1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย
James
แสดงโพสต์จากทุกหมวด
เคลื่อนไหวล่าสุด:
21 กรกฎา 2019 at 08:43:51
สมัครเมื่อ:
30 พฤษภา 2017
ข้อความโพสต์:
102
คำชอบใจ:
3
คะแนนสะสม:
18
รายการรีวิวของ James
เพศ:
ชาย

แบ่งปันหน้านี้

James

Azzurrini, ชาย

พลเมือง
James เคลื่อนไหวล่าสุด:
21 กรกฎา 2019 at 08:43:51
  • THAILAND

    รีวิวน้ำตกวชิรธาร, เชียงใหม่

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ข้อเด่น - ตัวน้ำตกสวยงาม, มุมถ่ายภาพเยอะ
    ข้อด้อย - น่าจะลงเล่นน้ำไม่ได้
    ตลอดทางขึ้นดอยอินทนนท์ ถ้าสังเกตจะพบว่ามีป้ายน้ำตกนั่นน้ำตกนี่เยอะมาก หลาย ๆ คนคงคิดว่าน่าจะเป็นน้ำตกเล็ก ๆ ซะมากกว่า ตัวผมเองก็เช่นกันนะ เพราะจากประสบการณ์แล้ว สถานที่ซึ่งเป็น “ดอย” ส่วนใหญ่ ก็มักจะมีน้ำตกเล็ก ๆ อยู่ประปรายเต็มไปหมดอยู่แล้ว ทำให้บางครั้งก็ไม่ได้คิดจะแวะเข้าไปตามป้ายเหล่านั้นเลย

    2958.jpg

    แต่วันนั้นบังเอิญเห็นป้าย “น้ำตกวชิรธาร” ตอนขากลับลงมาจากดอยอินทนนท์ เลยตัดสินใจลองแวะเข้าไปเพราะเห็นป้ายบอกว่า 800 เมตร เลยคิดว่าถึงไม่ใหญ่ก็ไม่เสียหาย เพราะขับเข้าไปแค่ 800 เมตรเอง

    ถนนทางเข้าก็ออกจะแคบ ๆ หน่อยนะครับ รถสวนกันอาจลำบากนิดนึง แต่ช่วงนี้ไม่ใช่ High Season รถราเลยไม่ได้ขวักไขว่เท่าไหร่นัก วันนั้นเลยเข้าไปได้แบบไม่มีรถสวนออกมา

    2959.jpg

    พอขับไปจนถึงบริเวณน้ำตกก็เริ่ม Surprise เพราะว่าเจอรถจอดอยู่ที่ลานพอสมควรเลย (ลานน่าจะรับได้ 40-50 คัน) นอกจากนั้นบริเวณน้ำตกยังมีร้านอาหาร 2-3 ร้าน และร้านกาแฟ (ที่ดูดี) อีก 1 ร้านอยู่ข้างๆ น้ำตก แถม Surprise 2 ก็คือ ตัวน้ำตกนั้นไม่ได้เล็กอย่างที่คิด มีน้ำไหลลงมาเยอะมาก ๆ และถือเป็นน้ำตกที่สวยงามมากอีกด้วย

    ใครที่ชอบถ่ายรูปรับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ อยู่เพียบครับ และที่สำคัญไม่เสียค่าบริการในการเข้าไปในบริเวณน้ำตกอีกด้วย (แต่ลูกพี่เค้าเก็บตอนเราเข้าอุทยานนะ)

    2960.jpg

    บรรยากาศรอบ ๆ น้ำตกก็เย็นสบาย มีทางเดินให้นักท่องเที่ยวเดินพักผ่อนหย่อนใจกันแบบชิล ๆ ดังนั้นใครที่มีแผนเดินทางไปที่ดอยอินทนนท์ก็ไม่ควรพลาดน้ำตกวชิรธารนะครับ แนะนำให้เพิ่มไว้ใน List ได้เลย ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะแม้แต่ทัวร์ต่างชาติก็ยังมีโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวแวะที่นี่ (ปล.น่าจะลงเล่นน้ำไม่ได้นะ)

    รีวิววัดพระธาตุศรีจอมทอง, เชียงใหม่

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ใครที่อยู่ใน Route ของการเดินทางไปดอยอินทนนท์ การแวะไปสักการะวัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนักครับ หรือไม่ก็รอลงมาจากดอยอินทนนท์แล้วค่อยแวะไปก็ยังได้ โดยเฉพาะคนที่เกิดปี “ชวด” (วัดนี้เป็นวัดประจำตัวของคนที่เกิดปีชวด) แต่แนะนำให้ไปตอนเช้าหรือตอนเย็นนะครับ ไม่งั้นจะร้อนมาก ๆ

    2957.jpg

    วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เดิมชื่อว่า “วัดพระธาตุศรีจอมทอง” ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ราว 60 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี บริเวณที่ตั้งเป็นเนินดิน ซึ่งในอดีตเรียกว่า “ดอยจอมทอง” คาดว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นวัดที่ใหญ่โตอะไรมากมายนักนะครับ เป็นวัดเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ตามสไตล์ล้านนา ผู้คนก็ไม่ได้พลุกพล่าน

    พระวิหารหลวงเป็นสถานที่ประดิษฐาน “พระทักขิณโมลีธาตุ” (พระเศียรเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า) ตามตำนานบอกว่า “พระเจ้าอโศก” เป็นผู้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ดอยจอมทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 218

    อุโบสถมีประพุทธรูปสามองค์ พระประธานเป็นปางถวายเนตร บริเวณประตูทางเข้าพระอุโบสถได้ฝังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ตามประเพณีของล้านนา เลยไม่อนุญาตให้ผู้หญิงขึ้นไปยังพระอุโบสถ (จริง ๆ เป็นธรรมดาของหลาย ๆ วัดทางภาคเหนือ)

    ด้านในมีรูปวาดฝาผนังเล่าเรื่องตำนานพระธาตุศรีจอมทองและรูปเทวดา นางฟ้าต่าง ๆ ตามข้อสันนิษฐาน คาดว่าอายุประมาณ 300 ปี (บอกว่าคนพม่าเป็นคนสร้าง) ส่วนพระวิหารจัตุรมุข มีหลวงพ่อเพชรเป็นพระประธานในพระวิหารและมีโบราณวัตถุ เช่น พระพุทธรูป เป็นต้น

    แนะนำว่าหากจะมาเที่ยวก็ให้ List ไว้เป็นสถานที่แวะเที่ยวชมดีกว่าครับ ถ้าตั้งใจขับรถมาจากที่ไกล ๆ เกรงว่าจะไม่คุ้มครับ เพราะอย่างที่บอกไว้ในตอนต้นว่าตัววัดไม่ได้มีอะไรให้ชมขนาดนั้น เป็นวัดเล็ก ๆ (ที่มีความสำคัญ) เพียงเท่านั้น แต่ถ้าหากท่านใดมีศรัทธาแรงกล้าจริง ๆ การตั้งใจมาเที่ยวที่นี่โดยเฉพาะก็ไม่ได้เสียหายครับ คนเฒ่าคนแก่น่าจะชอบ

    2956.jpg

    รีวิวอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม, ชัยภูมิ

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ใครจะไปเที่ยวที่นี่แนะนำให้ไปให้ถูกฤดูกาลจะดีกว่านะครับ จะอยู่ในช่วงราว ๆ ปลายเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม เพราะว่าช่วงนั้นดูจากในภาพแล้ว บริเวณอุทยานแห่งชาติป่าหินงามน่าจะเขียวชอุ่มเพราะได้รับน้ำจากน้ำฝนนั่นเองครับ และดอกกระเจียวซึ่งเป็นพระเอกของอุทยานแห่งชาติฯ ก็จะเริ่มบานอีกด้วย
    แต่หากใครไปเที่ยวนอกฤดูแบบผม ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องอากาศร้อนก็ยังพอมีไฮไลท์อย่างอื่นที่พอจะเที่ยวได้อยู่ครับ

    1022.jpg

    อย่างที่บอกไปตอนแรกครับ ถ้าไปเที่ยวตามฤดูกาลก็จะเป็นฤดูที่ดอกกระเจียวบาน ซึ่งผมลองถามพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารตามสั่งอยู่บริเวณทางขึ้นอุทยานนั้นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าเป็นในช่วง High season รถจะเยอะมาก จนในบางช่วงบางตอนของวันถึงกับติดเลยก็มี แต่ถ้าเป็นฤดูที่ผมมานี้ นอกจากจะไม่มีรถแล้ว ยังแทบไม่มีอะไรให้เที่ยวอีกด้วย 555

    ก่อนเข้าอุทยานฯ ก็ต้องเสียค่าผ่านทางกันก่อนครับ ค่าผ่านทางเท่าไหร่จำไม่ได้ครับ จำได้แค่ว่าอัตราทั่ว ๆ ไป ไม่ได้แพงอะไรมากนัก มองไปรอบ ๆ ไม่มีรถใครเลยนอกจากรถผม

    ในฤดูร้อน ภายในอุทยานแห่งชาติป่าหินงามแห่งนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ดูร้อนไปหมดครับ บริเวณที่เป็นทุ่งดอกกระเจียวก็กลายเป็นเหมือนทุ่งหญ้าแห้ง ๆ สีน้ำตาล สีเหลือง สลับ ๆ กันไป ไม่มีความสดชื่นใด ๆ ทั้งสิ้น จุดที่พอจะเที่ยวได้ในฤดูร้อนก็คงเป็น “ผาสุดแผ่นดิน” ซึ่งวิวข้างบนนั้นสวยงามสุด ๆ เห็นได้ชัด 360 องศา ที่สำคัญ ข้างบนนั้นลมแรงมาก สำหรับผมแล้ว ไม่ได้เห็นทุ่งดอกกระเจียวแต่ได้เห็นวิวที่ผาสุดแผ่นดินก็ถือว่าคุ้มครับ

    1021.jpg

    นอกจากจะมีวิวที่สวยงามแล้ว ด้านบนยังมีเส้นทางให้นักท่องเที่ยวเดินศึกษาธรรมชาติอีกด้วย แต่ช่วงที่ผมไปอากาศร้อนมาก ๆ จึงไม่ได้ทำการเดินศึกษาธรรมชาติแต่อย่างใดครับ ยังไงใครที่จะไปเที่ยวที่อุทยานฯ ก็ลองวางแผนดูดี ๆ นะครับว่าจะไปช่วงไหน

    1020.jpg

    รีวิวน้ำตกวังก้านเหลือง, ลพบุรี

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - น้ำตกสวยมาก รวมทั้งธรรมชาติรอบ ๆ
    ข้อด้อย - เสาร์-อาทิตย์ คนเยอะ
    ถ้าใครชอบอ่านหนังสือแนวป่าน่าจะพอทราบว่า ในอดีต แถวอำเภอชัยบาดาล จ.ลพบุรี เคยเป็นป่าใหญ่มาก่อน และแน่นอนว่าเมื่อเป็นป่าใหญ่ย่อมมีร่องรอยของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงแหล่งต้นน้ำลำธารอย่างน้ำตก

    1019.jpg

    ความจริงแถว ๆ ลพบุรี สระบุรี มีน้ำตกค่อนข้างหลายแห่ง และหลาย ๆ แห่งก็มีชื่อเสียงเป็นที่คุ้นหูคุ้นตาของหลาย ๆ คน แต่น้ำตกแห่งนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจฟังชื่อแล้วยังไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก น้ำตกแห่งนี้คือ “น้ำตกวังก้านเหลือง” ตั้งอยู่ในเขตอำเภอชัยบาดาล จ.ลพบุรี (ห่างจากกรุงเทพประมาณ 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางแบบรถไม่ติดก็ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง)

    น้ำตกวังก้านเหลืองถือว่าเป็น Unseen ของจังหวัดลพบุรีอีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ ตัวน้ำตกไม่ได้เป็นน้ำตกสไตล์ยิ่งใหญ่ ไม่ได้สูงเหมือนทีลอซู หรือเหวนรกอะไรทำนองนั้น เป็นน้ำตกที่มีความสูงเพียงเล็กน้อย ซึ่งมีจุดเด่นที่สีของน้ำ ซึ่งเป็นสีฟ้าสวย บวกกับจุดเล่นน้ำที่มีค่อนข้างมากและธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ น้ำตกที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มากทีเดียว แต่ผมมองว่าตัวน้ำตกก็ยังไม่ได้รับการดูแลมากเท่าที่ควรหากเทียบกับความสวยงามขนาดนี้ เริ่มจากเรื่องภูมิทัศน์ภายในเขตน้ำตกก่อน ผมคิดว่าบริเวณดังกล่าวไม่ได้ถูกตกแต่งให้ดีมากเท่าไหร่ (แต่เอาจริง ๆ ราชการไทยก็ประมาณนี้อยู่แล้ว) เห็นแล้วก็เสียดาย เพราะจริง ๆ แล้วที่นี่เป็นสถานที่ Unseen แบบว่าสามารถเรียกนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศได้เลย เรื่องที่สองเป็นเรื่องของร้านอาหารบริเวณน้ำตก กินแทบไม่ได้ จะกินได้ก็ต่อเมื่อไม่ได้ไปเห็น Process การทำของป้า ๆ แก ที่เรียกได้สั้น ๆ ว่า “ซกมก” มาก แนะนำว่าใครจะไปเที่ยวที่นั่นก็กินไปก่อนละกันครับ อีกเรื่องคือน้ำตกแห่งนี้เหมือนจะไม่ได้ห้ามเรื่องอาหารการกินที่ให้เอาเข้าไปกินในน้ำตกมากนัก พอเราเข้าไปในน้ำตกจึงเห็นอาหารครบทุกประเภทรวมถึงเหล้าเบียร์ นอกจากนี้ยังมีบางคนเอาลำโพงบลูทูธไปเปิดเพลงกันอย่างเมามันส์

    สรุปโดยรวมคือตัวน้ำตกสวยมาก แต่แนะนำให้มาวันที่ไม่ใช่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ดีกว่า เพราะว่าเสาร์-อาทิตย์คนจะเยอะมาก ๆ ส่วนข้อเสียก็อย่างที่ได้บอกไปข้างบนครับ ลองชั่งน้ำหนักกันดู



    อ่านต่อ...

    รีวิวเมืองโบราณศรีเทพ (เพชรบูรณ์)

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    998.jpg

    ที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ ด้วยเนื้อที่เป็นพัน ๆ ไร่ แต่เจ้าหน้าที่กลับดูแลรักษาสภาพของอุทยานแห่งนี้ไว้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสภาพทางภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ถูกทิ้งร้าง ข้อมูลต่าง ๆ ยังคงครบถ้วน ใช้การได้ทุกจุด และด้วยความที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างใหญ่ (เพราะสันนิษฐานว่าในสมัยโบราณนั้นเมืองนี้เจริญรุ่งเรื่องเป็นอย่างมาก) ทางอุทยานประวัติศาสตร์จึงได้จัดรถนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมไกด์ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับไปด้วยในตัว คอยให้ความรู้เกี่ยวกับจุดสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ในเขตอุทยานฯ

    997.jpg

    การเดินทางก็ไม่ลำบากมากนักครับ จากกรุงเทพมุ่งหน้าไปทางสระบุรี แล้วเลี่ยงเมืองออกไปตามป้ายเพชรบูรณ์ ผ่านอำเภอชัยบาดาล อีกไม่กี่กิโลก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพแล้วครับ ถ้ารถไม่ติดก็น่าจะใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่จริง ๆ แนะนำว่าถ้าจะมาเที่ยวศรีเทพก็ให้วางแผนเที่ยวที่อื่นไว้ด้วยดีกว่าครับ เพราะว่าตัวอุทยานประวัติศาสตร์ถึงจะกว้างใหญ่ก็จริง แต่เรานั่งรถไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาไม่นานก็ดูจนทั่วเมืองโบราณแล้วครับ ถึงเป็นสายถ่ายรูปเต็มที่ก็ไม่น่าเกิน 3-4 ชั่วโมง ยังไงลองวางแผนหาที่เที่ยวใกล้ ๆ แถวนั้นดูครับ

    อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ถ้าเทียบกับอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาแล้วถือว่าเงียบสงบกว่าเยอะครับ ใครไปตอนเย็น ๆ อาจจะหลอน ๆ นิดนึง 555 เพราะว่าภายในอุทยานฯ มีการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์หลายโครงเลยด้วยกัน สันนิษฐานว่าเป็นศพของคนที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองศรีเทพในอดีต (ตอนนี้ก็ยังขุดเจออยู่เรื่อย ๆ )

    ยังไงใครว่าง ๆ ลองแวะไปดูครับ คิดว่าไม่น่าจะผิดหวัง (มีค่าเข้าชมนิดหน่อยครับผม ไม่แพง)

    996.jpg

    รีวิวBonanza Exotic Zoo

    ให้คะแนน:
    3/5,
    (ธรรมดา เฉยๆ)
    Bonanza Exotic Zoo เป็นสวนสัตว์ที่เน้นโชว์แต่สัตว์ที่แปลก ๆ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ไม่ได้พบได้ตามธรรมชาติในป่าเมืองไทย เช่น อัลปาก้า ยีราฟ ม้าลาย นกแก้วมาคอร์ สิงโตขาว ฯลฯ ฟังแค่ชื่อสัตว์ก็ดูน่าสนใจอยู่ครับ แต่สภาพของ Bonanza Exotic Zoo มันออกจะโทรม ๆ เหมือนไม่ค่อยได้รับการดูแลมากเท่าไหร่ บางกรงก็ไม่ได้มีสัตว์อยู่ในนั้น ไม่ได้มีป้ายที่ให้ข้อมูลสัตว์ชนิดต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ไม่มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูป ไม่มีเจ้าหน้าที่มาคอยเป็น Guide แนะนำข้อมูลอะไรต่าง ๆ ให้ มีแค่เจ้าหน้าที่คอยเก็บค่าเข้าตรงประตูแค่นั้น ที่สำคัญบรรยากาศไม่ได้ร่มรื่นเลยครับ ค่อนไปทางร้อนซะมากกว่าด้วย แล้วในสวนสัตว์ก็ไม่ได้มีจุดนั่งพักที่ร่มรื่น หรือจุดที่ขายเครื่องดื่มแบบเย็นชื่นใจอะไรเลย

    มองจากด้านนอกเห็นรถที่ดูเหมือนเป็นรถที่ใช้รับส่งนักท่องเที่ยว หรือพานักท่องเที่ยวนั่งชมสัตว์ในสวนสัตว์ แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าขึ้นตรงไหนอะไรยังไง รถหลาย ๆ คันก็เป็นรถเปล่าไม่ได้มีคนนั่ง เพราะคนอื่นก็น่าจะไม่รู้เหมือนกันว่าขึ้นตรงไหนอะไรยังไง

    อาหารที่ซื้อเพื่อป้อนให้สัตว์ก็อย่างแพง แครอทถุงเล็กนิดเดียว 50 บาท (ค่าเข้าสวนสัตว์ 100 บาท) แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก ๆ ที่ไม่เคยเห็นสัตว์แปลก ๆ พวกนี้ เด็ก ๆ ก็น่าจะพอได้รับความสนุกสนานอยู่ครับ เพราะเด็ก ๆ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ขอแค่เจออะไรแปลกหูแปลกตาพวกเขาก็สนุกกันแล้วครับ

    รีวิวสวนพฤกษชาติแม่เมาะ, ลำปาง

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - วิวสวย/ไม่ไกลจากตัวเมือง
    ข้อด้อย - ตอนกลางวันค่อนข้างร้อน
    “สวนพฤกษชาติแม่เมาะ” เป็นที่เที่ยวสไตล์ธรรมชาติที่ไม่ไกลจากตัวเมืองลำปางมากนัก ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ครอบครัวหลาย ๆ ครอบครัวมักพาลูกหลานไปเที่ยวเล่นที่นี่ เพราะนอกจากไม่ไกลแล้ว ยังมี activity ให้ทำค่อนข้างจะหลากหลาย เด็ก ๆ ก็สามารถเล่นสไลเดอร์ ซึ่งถือเป็น signature ของที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว ลักษณะจะเป็นเนินย่อม ๆ เด็ก ๆ ก็จะนั่งบนแผ่นยางแล้วสไลด์ลงมาจากจุดสูงสุดของเนิน ส่วนพ่อแม่ที่รอก็ไม่เบื่อแน่นอนครับ เพราะตรงนั้นเป็นเนินที่มองลงมาแล้วเห็นวิวเป็นมุมกว้าง หลาย ๆ ครอบครัวเลยเลือกเอาเสื่อไปปูแล้ว picnic มันซะเลย ซึ่งทางแม่เมาะก็ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใดครับ

    102676.jpg

    ใครที่เป็นสายวิชาการหน่อย ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ไว้ให้ความรู้เช่นกันครับ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ)” แต่แนะนำเช็คเวลาก่อนก็ดีครับผม เพราะที่นี่ดูเหมือนจะเปิดปิดเป็นช่วง ๆ ครับ
    นอกจากนี้ไปเที่ยวที่นี่ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกินครับ บริเวณใกล้ ๆ ลานจอดรถจะมีร้านอาหารอยู่ประมาณ 3-4 ร้าน ส่วนใหญ่ก็เป็นสไตล์เอาใจคนที่จะไป picnic กันครับ เช่น พวกส้มตำไก่ย่าง แต่อาหารพวกก๋วยเตี๋ยวหรือตามสั่งก็พอมีอยู่ครับ ไม่ได้หากินยาก

    102677.jpg

    ไม่ไกลจากบริเวณสวนพฤษชาติ ขับรถขึ้นไปอีกหน่อยจะเจอ “สวนเฉลิมพระเกียรติ เหมืองแม่เมาะ” สวนนี้ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ไปกลางวันร้อนชัวร์ครับ ต้องรอช่วงเย็น ๆ หน่อย ประมาณ 4-5 โมงที่ยังพอมีแสง จะได้ถ่ายรูปด้วยครับ เพราะวิวบนนั้นจะสวยมาก ยิ่งถ้าไปฤดูหนาวก็น่าจะได้ฟีลมากขึ้นกว่าเดิมครับ นอกจากนี้บนนั้นยังมีหอคอยให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศาอีกด้วย

    102675.jpg

    รีวิวถ้ำผาไท, ลำปาง

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จังหวัดลำปาง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติจะพลาดไม่ได้เป็นอันขาด เพราะที่นี่นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติแล้ว ยังมีจุดที่เต็มไปด้วยสตอรี่ต่าง ๆ มากมายอีกด้วย

    การเดินทาง
    ใครที่จะไปที่นี่ก็ต้องทนเดินทางไกลกันนิดนึงนะครับ เพราะว่าที่นี่ไกลจากตัวเมืองลำปางเกือบ 100 กิโลเมตรเลยทีเดียว เรียกได้ว่าใกล้เมืองพะเยามากกว่าเมืองลำปางซะอีก

    ถึงจะไกลแต่ไม่ต้องกลัวหลงครับ อันนี้สบาย ๆ หายห่วง เพราะอุทยานแห่งชาติมีป้ายตัวใหญ่เบ้อเริ่มตั้งอยู่ริมถนนเลย เพียงแค่ระหว่างทางนั้น อาจจะต้องขับรถด้วยความระมัดระวังกันสักเล็กน้อย เพราะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงทั้งนั้น

    สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยาน

    ถ้ำผาไท
    – ถ้ำนี้ว่ากันว่าถูกพบโดยพรานป่าในสมัยโบราณ ภายในถ้ำมีโถงขนาดใหญ่ ความลึกของถ้ำก็กิโลกว่า ๆ เลยทีเดียว นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปศึกษาภายในถ้ำได้ครับ ค่อนข้างปลอดภัย มีหลอดไฟติดให้แสงสว่างอยู่หลายจุด และที่ถ้ำแห่งนี้ ในหลวงรัชกาลที่ 7 เคยเสด็จมาเยือนในปี 2469 อีกด้วยครับ ถ้าเข้าไปข้างในก็จะเห็นพระปรมาภิไธยย่อ ปปร. ปรากฏอยู่ ระหว่างทางเพื่อไปยังถ้ำ ต้องเดินนิดนึงนะครับ ถ้ามาในฤดูร้อนก็จะร้อนหน่อยแนะนำให้พกร่มมาด้วย แต่ถ้ามาช่วงฤดูหนาวและเป็นช่วงเช้าก็น่าจะชิวกว่ามากเลยครับ

    ถ้ำโจร – ถ้ำโจรนั้นได้ชื่อนี้มาไม่ใช่เพราะโชคช่วยครับ เพราะสันนิษฐานว่าในอดีตเคยเป็นแหล่งกบดานของบรรดาพี่โจรทั้งหลายนั่นเอง

    หล่มภูเขียว – สถานที่แห่งนี้เพิ่งมาดังช่วงหลัง ๆ นี่เองครับ ลักษณะเป็นเหมือนแอ่งน้ำอยู่กลางป่า มีสีเขียวสวยงาม น้ำใสมองเห็นตัวปลา ได้รับการยกย่องว่าเป็น unseen ของลำปางเลยครับ (ของจริงอาจไม่สวยเท่าในรูป)

    จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือเรื่องความเงียบสงบครับ นักท่องเที่ยวไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่ เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ค่อนข้างชอบการท่องเที่ยวแบบสันโดษ แต่ก็นั่นแหละครับ เพราะมันค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยมีคน การเดินหรือการเที่ยวอาจต้องระวังไม่ให้ออกนอกเส้นทางด้วยนะครับ เพราะเดี๋ยวจะไม่มีใครหาเจอนะ 555

    รีวิววัดภูมินทร์ (น่าน)

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - สถาปัตยกรรม/จิตรกรรม มีความสวยงาม
    ข้อด้อย - ร้อน
    วัดภูมินทร์ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองน่าน ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นวัดเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้ววัดแห่งนี้มีของดีมากมายทีเดียวครับ

    12295.jpg

    เริ่มจากพระอุโบสถจตุรมุข ซึ่งว่ากันว่าเป็นพระอุโบสถจัตุรมุขแห่งแรกในประเทศไทย พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นพระอุโบสถที่มีทางเข้าถึง 4 ด้านด้วยกัน แล้วความพิเศษนอกจากนั้นก็คือ ภายในพระอุโบสถจะมีพระพุทธรูปอยู่ถึง 4 องค์ ซึ่งแต่ละองค์ก็จะหันพระพักตร์ไปทาง ทางเข้าทั้ง 4 ทิศ ดังนั้นไม่ว่าเราจะเข้าทางไหนก็จะมองเห็นพระพักตร์ขององค์พระพุทธรูปเสมอครับ

    12293.jpg

    นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถก็ยังมีจิตรกรรมฝาพนังที่ขึ้นชื่อ นั่นก็คือ “ฮูบแต้ม” ซึ่งแน่นอนว่ารูปที่เด่นที่สุดก็คือรูปของปู่ม่าน ย่าม่าน ที่กำลังกระซิบกันอยู่ (เขาว่ากันว่าเป็นการกระซิบรัก) ซึ่งใครที่เข้าไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังดังกล่าว ก็อาจจะเจอคุณลุงท่านหนึ่ง แกจะอยู่ตรงนั้นเป็นประจำ คอยท่องกลอนเป็นภาษาล้านนาและแปลเป็นภาษาไทยให้นักท่องเที่ยวฟัง

    12292.jpg

    นอกจากตัวพระอุโบสถแล้ว ที่วัดภูมินทร์ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกแห่ง นั่นก็คือสถูปเจดีย์พระมาลัยโปรดโลก ซึ่งภายในสถูปดังกล่าวจะจัดแสดงเกี่ยวกับนรกจำลอง ใครอยากเห็นว่านรกเป็นยังไงก็ลองเข้าไปชมดูได้

    ภายในวัดยังมีจุดจำหน่ายของที่ระลึก ซึ่งก็มีของที่ระลึกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังสือที่บรรยายเกี่ยวกับ “ฮูบแต้ม” โดยจะเล่าถึงรูปแต่ละรูปเป็นเรื่องเป็นราวยาวเหยียดเลยล่ะครับ นอกจากนี้ก็ยังจะมีธนบัตรขวัญถุง รูปภาพที่ระลึก Postcard พวงกุญแจ ฯลฯ

    ข้อดีมากมายก็ต้องมีข้อเสียบ้างครับ ข้อเสียของที่นี่คือถ้าไปตอนกลางวันจะร้อนมาก เพราะภายในวัดแทบจะไม่มีร่มไม้เลย แนะนำให้พกร่ม พกหมวกไปด้วยละกันครับผม

    รีวิวWang bon Reservoir (อ่างเก็บน้ำวังบอน)

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    สำหรับใครที่ต้องการไปพักผ่อนแบบชิล ๆ หลีกหนีความวุ่นวายจากเมือง แนะนำ "อ่างเก็บน้ำวังบอน" จ. นครนายกครับ เพราะนอกจากตอบโจทย์ทั้ง 2 ข้อที่บอกในตอนแรกแล้ว ยังมี Activity เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ทำอีกด้วย

    จากกรุงเทพฯ สามารถขับไปกลับได้เลยครับ ห่างจากกรุงเทพฯ แค่ประมาณ 100 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น แนะนำให้ใช้เส้นทางรังสิต – นครนายก จะใกล้ที่สุด แต่อาจรถติดหน่อยนึงตรงคลอง 1 – 5 เตรียมใจเผื่อเวลากันไว้ด้วยจ้า

    อ่างเก็บน้ำวังบอนอยู่ใกล้กับเขาใหญ่มาก พูดง่าย ๆ คือไปทางเดียวกับเขาใหญ่นั่นแหละครับ ตามป้ายไปเรื่อย ๆ พอใกล้ถึงก็จะมีป้าย “อ่างเก็บน้ำวังบอน” ตาไวนิดนึงไปถึงได้ไม่ยากเลยครับ

    ที่อ่างเก็บน้ำวังบอนมี Activity หลัก ๆ 2 อย่างคือ พายเรือคายัค และนอนกางเต็นท์

    ในส่วนของพายเรือคายัคนั้น เขามีเรือให้เช่าอยู่ครับ เปิดให้นักท่องเที่ยวพายได้ตั้งแต่เช้า – 18.00 น. กันเลยทีเดียว ค่าบริการไม่แพงเลย เพียงแค่ 50 บาท/2 ชั่วโมง แต่เอาเข้าจริง ๆ คุณป้าแกบอกว่า “พายไปเถอะ เบื่อค่อยเอามาคืน” การพายนั้นพายได้อิสระเลยครับ เราอยากจะไปตรงไหนของอ่างเก็บน้ำ ไปได้เลย จะหาหนังสือไปสักเล่ม พายไปที่เงียบ ๆ หรือกลางน้ำ แล้วนอนอ่านหนังสืออยู่ตรงนั้นก็ยังได้ แต่สิ่งที่ต้องรู้ไว้คือ เราสามารถพายไปที่น้ำตกเล็ก ๆ แห่งหนึ่งได้ครับ ลองถามป้าดูว่าอยู่ตรงไหน ไม่ไกลมากครับ

    ส่วนใครที่ต้องการกางเต็นท์สามารถไปติดต่อลงทะเบียนได้บริเวณทางเข้าเลยครับ ใครที่ไม่ได้เอาเต็นท์มาเอง ทางอ่างเก็บน้ำมีเต็นท์ให้บริการอยู่ น่าจะอยู่ราว ๆ 200 – 300 บาทครับ ช่วงเทศกาลคนไปจับจองพื้นที่กันค่อนข้างเยอะเหมือนกัน แนะนำให้ไปแต่เช้าจะดีกว่า

    เห็นน้ำตกอยู่ลิบ ๆ (เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูแล้ง น้ำเลยดูน้อยไปหน่อย)
    46798.jpg

    46800.jpg 46801.jpg
  • เกี่ยวกับ

    เพศ:
    ชาย