1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย
James
แสดงโพสต์จากทุกหมวด
เคลื่อนไหวล่าสุด:
27 กุมภา 2019
สมัครเมื่อ:
30 พฤษภา 2017
ข้อความโพสต์:
94
คำชอบใจ:
3
คะแนนสะสม:
8
รายการรีวิวของ James
เพศ:
ชาย

แบ่งปันหน้านี้

James

Azzurrini, ชาย

พลเมือง
James เคลื่อนไหวล่าสุด:
27 กุมภา 2019
  • รีวิวMade in Italy : ปัญญาอิตาลี

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ขึ้นชื่อว่าประเทศอิตาลีแล้วหลาย ๆ คนต้องนึกถึงศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรือง เหล่าศิลปินชั้นเอก ทั้งเลโอนาร์โด ดา วินชี ไมเคิล แองเจลโล ฯลฯ หรือแม้แต่แบรนด์ดัง ๆ หลาย ๆ แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น อาร์มานี ปราดา เวร์ซาเช่ โดลเช เอ กับบานา หรือวาเลนติโน ฯลฯ ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากประเทศแห่งนี้ทั้งสิ้น

    หนังสือเรื่อง “ปัญญาอิตาลี” ถือว่าเป็นผลงานคุณภาพอีกเล่มของคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ซึ่งนอกจากจะเล่าถึงประวัติคร่าว ๆ ของแบรนด์ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศ “อิตาลี” โดยการพาไปสัมภาษณ์คนอิตาลีในเมืองต่าง ๆ เพื่อให้เราเข้าใจถึงความคิดและวิถีชีวิตของคนอิตาลี ว่าพวกเขามี mindset แบบไหน ถึงนำพาประเทศมาจนถึงจุดนี้ได้

    โดยกลุ่มคนหลัก ๆ ที่คุณภิญโญเดินทางไปสัมภาษณ์นั้น ส่วนมากจะเป็นนักธุรกิจท้องถิ่น ที่ทำธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อ เพราะคุณภิญโญต้องการพาไปดูว่า เจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ เหล่านั้นทำธุรกิจกันยังไงถึงได้อยู่รอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะดูแล้วบางธุรกิจก็ไม่น่าจะอยู่รอดได้ในยุคโลกาภิวัฒน์ (เช่นธุรกิจเข้าเล่มหนังสือ) แต่ก็ยังอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ถือว่าเป็นแก่นที่ซ่อนอยู่ของหนังสือเล่มนี้ครับ

    โดยการสัมภาษณ์นั้น หนังสือเล่มนี้จะแยกเป็นการสัมภาษณ์คนในเมืองใหญ่ไล่ไปเป็นเมือง ตั้งแต่ มิลาน ฟลอเรนซ์ ไปจนถึงเนเปิ้ล พร้อมสอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์และเรื่องราวของสถานที่สำคัญ ๆ ในเมืองเหล่านั้น ไว้มากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีภาพสวย ๆ อยู่ตลอดทั้งเล่ม เรียกได้ว่าใครที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ชอบศิลปะ และชอบธุรกิจ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

    รีวิวBonanza Exotic Zoo

    ให้คะแนน:
    3/5,
    (ธรรมดา เฉยๆ)
    Bonanza Exotic Zoo เป็นสวนสัตว์ที่เน้นโชว์แต่สัตว์ที่แปลก ๆ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ไม่ได้พบได้ตามธรรมชาติในป่าเมืองไทย เช่น อัลปาก้า ยีราฟ ม้าลาย นกแก้วมาคอร์ สิงโตขาว ฯลฯ ฟังแค่ชื่อสัตว์ก็ดูน่าสนใจอยู่ครับ แต่สภาพของ Bonanza Exotic Zoo มันออกจะโทรม ๆ เหมือนไม่ค่อยได้รับการดูแลมากเท่าไหร่ บางกรงก็ไม่ได้มีสัตว์อยู่ในนั้น ไม่ได้มีป้ายที่ให้ข้อมูลสัตว์ชนิดต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ไม่มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูป ไม่มีเจ้าหน้าที่มาคอยเป็น Guide แนะนำข้อมูลอะไรต่าง ๆ ให้ มีแค่เจ้าหน้าที่คอยเก็บค่าเข้าตรงประตูแค่นั้น ที่สำคัญบรรยากาศไม่ได้ร่มรื่นเลยครับ ค่อนไปทางร้อนซะมากกว่าด้วย แล้วในสวนสัตว์ก็ไม่ได้มีจุดนั่งพักที่ร่มรื่น หรือจุดที่ขายเครื่องดื่มแบบเย็นชื่นใจอะไรเลย

    มองจากด้านนอกเห็นรถที่ดูเหมือนเป็นรถที่ใช้รับส่งนักท่องเที่ยว หรือพานักท่องเที่ยวนั่งชมสัตว์ในสวนสัตว์ แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าขึ้นตรงไหนอะไรยังไง รถหลาย ๆ คันก็เป็นรถเปล่าไม่ได้มีคนนั่ง เพราะคนอื่นก็น่าจะไม่รู้เหมือนกันว่าขึ้นตรงไหนอะไรยังไง

    อาหารที่ซื้อเพื่อป้อนให้สัตว์ก็อย่างแพง แครอทถุงเล็กนิดเดียว 50 บาท (ค่าเข้าสวนสัตว์ 100 บาท) แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก ๆ ที่ไม่เคยเห็นสัตว์แปลก ๆ พวกนี้ เด็ก ๆ ก็น่าจะพอได้รับความสนุกสนานอยู่ครับ เพราะเด็ก ๆ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ขอแค่เจออะไรแปลกหูแปลกตาพวกเขาก็สนุกกันแล้วครับ

    รีวิวThe Pianist: สงคราม ความหวัง บัลลังก์ เกียรติยศ

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ในบรรดาภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามมากที่สุด โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างโดยอิงเค้าโครงเรื่องจริงจากชีวประวัติของ Wladyslaw Szpilman นักเปียโนชาวโปแลนด์ เชื้อสายยิว ซึ่งถูกกองทัพนาซีเยอรมันตามล่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

    ภาพยนตร์เริ่มแสดงให้เห็นตั้งแต่ที่ตัวเอกของเรื่องยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีบ้าน มีครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา จนกระทั่งกองทัพเยอรมันเริ่มครอบงำโปแลนด์ได้มากขึ้น ชาวยิวเริ่มถูกกีดกัน และถูกจำกัดสิทธิ์ด้วยวิธีการต่าง ๆ ชีวิตของพวกเขาเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ เริ่มขาดน้ำและอาหาร สภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ต้องย้ายไปอยู่ในเขตกักกันชาวยิวที่กองทัพเยอรมันสร้างขึ้น คนที่ไม่เห็นด้วยกับกองทัพนาซีก็จะถูกกำจัดด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่โหดร้ายขึ้นไปเรื่อย ๆ

    ในช่วงกลาง ๆ เรื่อง ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวการหนีตายของ Szpilman อย่างเต็มที่ ทำทุกทาง กินทุกอย่างที่กินได้เพื่อให้มีชีวิตรอด จากคนที่หน้าตาหล่อเหลา แต่งตัวดี กลับกลายเป็นคนที่เหมือนกับคนบ้า คน Homeless อะไรทำนองนั้น ผู้หญิงที่เคยจีบช่วงเยอรมันบุกโปแลนด์ใหม่ ๆ เจอกันอีกทีก็ท้องไปแล้ว ทำให้เห็นว่าสงครามพรากทุก ๆ อย่างไปจากเขา แม้แต่มีเปียโนอยู่ในห้อง ยังไม่สามารถเล่นได้ เพราะกลัวเสียงจะดังไปถึงหูของพวกนาซีเยอรมัน

    (ต้องบอกทุก ๆ คนไว้ก่อนว่า เรื่องนี้ดูแล้วหดหู่มากทีเดียวครับ)

    รีวิวชะตากรรมโลกไม่ลืม | Schindler's List

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็น Top 3 ของภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวโดยกองทัพนาซีเยอรมัน สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง ที่บอกเล่าเรื่องราวของนักธุรกิจชาวเยอรมัน “ออสก้า ชินด์เลอร์” ผู้ที่ถูกสื่อออกมาได้ “Real” มาก ๆ คือ ถึงแม้จะเป็นตัวเอกของเรื่อง แต่เขาก็ไม่ได้เป็นพ่อพระ เพราะว่าชินด์เลอร์ทั้งเจ้าชู้ ทั้งแสวงหาผลประโยชน์ (แน่นอนเพราะเป็นนักธุรกิจ) บลา ๆ (ถ้านั่งดูก็จะเห็นฉากต่าง ๆ ที่ผู้กำกับพยายามจะสื่อตามที่ผมบอก)

    แต่ในท้ายที่สุดแล้ว นักธุรกิจที่ทั้งเจ้าชู้ ทั้งหน้าเลือด กลับช่วยชีวิตผู้คนไว้มากมายด้วยการติดสินบนทหารในกองทัพนาซีด้วยของมีค่าต่าง ๆ จนหมดตัว เป็นที่มาของชื่อเรื่อง Schindler’s List (List ของชินด์เลอร์ ที่ส่งให้นายทหารคนดังกล่าวเพื่อปล่อยตัวนักโทษชาวยิว)

    นอกจากเรื่องการเสียสละของชินด์เลอร์แล้ว ภาพยนตร์ยังแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม หลาย ๆ ครั้งจะเห็นฉากที่ทหารเยอรมันพยายามทำร้ายชาวยิวโดยไม่มีสาเหตุ หรือแม้กระทั่งฆ่าโดยไม่มีสาเหตุ (นายทหารเยอรมัน ตื่นนอนตอนเช้า ส่องไรเฟิลสุ่มไปที่ชาวยิว แล้วก็ยิงทิ้ง)

    รีวิวLife is beautiful: ยิ้มไว้โลกนี้ไม่มีสิ้นหวัง : Life is beautiful won 3 oscars

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    สำหรับผมแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง Life is beautiful เป็นภาพยนตร์ที่ดีมาก ๆ เรื่องหนึ่งครับ ถึงแม้ตอนแรกตัวเอกของเรื่องจะดูพูดมากน่ารำคาญ และมีหลาย ๆ ฉากที่ดูเวอร์เกินไป แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเราดูแบบไม่เครียดจนเกินไป ภาพยนตร์เรื่องนี้จะให้ข้อคิดดี ๆ มากมายกับเราครับ

    ภาพยนตร์เรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไหร่ หากคุณเป็นชาวยิว คุณจะไม่ถูกยกเว้น ทุกคนต้องถูกส่งเข้าค่ายแรงงาน เพื่อไปทำงานอย่างหนักให้กับฝ่ายเยอรมัน (ดูฉากที่อยู่บนรถตอนเดินทางไปค่ายแรงงาน)

    หลาย ๆ ฉากในภาพยนตร์แสดงให้เห็นถึงสภาพการทำงานภายในค่ายแรงงาน ว่าโหดร้ายมากแค่ไหน หากคุณถูกจับ คุณจะต้องยกของหนัก ๆ หลายกิโลกรัม อยู่ภายในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวทั้งวัน เมื่อกลับไปถึงโรงนอนที่แสนจะแออัด วิธีพักผ่อนที่ดีที่สุดทำได้แค่เพียงนอนเบียดเสียดกัน ซึ่งภาพยนตร์ก็แสดงให้เห็นถึงความเสียสละของตัวเอกของเรื่อง ซึ่งในฐานะที่เป็นพ่อ ไม่ว่าจะทำงานหนัก ไม่ว่าจะเหนื่อยมากแค่ไหน กลับมาถึงโรงนอนก็ต้องคอยยิ้มให้ลูกเห็น คอยพูดคุยเพื่อให้ลูกสบายใจ ไม่ให้ลูกเกิดความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัว

    บางฉาก ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าตัวเอกของเรื่องที่ดูอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี ยิ้มรับกับทุกเรื่อง ไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็น เขาเองก็มีความกลัวเช่นกัน (แอบถามเพื่อน ฯลฯ) ยิ่งตอกย้ำจุดมุ่งหมายหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าต้องการแสดงให้เห็นถึงความเสียสละของพ่อที่มีต่อลูกชาย (ดูสนุกดูร่าเริงต่อหน้าลูก แต่จริง ๆ แล้วลึก ๆ ตัวเองก็กลัว)

    รีวิวสวนพฤกษชาติแม่เมาะ, ลำปาง

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - วิวสวย/ไม่ไกลจากตัวเมือง
    ข้อด้อย - ตอนกลางวันค่อนข้างร้อน
    “สวนพฤกษชาติแม่เมาะ” เป็นที่เที่ยวสไตล์ธรรมชาติที่ไม่ไกลจากตัวเมืองลำปางมากนัก ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ครอบครัวหลาย ๆ ครอบครัวมักพาลูกหลานไปเที่ยวเล่นที่นี่ เพราะนอกจากไม่ไกลแล้ว ยังมี activity ให้ทำค่อนข้างจะหลากหลาย เด็ก ๆ ก็สามารถเล่นสไลเดอร์ ซึ่งถือเป็น signature ของที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว ลักษณะจะเป็นเนินย่อม ๆ เด็ก ๆ ก็จะนั่งบนแผ่นยางแล้วสไลด์ลงมาจากจุดสูงสุดของเนิน ส่วนพ่อแม่ที่รอก็ไม่เบื่อแน่นอนครับ เพราะตรงนั้นเป็นเนินที่มองลงมาแล้วเห็นวิวเป็นมุมกว้าง หลาย ๆ ครอบครัวเลยเลือกเอาเสื่อไปปูแล้ว picnic มันซะเลย ซึ่งทางแม่เมาะก็ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใดครับ

    102676.jpg

    ใครที่เป็นสายวิชาการหน่อย ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ไว้ให้ความรู้เช่นกันครับ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ)” แต่แนะนำเช็คเวลาก่อนก็ดีครับผม เพราะที่นี่ดูเหมือนจะเปิดปิดเป็นช่วง ๆ ครับ
    นอกจากนี้ไปเที่ยวที่นี่ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกินครับ บริเวณใกล้ ๆ ลานจอดรถจะมีร้านอาหารอยู่ประมาณ 3-4 ร้าน ส่วนใหญ่ก็เป็นสไตล์เอาใจคนที่จะไป picnic กันครับ เช่น พวกส้มตำไก่ย่าง แต่อาหารพวกก๋วยเตี๋ยวหรือตามสั่งก็พอมีอยู่ครับ ไม่ได้หากินยาก

    102677.jpg

    ไม่ไกลจากบริเวณสวนพฤษชาติ ขับรถขึ้นไปอีกหน่อยจะเจอ “สวนเฉลิมพระเกียรติ เหมืองแม่เมาะ” สวนนี้ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ไปกลางวันร้อนชัวร์ครับ ต้องรอช่วงเย็น ๆ หน่อย ประมาณ 4-5 โมงที่ยังพอมีแสง จะได้ถ่ายรูปด้วยครับ เพราะวิวบนนั้นจะสวยมาก ยิ่งถ้าไปฤดูหนาวก็น่าจะได้ฟีลมากขึ้นกว่าเดิมครับ นอกจากนี้บนนั้นยังมีหอคอยให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศาอีกด้วย

    102675.jpg

    รีวิวโรงแรม เสาวนีย์ โฮเทล, มหาสารคาม : 5 ดาวในเรื่องการเป็นที่นอนที่ราคาถูกและนอนหลับสบาย

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ข้อเด่น - ราคาถูก/สะอาด
    โรงแรมนี้ เหมาะสำหรับคนที่หาที่พักระหว่างทางที่ต้องเดินทางไกล หรือคนที่กำลังรู้สึกว่า อะไรก็ได้ ขอให้ได้นอนซักหน่อย ที่ต้องพูดแบบนี้ก็เพราะว่า ที่นี่ไม่มีอะไรเลย นอกจากที่นอนดี ๆ แค่นั้นครับ

    โรงแรมนี้อยู่ไม่ไกลจากกลางเมืองมหาสารคามเลย เป็นโรงแรมที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน ลักษณะเป็นตึกหลาย ๆ ตึกเชื่อมต่อกัน ห้องพักน่าจะหลาย 10 ห้องครับ บรรยากาศก็ไม่ได้หลอนเลยครับ มีเจ้าหน้าที่คอยรับอยู่ที่ด้านล่างตามปกติ ที่จอดรถก็ไม่ได้เบียดเสียด มีรั้วรอบขอบชิดเป็นอย่างดี

    ไปถึงที่นี่ก็ต้อง Check in ก่อนครับ Check in เสร็จแล้วก็จ่ายตังค์มันตรงนั้นเลย ราคาแค่ 350 บาทเท่านั้นครับ พอ Check in เสร็จก็ได้เวลาขึ้นห้อง แต่ทีนี้นิดเดียวครับ ข้อเสียแรกมาแล้ว คือ โรงแรมที่นี่ก็มีหลายชั้นอยู่นะ น่าจะ 3-4 ชั้นได้นะครับถ้าจำไม่ผิด แต่ว่าแต่ละตึกไม่มีลิฟท์จ้า ใครที่ของเยอะ ๆ หนัก ๆ ก็ต้องเล่นกล้ามกันหน่อยแหละครับ (จริง ๆ คิดว่าถ้าเรียกพี่เจ้าหน้าที่มาช่วย แกก็น่าจะยินดีช่วยอยู่ครับ)

    ห้องพักของที่นี่ยังเป็นแบบธรรมดาทั่วไป อย่าคาดหวังคีย์การ์ดอะไรแบบนั้น 555 แต่ว่าภายในห้องแทบไม่ได้ต่างจาก Hop inn เลยครับ Hop inn ถือเป็นโรงแรมที่มีมาตรฐานและราคาไม่แพง ถ้าใครเคยไปพัก Hop inn ก็จินตนาการที่นี่ว่าไม่ค่อยต่างจาก Hop inn มากนัก เพียงแค่ถูกกว่าและห้องกว้างกว่า แต่สิ่งที่ Hop inn ทำได้ดีกว่าที่นี่ก็คือเรื่องห้องน้ำครับ

    พูดถึงห้องน้ำ ข้อเสียอีกข้อของที่นี่คือน้ำจากฝักบัวไม่ค่อยแรง แต่ว่ายังอาบได้ สบายมากครับผม เอ้อ ลืมบอกไปว่าที่นี่มีน้ำอุ่นนะจ๊ะ

    โดยรวมแล้วโรงแรมแห่งนี้ใช้ได้เลยครับในแง่ของการเป็น “ที่นอน” เพราะนอกจากหลาย ๆ อย่างที่ได้กล่าวไปด้านบนแล้ว ยังมีในเรื่องของความสะอาด ซึ่งถึงแม้เป็นโรงแรมเล็ก ๆ ไม่ได้ดังอะไร แต่ความสะอาดดีกว่าโรงแรมใหญ่ ๆ หลายที่ ที่บางที่ ที่นอนเต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นเหม็นอับ แต่ที่นี่ไม่มีปัญหานั้นครับ

    102075.jpg

    รีวิวถ้ำผาไท, ลำปาง

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท จังหวัดลำปาง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติจะพลาดไม่ได้เป็นอันขาด เพราะที่นี่นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติแล้ว ยังมีจุดที่เต็มไปด้วยสตอรี่ต่าง ๆ มากมายอีกด้วย

    การเดินทาง
    ใครที่จะไปที่นี่ก็ต้องทนเดินทางไกลกันนิดนึงนะครับ เพราะว่าที่นี่ไกลจากตัวเมืองลำปางเกือบ 100 กิโลเมตรเลยทีเดียว เรียกได้ว่าใกล้เมืองพะเยามากกว่าเมืองลำปางซะอีก

    ถึงจะไกลแต่ไม่ต้องกลัวหลงครับ อันนี้สบาย ๆ หายห่วง เพราะอุทยานแห่งชาติมีป้ายตัวใหญ่เบ้อเริ่มตั้งอยู่ริมถนนเลย เพียงแค่ระหว่างทางนั้น อาจจะต้องขับรถด้วยความระมัดระวังกันสักเล็กน้อย เพราะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงทั้งนั้น

    สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยาน

    ถ้ำผาไท
    – ถ้ำนี้ว่ากันว่าถูกพบโดยพรานป่าในสมัยโบราณ ภายในถ้ำมีโถงขนาดใหญ่ ความลึกของถ้ำก็กิโลกว่า ๆ เลยทีเดียว นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปศึกษาภายในถ้ำได้ครับ ค่อนข้างปลอดภัย มีหลอดไฟติดให้แสงสว่างอยู่หลายจุด และที่ถ้ำแห่งนี้ ในหลวงรัชกาลที่ 7 เคยเสด็จมาเยือนในปี 2469 อีกด้วยครับ ถ้าเข้าไปข้างในก็จะเห็นพระปรมาภิไธยย่อ ปปร. ปรากฏอยู่ ระหว่างทางเพื่อไปยังถ้ำ ต้องเดินนิดนึงนะครับ ถ้ามาในฤดูร้อนก็จะร้อนหน่อยแนะนำให้พกร่มมาด้วย แต่ถ้ามาช่วงฤดูหนาวและเป็นช่วงเช้าก็น่าจะชิวกว่ามากเลยครับ

    ถ้ำโจร – ถ้ำโจรนั้นได้ชื่อนี้มาไม่ใช่เพราะโชคช่วยครับ เพราะสันนิษฐานว่าในอดีตเคยเป็นแหล่งกบดานของบรรดาพี่โจรทั้งหลายนั่นเอง

    หล่มภูเขียว – สถานที่แห่งนี้เพิ่งมาดังช่วงหลัง ๆ นี่เองครับ ลักษณะเป็นเหมือนแอ่งน้ำอยู่กลางป่า มีสีเขียวสวยงาม น้ำใสมองเห็นตัวปลา ได้รับการยกย่องว่าเป็น unseen ของลำปางเลยครับ (ของจริงอาจไม่สวยเท่าในรูป)

    จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือเรื่องความเงียบสงบครับ นักท่องเที่ยวไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่ เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ค่อนข้างชอบการท่องเที่ยวแบบสันโดษ แต่ก็นั่นแหละครับ เพราะมันค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยมีคน การเดินหรือการเที่ยวอาจต้องระวังไม่ให้ออกนอกเส้นทางด้วยนะครับ เพราะเดี๋ยวจะไม่มีใครหาเจอนะ 555

    รีวิวMandarin Golden Valley Hotel and Resort (Khao Yai)

    ให้คะแนน:
    3/5,
    (ธรรมดา เฉยๆ)
    Mandarin Golden Valley Hotel and Resort ตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (ฝั่งปากช่อง) จากกรุงเทพฯ การเดินทางไม่ได้ไกลมากครับ ถือว่าสะดวกพอสมควร เพื่อไม่ให้เสียเวลามาไล่รีวิวไปทีละเรื่องเลยครับ

    - วิว : Mandarin Golden Valley Hotel and Resort เรียกได้ว่าตั้งอยู่ติดกับภูเขาเลยก็ว่าได้ครับ คือ ออกไปตรงระเบียงก็เจอกับภูเขาแบบแทบจะเอามือเอื้อมไปถึง เหมาะมากครับสำหรับคนที่รักธรรมชาติ เพราะเราสามารถเห็นรายละเอียดบนภูเขาได้เลย ตรงไหนเป็นหิน ตรงไหนเป็นต้นไม้ใกล้จนแทบจะบอกได้เลยว่าต้นอะไร

    - กว้างขวาง : Mandarin Golden Valley Hotel and Resort เป็นที่พักที่ถ้าพูดภาษาบ้าน ๆ นั้นอยู่ใน “รั้ว” เดียวกับ Greenery ดังนั้นเรื่องพื้นที่ใช้สอย สามารถใช้ร่วมกันได้หลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง Jogging หรือการปั่นจักรยาน

    - ห้อง : จริง ๆ ห้องก็โออยู่นะครับ แต่อย่างว่า ความโอเคของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เอาเป็นว่า มันก็สะอาดอยู่ แต่เฟอนิเจอร์อะไรแบบนี้ก็ออกจะเก่า ๆ หน่อยครับ แต่พวกของอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก็มีครบ โดยรวมแล้วก็พออยู่ได้ครับ

    - ห้องน้ำ : ห้องน้ำไม่ค่อยน่าใช้เท่าไหร่ ฟีลแบบเก่า ๆ น้ำก็ไม่ค่อยแรง เป็นฝอยกระจาย ๆ อาบไม่สะใจครับผมว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ควรปรับปรุงที่สุดแล้ว

    - ความสะอาดโดยรวม : ตึก Mandarin มันดูโทรม ๆ นิดนึงครับ แต่อย่างว่าอยู่ใกล้ป่าใกล้เขา อาจจะมีฝุ่นมีผง เศษใบไม้ใบหญ้ามากกว่าปกติเป็นธรรมดาครับ

    - ระเบียง : ระเบียงก็ไม่ได้น่าออกไปเหยียบเท่าไหร่ แต่ก็เอาน่า ใส่รองเท้าออกไปพอได้อยู่ครับ 555

    - อาหารเช้า : อันนี้ขอโทษจริง ๆ ครับ ผมไม่ได้ไปลอง

    - สรุป : ถ้าไม่เรื่องมากจนเกินไปก็ถือว่าโอเคครับพอพักได้ แต่ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นคนเรื่องมากก็ไม่แนะนำจ้า

    รีวิวGreenery Resort Khao Yai

    ให้คะแนน:
    3/5,
    (ธรรมดา เฉยๆ)
    The Greenery Resort Khao Yai อยู่แถวอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มาดูข้อดี ข้อเสีย ชัด ๆ กันเลยดีกว่า

    ข้อดี
    1. วิวสวย : เนื่องจาก Greenery Resort Khao Yai ตั้งอยู่ติดกับภูเขา จึงทำให้ทัศนียภาพของที่นั่นสวยงามตามไปด้วย บรรยากาศในยามเช้าบริเวณระเบียงนั้นถือว่าดีต่อใจคนรักธรรมชาติมากทีเดียว มีเสียงนกนานาชนิดให้เราได้ฟังไม่หยุดไม่หย่อน มองเห็นสีเขียวเข้มและเขียวอ่อนของต้นไม้ชนิดต่าง ๆ สลับกันอยู่บนภูเขา รับรองว่าจะได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอย่างแน่นอน

    2. มีสระน้ำ รวมถึงสวนน้ำเล็ก ๆ : สระน้ำและสวนน้ำเล็ก ๆ เหมาะสำหรับคนที่มีครอบครัวและลูก ๆ วัยไม่เกินประมาณ 12 ปี เพราะ “สวนน้ำน้อย” ของที่นี่ไม่ธรรมดา มีกลไกต่าง ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เด็ก ๆ น่าจะชอบเลยทีเดียว

    3. กว้างขวาง : เพราะงั้นเรื่องที่จอดรถหรือพื้นที่ในการทำกิจกรรมถือว่าหมดห่วงไปได้เลย

    4. อาหารเช้า : ก็ถือว่าโอเคครับ ไม่แย่ อันนี้คิดว่าแล้วแต่คนมากกว่า บางคนอยู่ง่ายก็โอเค อยู่ยากก็คงจะบ่น ๆ แต่ผมว่าอาหารก็มีให้เลือกพอสมควรเลยนะ

    5. ห้องนอน : จะว่าดีมากก็ไม่เชิงครับ มันก็มีความเก่านิดนึง แต่ก็ถือว่าผ่านอยู่นะ

    ข้อเสีย
    1. Lobby : ที่นั่งตรง Lobby เป็นโซฟา ดูไม่ค่อยได้ผ่านการทำความสะอาด

    2. คนเยอะ : เนื่องจากเป็น Resort ขนาดใหญ่ ทำให้บริษัททั้งหลายเลือกที่จะมาจัดกิจกรรมที่นี่ และแน่นอนว่าถ้าจังหวะไม่ดีมาเจอบริษัทพวกนั้น ความเงียบสงบทั้งหมดมันก็จะหายไปด้วย

    3. กว้างขวาง : เป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียก็คือ จะเดินไปนั่นไปนี่มันไกล ถึงแม้ทาง Resort จะมีรถคอยรับส่ง แต่รถก็ไม่ได้อยู่ Stand by ตลอดเวลา

    TIP
    ในบริเวณ Resort เป็นที่ตั้งของ Scenical World สวนสนุก & สวนน้ำ มีเครื่องเล่นหลากหลาย แบ่งเป็นหลายโซน ทั้งสวนสนุกเด็ก สวนสนุกผู้ใหญ่ (เครื่องเล่นก็เสียวขึ้นหลายเท่า) และสวนน้ำ ราคาบัตรมีตั้งแต่ 200 บาทถึง 1,250 บาท เลือกเอาว่าจะเอาแบบไหน
  • เกี่ยวกับ

    เพศ:
    ชาย