นวันพรุ่งนี้ แล้วทำการจองที่นั่งรถไฟ ที่จะเดินทางไป โนโบริเบทซึ กับ ทะเลสาบโทยะในวันที่ 4 (วันมะรืน) ไว้ก่อน เนื่องจากขบวนนี้เต็มเร็ว

    3. เริ่มเที่ยว นั่ง JR ไปที่สถานี Sapporo จุดแรกที่ควรไปเที่ยวคือ ขึ้นไปชมวิวเมืองซัปโปโรจากมุมสูงที่ JR Tower Observation Deck T38

    ซึ่งอยู่ที่สถานีรถไฟซัปโปโรนั่นเอง ดูรูปวิวได้จาก [รีวิวเมืองซัปโปโร] ครับ จากสถานี Shin Sapporo ก็นั่งรถไฟมาสถานีเดียวครับ (รถไฟบนดินนะครับ ไม่ใช่ subway)

    จากนั้นระหว่างทางที่เดินไปสวน Odori ก็จะผ่าน ตึกที่ว่าการหลังเก่าของเมืองซัปโปโร สีแดง ถ่ายรูปออกมาสวยดีครับ

    เดินทางต่อไปสวน Odori เพื่อเที่ยว Sapporo Snow Festival อาหารกลางวัน อาหารเย็น มากินที่นี่ได้เลย ร้านขายอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวเยอะมาก เที่ยวไปชิมไปเรื่อยๆ คาดว่าน่าจะมาถึงที่นี่บ่ายๆแล้ว ช่วงบ่ายก็เดินเที่ยวที่นี่จนถึงเย็น ซึ่งเค้าจะมีเปิดไฟประดับ ก็จะเป็นอีกอารมณ์นึง

    เที่ยวเสร็จแล้ว จะกลับโรงแรมไม่ต้องเดินกลับไปที่สถานี JR นะครับ ให้หาสถานี subway Odori นั่งสาย Tozai มาลงที่ Shin Sapporo พอถึงก็ออกทางออก 5 ครับ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน รีวิวโรงแรม Shin Sapporo Arc City Hotel นะครับ

    อ่านรีิวิวเมืองซัปโปโร

    อ่านรีวิวงาน Sapporo Snow Festival

    วันที่ 3 โอตารุ

    เริ่มใช้ Hokkaido Pass วันนี้

    วันนี้อาหารเช้าอาจไปกินที่ตลาดโจไก สำหรับคนกินบุฟเฟ่ต์ไม่คุ้ม ที่นี่น่าจะเป็นที่ที่กินปูทาราบะได้ถูกที่สุดแล้ว เวลาเลือกร้าน ให้เปรียบเทียบดีๆเรื่องน้ำหนักปูกับราคาที่เค้าเรียก ร้านใหญ่ที่คนไปกันเยอะรู้สึกแพง ขณะเดียวกัน ร้านที่อยู่ในตรอกลึกก็ใช่ว่าจะถูกเสมอไป ร้านริมถนนเนี่ยแหละ ดูว่าร้านไหนถูกสุดก็ร้านนั้น

    กว่าจะกินข้าวเสร็จคิดว่าอาจจะสายๆแล้ว เดินทางไปเที่ยวโอตารุ อย่าลืมรอช่วงเย็นไปถ่ายรูปที่บริเวณคลอง

    กลับมาเตรียมแพ็คกระเป๋าใส่ เตรียมเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบเล็กสำหรับ 2 คืนข้างหน้า ส่วนกระเป๋าใบใหญ่พรุ่งนี้เช้าจะฝากส่งไปที่โรงแรมที่ Furano เลย

    อนึ่ง หากต้องการเดินทางท่องเที่ยวแบบสบายๆชิลๆ การส่งกระเป๋าไป Furano เป็นเรื่องสำคัญที่ห้ามละเลย เพราะอีก 3 คืนข้างหน้าจะเปลี่ยนโรงแรมตลอด บางจุดต้องนั่งแท็กซี่ไปโรงแรมซึ่งจะวางกระเป๋าใบใหญ่ไม่ได้ และต่อให้เป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ การลากกระเป๋ากลางหิมะก็เป็นเรื่องที่ทุลักทุเลเอาการ

    อ่านรีวิวเมืองโอตารุ

    วันที่ 4 โนโบริเบทซึ - ทะเลสาบโทยะ

    1. เช็คเอ้าท์เสร็จแล้ว จัดการฝากส่งกระเป๋าไปที่โรงแรมใน Furano (ให้พนักงานโรงแรมช่วยเขียนที่อยู่ภาษาญี่ปุ่นให้ แต่ต้องเอามตรวจดูเองอีกครั้ง)

    2. เดินทางไปเที่ยว หุบเขานรก โนโบริเบทซึ (ด้วยตั๋วที่จองตั้งแต่วันที่ 2) ที่สถานีรถไฟโนโบริเบทซึ น่าจะมีล็อกเกอร์ให้ฝากสัมภาระได้ หากไม่มี ขึ้นรถไปลงที่เมือง โนโบริเบทซึออนเซ็น ที่นั่นมี Tourist Info และมีบริการรับฝากของครับ
    ช่วงบ่าย เดินทางต่อไปทะเลสาบโทยะ (ด้วยตั๋วที่จองต้้งแต่วันที่ 2) เข้าเช็คอินโรงแรม แล้วเดินเที่ยวบริเวณทะเลสาบ ตกเย็นแชร์ออนเซน แล้วรับประทานอาหารเย็น

    ที่พักแนะนำ: Toya Kanko Hotel (ดูรีวิว) โรงแรมมีรถส่งไปที่สถานีรถไฟทุกวัน ควรจองเวลากับโรงแรมให้เรียบร้อย

    รีวิวหุบเขานรก โนโบริเบทซึ (Jigokudani Noboribetsu)

    รีวิวทะเลสาบโทยะ

    รีวิวโรงแรม Toya Kanko Hotel

    อ่านต่อ...

    รีวิวEdel Warme Hotel Furano

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - มีป้าย Lavender Bus อยู่ใกล้ๆ
    - ห้องพักกว้าง
    - มีห้องอาบน้ำอุ่น
    - มีเซเว่นอยู่ใกล้
    - มีรถบริการไปส่งที่ Furano Prince Hotel ฟรี
    ข้อด้อย - อยู่ไกลจากสถานีรถไฟ
    - ไม่มีออนเซ็นธรรมชาติ
    - ร้านอาหารรอบๆไม่ค่อยมี
    เมือง Furano นี่จะหาโรงแรมที่อยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟไม่ใช่ง่ายๆ ที่มีอยู่ราคาก็ค่อนข้างแพง ส่วนระบบคมนาคมสาธารณะในเมือง Furano ช่วงฤดูหนาว ก็มีแต่รถ Lavender Bus นี่แหละ และมันจอดแค่ไม่กี่ป้าย และข้อดีของโรงแรมนี้ คือมีป้าย Lavender Bus อยู่ใกล้ๆ ซึ่งพวกเราก็ได้อาศัยพาไปจุดสำคัญๆหลายแห่ง ก็ช่วยประหยัดค่าแท็กซี่ไปได้พอสมควร

    DSC08122.jpg

    ตัวห้องพักโรงแรมก็กว้างขวางกว่ามาตรฐานโรงแรมญี่ปุ่นทัั่วไป มีห้องอาบน้ำรวม แต่ไม่ใช่ออนเซ็นธรรมชาตินะครับ ส่วนร้านอาหารใกล้ๆไม่ค่อยมีนะ มีแต่เซเว่น ซึ่งก็เป็นที่ฝากท้องหลักของพวกเราตลอด 3 วันที่พักที่นี้ ซื้อแล้วให้เค้าเวฟ แล้วเอาเข้าไปกินบนห้องครับ

    DSC08298.jpg
    (วิวจากหน้าต่างห้งพักครับ)

    อ้อ โรงแรมมีรถไฟส่งที่สกีรีสอร์ท New Furano Prince Hotel ฟรี แต่จะมีรอบ ถ้าต้องการใช้บริการต้องจองไว้ก่อน ไปกันกรุ๊ปเดียว เค้าก็ยังอุตส่าห์ไปส่งให้ครับ แต่ขากลับที่ไม่แน่ใจ คิดว่าไม่มีนะครับ ลองถามเจ้าหน้าที่ดูก็แล้วกันครับ


    โดยรวมพวกเราก็รู้สึกพอใจกับที่นี่นะครับ เพราะแม้จะมีข้อเสียหลักเลยคืออยู่ไกลจากสถานีรถไฟ ซึ่งบางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องยอมเสียค่าแท็กซี่ราคาแพง แต่พักที่ไหนใน Furano ก็คงคล้ายกัน

    DSC08301.jpg
    บรรยากาศแถวหน้าโรงแรมครับ

    รีวิวกระเช้าลานสกี Furano (รีวิวสำหรับคนไม่เล่นสกี) : ไม่ผิดหวัง

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    เมือง Furano ในฤดูหนาว หาข้อมูลท่องเที่ยวสำหรับคนที่ไม่เล่นสกีได้น้อยเหลือเกิน การขึ้นกระเช้าไปด้านบนของลานสกี เป็นสิ่งที่ผมสนใจอยู่ เผื่อว่าวิวจะสวย แต่ข้อมูลที่มีก็ไม่ค่อยชัดเจน ด้วยความที่ไม่แน่ใจว่าข้างบนเป็นอย่างไง เหมาะกับคนที่ไม่เล่นสกีขึ้นไปเดินเที่ยวหรือไม่ และเวลาค่อนข้างกระชั้น ทำให้พวกเราเกือบตัดใจจากจุดหมายนี้ไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ขึ้นมาจนได้ ซึ่งก็บอกได้เลยว่า “ไม่ผิดหวัง”

    DSC08496.jpg

    วิวมันจะสวยตั้งแต่ตอนนั่งอยู่ในกระเช้าแล้ว พอขึ้นไปถึงด้านบนก็จะมีวิวภูเขาหิมะอีกจุดนึงตรงบริเวณสถานีกระเช้านี่เอง ที่สวยมาก แต่ที่น่าเสียดายคือ ก็จะมีเท่านี้เองนะ คนส่วนใหญ่ที่ขึ้นมาก็คือมาเล่นสกี มีแต่พวกเราขึ้นมาถ่ายรูป ถ้าถามว่าคุ้มมั๊ย ค่ากระเช้าไปกลับ 2000 เยน ผมว่าคุ้มนะ คือวิวมันสวยมาก แค่รู้สึกไม่เต็มอิ่มเท่านั้น และเชื่อว่าน่าจะมีคนขึ้นมาแบบเราบ้างแหละ ไม่งั้นคงไม่มีตั๋วแบบขึ้นลงรอบเดียวหรอก คนเล่นสกี ปกติเค้าก็ซื้อเป็นตั๋วครึ่งวัน หรือ 1 วันไปเลยอยู่แล้ว สมควรบรรจุเป็นโปรแกรมหนึ่งของทริปฮอกไกโดหน้าหนาวครับ

    ข้างล่างนี้เป็นคลิปวิวบนกระเช้าครับ

    อ้อ สำหรับใครที่มีสัมภาระเยอะ ตรงสถานีกระเช้าด้านล่างมีล็อกเกอร์ไว้ฝากของด้วยนะครับ
    DSC08471.jpg DSC08474.jpg DSC08478.jpg DSC08494.jpg DSC08500.jpg DSC08525.jpg

    รีวิวเส้นทางรถไฟ Asahikawa - Furano (ฤดูหนาว)

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    นอกจากเส้น Sapporo - Asahikawa แล้ว นี่เป็นอีกเส้นทางรถไฟช่วงฤดูหนาวที่ทิวทัศน์สวยมาก และมีเอกลักษณ์ที่แตกต่าง ห้ามพลาดเช่นกัน โดยเฉพาะช่วง Biei - Furano เตรียมกล้องไว้ได้เลย
    DSC08367.jpg
    DSC08352.jpg
    DSC08358.jpg DSC08361.jpg
    DSC08375.jpg
    ภาพข้างบนเป็นสถานีบิเอะครับ น่ารักดี

    รีวิวBiei Patchwork Road (ฤดูหนาว)

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ไม่อยากให้พลาดกัน จะเป็นตะเวนชมต้นไม้ต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ ความจริงต้นไม้พวกนี้ ก็ไม่ได้อยู่บนถนนเส้นเดียวหรอก ดังนั้นคำว่า Patchwork Road จะหมายถึงอาณาบริเวณหนึ่งมากกว่าที่จะหมายถึงถนนเส้นใดเส้นหนึ่ง

    DSC08396.jpg

    ถ้าบอกว่าไปดูต้นไม้ บางคนอาจรู้สีกว่าไม่มีอะไร แต่จริงๆแล้วความอลังการมันจะอยู่ที่ทิวทัศน์รอบๆต้นไม้มากกว่า รวมถึงทิวทัศน์ระหว่างทางด้วย ตอนที่นั่งอยู่บนแท็กซี่ก็คิดอยู่ว่าถ้าขับรถเอง คงได้จอดถ่ายรูปกันสนุกไปเลย

    DSC08464.jpg

    ต้องแจ้งก่อนว่า ภาพประกอบในรีวิวนี้ไม่สะท้อนความยิ่งใหญ่ ความอลังการที่ได้เห็นจากตาจริงเลยซักนิด อาจเป็นเพราะความประทับใจหลักๆมาจากความที่มองไปทางไหนก็เป็นสีขาวไปหมด แบบพาโนรามา ซึ่งค่อนข้างยากสำหรับมือสมัครเล่นอย่างผมที่จะถ่ายทอดความงามออกมาเป็นภาพถ่ายได้ แต่ confirm ว่าไปดูด้วนตา สวยแน่นอน



    อ่านต่อ...

    รีวิวทัวร์ล่องแม่น้ำเมือง Furano ฤดูหนาว (โดย Wokkys) : งดงาม สุดบรรยาย

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    DSC08235.jpg
    อันนี้ถือเป็นไฮไลท์ของทริปฮอกไกโด ของพวกเราเลยนะครับ ถ้าถามว่าทั้งทริปประทับใจที่ไหนที่สุด คำตอบคือโปรแกรมล่องแม่น้ำนี่แหละครับ ดังนั้นไม่อยากให้พลาดกัน

    จะเป็นการนั่งเรือยาง แล้วล่องไปเรื่อยๆ ชมวิว 2 ข้างทาง ซึ่งงดงามมาก บรรยากาศเงียบสงบ ตลอดทางมีแต่เรือของพวกเรา สองริมฝั่งทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยหิมะจนขาวโพลนไปหมด เหมือนภาพวาด เหมือนได้หลุดเข้าไปอีกโลกนึง นี่ขนาดวันที่ล่องเรือฟ้าไม่ค่อยใสนะ ถ้าใครได้มาช่วงฟ้าใสๆนี่จิตนาการไม่ออกจริงๆว่าจะฟินขนาดไหน


    ดูรีวิวอื่นๆของทริปฮอกไกโดได้ที่นี่ครับ

    อ่านต่อ...

    รีวิวAsahikawa Zoo สวนสัตว์อาซาฮิคาวะ : ถ้ามาถึง Asahikawa แล้ว ก็ควรแวะ

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - พาเหรดเพนกวิน ดูเพลินมาก
    - ได้ดูสัตว์ในเขตหนาว ที่เราไม่ค่อยได้เห็น
    ข้อด้อย - เดินทางไม่สะดวก
    ที่ว่าเดินทางไม่สะดวกคือ ไม่มีรถไฟผ่าน แต่มีรถบัสวิ่งตรงจากหน้าสถานีรถไฟ ไปถึงสวนสัตว์เลย ไม่ต้องห่วงว่าไม่รู้ขึ้นลงตรงไหน เพราะคิวรอขึ้นรถยาวมากกกก แต่ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะมีแค่ชั่วโมงละ 2 คันเหมือนในข้อมูลนะครับ ออกทีเดียวหลายคันอยู่เหมือนกัน แล้วพอถึงที่ ก็ลงกันหมดทั้งคัน ถ้าใครจะไปรอเข้าคิวเช้าๆ ก็เข้าไปถามที่ Tourist Info ในสถานีรถไฟก่อนได้ครับ ว่ารอช่องไหน ไปดูตารางเวลาพาเหรดเพนกวินด้วยครับ ไปให้พอดี พอเข้าสวนสัตว์ จุดหมายแรก จะเจอส่วนพาเหรดเพนกวินก่อนเลยครับ ถ้าใกล้เวลาแล้วก็รีบจับจองที่รอถ่ายรูปได้

    DSC07932.jpg



    อ่านต่อ...

    รีวิวHotel Route Inn Grand Asahikawa Ekimae : บริการด้วยจิตวิญญาณจริงๆ

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - อยู่ตรงหน้าสถานีรถไฟ เดินทางสะดวก
    - บริการดี
    - ราคาไม่แพง
    ข้อด้อย - พนักงานสื่อสารอังกฤษกันไม่ค่อยได้
    ที่ Asahikawa มีโรงแรม Route Inn หลายสาขานะครับ ดังนั้นดูให้ดีๆก่อน อันนี้คือสาขาที่อยู่หน้าสถานีรถไฟเลย

    ตอนที่ไปพัก พอดีเกิด event นิดหน่อย และตรงที่เกิด event นี่แหละที่เป็นตัววัดว่าใครเจ๋งจริง

    เรื่องมีอยู่ว่า เราส่งกระเป๋าจากโรงแรมแถว Sapporo มาที่โรงแรมนี้ ตอนที่ส่งก็ทำตามที่คนเค้าแนะนำต่อๆกันมา คือให้พนักงานโรงแรมต้นทาง ช่วยเขียนที่อยู่เป็นภาษาญี่ปุ่น จะได้ชัวร์ว่าพนักงานส่งจะส่งถูก ปัญหามันเกิดตรงที่พนักงานโรงแรมต้นทาง เค้าไม่ได้เขียนที่อยู่ตามเอกสารที่เรายื่นให้เค้า คือพอเค้าเห็นชื่อ Hotel Route Inn แล้วที่ Asahikawa นี่ดันมี Route Inn หลายแห่ง เค้าก็นึกว่าเป็นอีกแห่งแล้วจัดการส่งไปที่โรงแรมนั้นเลย อันนี้เป็นบทเรียนที่อยากมาแชร์เลย ว่าต่อไปเวลาส่งกระเป๋า เทียบดูที่อยู่ด้วยว่า ที่เค้าเขียนตรงกับเอกสารของเราหรือเปล่า ถึงไม่รู้ภาษาแต่ดูรูปร่างตัวอักษรน่าจะพอเทียบได้นะครับ ถ้าไม่แน่ใจก็ถามเค้าให้ชัวร์

    ทีนี้ตัดมา โมเม้นที่พนักงานที่โรงแรมนี้ แจ้งว่า “โอ้ ตายแล้ว มันคนละโรงแรมนะคะ” (แปลได้ความว่าอย่างงั้น) พวกเราก็ใจหล่นไปที่ตะตุ่มซิครับ :nooo: พนักงานก็ได้แต่แจ้งว่าเราต้องไปรับกระเป๋าที่อีกโรงแรมมาเอง เราก็พยายามถามเค้าว่า โรงแรมที่ว่ามันคือที่ไหน เดินได้มั๊ย หรือถ้านั่งแท็กซี่เท่าไหร่ แต่เธอสื่อสารอังกฤษได้น้อยมาก พอดีลูกพี่(ผู้ชาย) เห็นมีปัญหาก็เข้ามาถาม พอรุ่นน้องแจ้งให้รุ่นพี่ทราบ รุ่นพี่แมนมาก “เดี๋ยวผมไปรับมาให้เองครับ” โอ้โห คำนี้ เหมือนสวรรค์โปรด เพราะถ้าเราต้องมัวไปวุ่นวายเอากระเป๋า โปรแกรมที่จะเดินเที่ยวงานเทศกาลฤดูหนาวในช่วงเย็นของพวกเราพังแน่ๆ แต่ด้วยความช่วยเหลือของคุณพนักงานโรงแรม (น่าจะเป็นผู้จัดการ) ก็ทำให้เราได้ไปเที่ยวอย่างเพลิดเพลิน พอกลับห้องมาเค้าก็เอากระเป๋ามาส่งให้ ทั้งหมดนี้จริงๆเค้าไม่ต้องทำให้ก็ได้ เพราะปัญหาที่เกิดไม่เกี่ยวกับทางนี้เลย แต่เค้าก็บริการให้ รู้สึกขอบคุณจริงๆ

    ในแง่ของอื่นๆของโรงแรม ผมว่าจุดแข็งสุดเลยคือที่ตั้งนี่ดีมาก คืออยู่ตรงหน้าสถานีรถไฟเลย ไม่ต้องหิ้วกระเป๋าไกล อ้อ แต่ lobby ของโรงแรมจะอยู่ชั้น 2 ของตึกนะครับ เข้าไปแล้วตอนแรกเราก็งงๆ คือต้องกดลิฟต์ไปใช้ 2 จะมีป้ายบอกทางอยู่
    DSC07910.jpg DSC07911.jpg

    สภาพห้องดีครับ สะอาด ก็ตามมาตรฐานโรงแรมญี่ปุ่นทั่วไปครับ มีห้อง non-smoking ให้เลือกด้วย

    รีวิวAsahikawa Winter Festival เทศกาลฤดูหนาวอาซาฮีกาว่า : น่าเที่ยวกว่าที่ซัปโปโร

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - สถานที่จัดงานริมแม่น้ำ บรรยากาศดี
    - คนไม่จอแจเกินไป
    - อาหารอร่อย
    - การจัดระบบค่อนข้างดี
    - งานแกะสลักน้ำแข็งวิจิตรงดงามมากกก
    ข้อด้อย - งานเล็กไปหน่อย จัดให้ใหญ่กว่านี้ได้ก็จะดี
    ถ้าเทียบกับงานที่ซัปโปโร ผมชอบที่ Asahikawa นี่มากกว่าร้อยเท่า ตอนแรกอยากจะบอกว่าไม่ต้องไปเที่ยวงานที่ซัปโปโรหรอก มาที่นี่ดีกว่า แต่มาคิดดูอีกที ถ้าไม่ได้เปรียบเทียบก็ไม่รู้ว่ามันดีอย่างไง ลองอ่านรีวิวงานที่ซัปโปโรดูก่อนได้ครับ

    DSC07776.jpg

    งานที่ Asahikawa สิ่งแรกที่ได้เห็นคือ คนเดินเที่ยวส่วนใหญ่ดูจะเป็นคนท้องถิ่น (ชาวเมือง Asahikawa) เพราะเห็นพาเด็กๆตัวเล็กตัวน้อยมาเที่ยวกันเยอะ ดูแล้วก็น่ารัก อบอุ่นดีครับ นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ค่อยมี ทำให้งานดูโล่ง สบายขึ้นเยอะ

    DSC07822.jpg

    สำหรับสถานที่จัดงานก็จัดอยู่ที่ริมแม่น้ำ เดินขึ้นที่สูงชมวิวแม่น้ำได้ ถ้ามาตอนเย็นๆ บรรยากาศจะดีมาก เวลาเที่ยวในงานก็เดินได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องข้ามถนน หรือพื้นลื่น อารมณ์ในการเดินเที่ยวจะชิลๆ แตกต่างจากที่ซัปโปโรลิบลับ



    อ่านต่อ...
  • เกี่ยวกับ

    เป็นคนชอบใช้เวลาว่าง ดูหนัง ดูซีรีย์ เล่นเกมบ้างบางครั้งครับ แต่สิ่งที่ล่อเลี้ยงชีวิตอยู่ทุกวันนี้ก็คือการออกท่องเที่ยวปีล่ะ 1-2 ครั้ง ส่วนใหญ่ไปเที่ยวต่างประเทศมากกว่า เพราะอยากไปเห็นอะไรที่แตกต่างครับ

    เป็นคนช่างเลือกพอสมควร จะให้ 5 ดาวไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะครับ ยกตัวอย่างเช่น สถานที่ๆว่าสวยนั้น ผมแบ่งเป็น 2 ระดับ คือระดับที่ๆความสวยรับรู้ได้แค่ตา และอีกระดับคือความสวยนั้นรู้สึกเข้าไปถึงใจเลย ซึ่งการเยี่ยมเยือนสถานที่เหล่านี้นี่แหละครับคือช่วงเวลาที่แสนวิเศษของชีวิต

    รสนิยมการท่องเที่ยวคือวางแผนและไปกันเอง ไปกับพี่สาวและคุณพ่อเป็นส่วนใหญ่ เมื่อออกทริปหลายๆครั้ง เราก็เริ่มรู้จักรสนิยมของตัวเองมากขึ้น คือนอกจากจุดหมายต้องสวยจับใจแล้ว การเดินทาง ที่พักก็ต้องสะดวกสบายด้วยครับ มันถึงจะสามารถเติมเต็มให้เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ อย่างไรก็ตามเรายังเลือกที่จะท่องเที่ยวอย่างประหยัดด้วย ทริปแต่ละครั้งของเราถูกกว่าไปกับทัวร์แน่นอนครับ