1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย
James
แสดงโพสต์จากทุกหมวด
เคลื่อนไหวล่าสุด:
16 กรกฎา 2019 at 21:47:38
สมัครเมื่อ:
30 พฤษภา 2017
ข้อความโพสต์:
98
คำชอบใจ:
3
คะแนนสะสม:
8
รายการรีวิวของ James
เพศ:
ชาย

แบ่งปันหน้านี้

James

Azzurrini, ชาย

พลเมือง
James เคลื่อนไหวล่าสุด:
16 กรกฎา 2019 at 21:47:38
  • รีวิวอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม, ชัยภูมิ

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ใครจะไปเที่ยวที่นี่แนะนำให้ไปให้ถูกฤดูกาลจะดีกว่านะครับ จะอยู่ในช่วงราว ๆ ปลายเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม เพราะว่าช่วงนั้นดูจากในภาพแล้ว บริเวณอุทยานแห่งชาติป่าหินงามน่าจะเขียวชอุ่มเพราะได้รับน้ำจากน้ำฝนนั่นเองครับ และดอกกระเจียวซึ่งเป็นพระเอกของอุทยานแห่งชาติฯ ก็จะเริ่มบานอีกด้วย
    แต่หากใครไปเที่ยวนอกฤดูแบบผม ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องอากาศร้อนก็ยังพอมีไฮไลท์อย่างอื่นที่พอจะเที่ยวได้อยู่ครับ

    1022.jpg

    อย่างที่บอกไปตอนแรกครับ ถ้าไปเที่ยวตามฤดูกาลก็จะเป็นฤดูที่ดอกกระเจียวบาน ซึ่งผมลองถามพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารตามสั่งอยู่บริเวณทางขึ้นอุทยานนั้นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าเป็นในช่วง High season รถจะเยอะมาก จนในบางช่วงบางตอนของวันถึงกับติดเลยก็มี แต่ถ้าเป็นฤดูที่ผมมานี้ นอกจากจะไม่มีรถแล้ว ยังแทบไม่มีอะไรให้เที่ยวอีกด้วย 555

    ก่อนเข้าอุทยานฯ ก็ต้องเสียค่าผ่านทางกันก่อนครับ ค่าผ่านทางเท่าไหร่จำไม่ได้ครับ จำได้แค่ว่าอัตราทั่ว ๆ ไป ไม่ได้แพงอะไรมากนัก มองไปรอบ ๆ ไม่มีรถใครเลยนอกจากรถผม

    ในฤดูร้อน ภายในอุทยานแห่งชาติป่าหินงามแห่งนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ดูร้อนไปหมดครับ บริเวณที่เป็นทุ่งดอกกระเจียวก็กลายเป็นเหมือนทุ่งหญ้าแห้ง ๆ สีน้ำตาล สีเหลือง สลับ ๆ กันไป ไม่มีความสดชื่นใด ๆ ทั้งสิ้น จุดที่พอจะเที่ยวได้ในฤดูร้อนก็คงเป็น “ผาสุดแผ่นดิน” ซึ่งวิวข้างบนนั้นสวยงามสุด ๆ เห็นได้ชัด 360 องศา ที่สำคัญ ข้างบนนั้นลมแรงมาก สำหรับผมแล้ว ไม่ได้เห็นทุ่งดอกกระเจียวแต่ได้เห็นวิวที่ผาสุดแผ่นดินก็ถือว่าคุ้มครับ

    1021.jpg

    นอกจากจะมีวิวที่สวยงามแล้ว ด้านบนยังมีเส้นทางให้นักท่องเที่ยวเดินศึกษาธรรมชาติอีกด้วย แต่ช่วงที่ผมไปอากาศร้อนมาก ๆ จึงไม่ได้ทำการเดินศึกษาธรรมชาติแต่อย่างใดครับ ยังไงใครที่จะไปเที่ยวที่อุทยานฯ ก็ลองวางแผนดูดี ๆ นะครับว่าจะไปช่วงไหน

    1020.jpg

    รีวิวน้ำตกวังก้านเหลือง, ลพบุรี

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - น้ำตกสวยมาก รวมทั้งธรรมชาติรอบ ๆ
    ข้อด้อย - เสาร์-อาทิตย์ คนเยอะ
    ถ้าใครชอบอ่านหนังสือแนวป่าน่าจะพอทราบว่า ในอดีต แถวอำเภอชัยบาดาล จ.ลพบุรี เคยเป็นป่าใหญ่มาก่อน และแน่นอนว่าเมื่อเป็นป่าใหญ่ย่อมมีร่องรอยของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงแหล่งต้นน้ำลำธารอย่างน้ำตก

    1019.jpg

    ความจริงแถว ๆ ลพบุรี สระบุรี มีน้ำตกค่อนข้างหลายแห่ง และหลาย ๆ แห่งก็มีชื่อเสียงเป็นที่คุ้นหูคุ้นตาของหลาย ๆ คน แต่น้ำตกแห่งนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจฟังชื่อแล้วยังไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก น้ำตกแห่งนี้คือ “น้ำตกวังก้านเหลือง” ตั้งอยู่ในเขตอำเภอชัยบาดาล จ.ลพบุรี (ห่างจากกรุงเทพประมาณ 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางแบบรถไม่ติดก็ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง)

    น้ำตกวังก้านเหลืองถือว่าเป็น Unseen ของจังหวัดลพบุรีอีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ ตัวน้ำตกไม่ได้เป็นน้ำตกสไตล์ยิ่งใหญ่ ไม่ได้สูงเหมือนทีลอซู หรือเหวนรกอะไรทำนองนั้น เป็นน้ำตกที่มีความสูงเพียงเล็กน้อย ซึ่งมีจุดเด่นที่สีของน้ำ ซึ่งเป็นสีฟ้าสวย บวกกับจุดเล่นน้ำที่มีค่อนข้างมากและธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ น้ำตกที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มากทีเดียว แต่ผมมองว่าตัวน้ำตกก็ยังไม่ได้รับการดูแลมากเท่าที่ควรหากเทียบกับความสวยงามขนาดนี้ เริ่มจากเรื่องภูมิทัศน์ภายในเขตน้ำตกก่อน ผมคิดว่าบริเวณดังกล่าวไม่ได้ถูกตกแต่งให้ดีมากเท่าไหร่ (แต่เอาจริง ๆ ราชการไทยก็ประมาณนี้อยู่แล้ว) เห็นแล้วก็เสียดาย เพราะจริง ๆ แล้วที่นี่เป็นสถานที่ Unseen แบบว่าสามารถเรียกนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศได้เลย เรื่องที่สองเป็นเรื่องของร้านอาหารบริเวณน้ำตก กินแทบไม่ได้ จะกินได้ก็ต่อเมื่อไม่ได้ไปเห็น Process การทำของป้า ๆ แก ที่เรียกได้สั้น ๆ ว่า “ซกมก” มาก แนะนำว่าใครจะไปเที่ยวที่นั่นก็กินไปก่อนละกันครับ อีกเรื่องคือน้ำตกแห่งนี้เหมือนจะไม่ได้ห้ามเรื่องอาหารการกินที่ให้เอาเข้าไปกินในน้ำตกมากนัก พอเราเข้าไปในน้ำตกจึงเห็นอาหารครบทุกประเภทรวมถึงเหล้าเบียร์ นอกจากนี้ยังมีบางคนเอาลำโพงบลูทูธไปเปิดเพลงกันอย่างเมามันส์

    สรุปโดยรวมคือตัวน้ำตกสวยมาก แต่แนะนำให้มาวันที่ไม่ใช่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ดีกว่า เพราะว่าเสาร์-อาทิตย์คนจะเยอะมาก ๆ ส่วนข้อเสียก็อย่างที่ได้บอกไปข้างบนครับ ลองชั่งน้ำหนักกันดู



    อ่านต่อ...

    รีวิวเมืองโบราณศรีเทพ (เพชรบูรณ์)

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    998.jpg

    ที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ ด้วยเนื้อที่เป็นพัน ๆ ไร่ แต่เจ้าหน้าที่กลับดูแลรักษาสภาพของอุทยานแห่งนี้ไว้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสภาพทางภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ถูกทิ้งร้าง ข้อมูลต่าง ๆ ยังคงครบถ้วน ใช้การได้ทุกจุด และด้วยความที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างใหญ่ (เพราะสันนิษฐานว่าในสมัยโบราณนั้นเมืองนี้เจริญรุ่งเรื่องเป็นอย่างมาก) ทางอุทยานประวัติศาสตร์จึงได้จัดรถนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมไกด์ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับไปด้วยในตัว คอยให้ความรู้เกี่ยวกับจุดสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ในเขตอุทยานฯ

    997.jpg

    การเดินทางก็ไม่ลำบากมากนักครับ จากกรุงเทพมุ่งหน้าไปทางสระบุรี แล้วเลี่ยงเมืองออกไปตามป้ายเพชรบูรณ์ ผ่านอำเภอชัยบาดาล อีกไม่กี่กิโลก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพแล้วครับ ถ้ารถไม่ติดก็น่าจะใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่จริง ๆ แนะนำว่าถ้าจะมาเที่ยวศรีเทพก็ให้วางแผนเที่ยวที่อื่นไว้ด้วยดีกว่าครับ เพราะว่าตัวอุทยานประวัติศาสตร์ถึงจะกว้างใหญ่ก็จริง แต่เรานั่งรถไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาไม่นานก็ดูจนทั่วเมืองโบราณแล้วครับ ถึงเป็นสายถ่ายรูปเต็มที่ก็ไม่น่าเกิน 3-4 ชั่วโมง ยังไงลองวางแผนหาที่เที่ยวใกล้ ๆ แถวนั้นดูครับ

    อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ถ้าเทียบกับอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาแล้วถือว่าเงียบสงบกว่าเยอะครับ ใครไปตอนเย็น ๆ อาจจะหลอน ๆ นิดนึง 555 เพราะว่าภายในอุทยานฯ มีการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์หลายโครงเลยด้วยกัน สันนิษฐานว่าเป็นศพของคนที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองศรีเทพในอดีต (ตอนนี้ก็ยังขุดเจออยู่เรื่อย ๆ )

    ยังไงใครว่าง ๆ ลองแวะไปดูครับ คิดว่าไม่น่าจะผิดหวัง (มีค่าเข้าชมนิดหน่อยครับผม ไม่แพง)

    996.jpg

    รีวิวลำพวา, อัมพวา

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ข้อเด่น - บรรยากาศดี ดีไซน์สวยงาม เงียบสงบ ห้องพักใหม่และสะอาด
    994.jpg

    ลำพวา อัมพวา อีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ชอบไปเที่ยวอัมพวา รวมถึงคนกรุงที่อยากหาสถานที่พักผ่อนชิล ๆ แต่ว่าไม่อยากเดินทางไกล ๆ ไปต่างจังหวัด รีสอร์ทแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ผมแนะนำให้ท่านได้ลองไปสัมผัสดูสักครั้ง เพราะทั้งสวยงามด้วยดีไซน์การออกแบบ โดดเด่นในเรื่องของบรรยากาศที่เงียบสงบ (เนื่องจากตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากถนนใหญ่ พูดง่าย ๆ ก็คือโลเคชั่นค่อนข้างที่จะปลีกออกมาจากความเจริญพอสมควร) ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าไม่มีเสียงรถมารบกวนแน่นอน จะได้ยินก็แต่เสียงเรือที่นาน ๆ ครั้งจะผ่านมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะได้ยินแต่เสียงน้ำไหล เพราะที่นี่ตั้งอยู่ติดกับลำคลองเลยครับ (คลองลัดด่าน) นอกจากนี้สภาพของห้องพักยังถือว่าใหม่อยู่พอสมควร (รวมถึงห้องน้ำด้วย) ตัวพนักงานเอง เท่าที่ผมได้สัมผัสก็น่ารักนะครับ ตั้งใจบริการดี ในที่นี้ก็รวมถึงพี่ ๆ รปภ.ด้วยครับ

    995.jpg

    ด้วยดีไซน์ของรีสอร์ทที่มีความสวยงาม ที่นี่เลยถือว่าเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปครับ โดยเฉพาะตรงสระว่ายน้ำที่ดูเหมือนออกแบบมาเพื่อให้เป็นมุมสำหรับให้ถ่ายรูปโดยเฉพาะ ตัวสระว่ายน้ำไม่ได้ใหญ่นะครับ เป็นสระเล็ก ๆ พอว่ายได้ ตัวสระถูกสร้างกินพื้นที่เข้าไปในคลองและถูกยกให้สูงขึ้นมาจากตัวคลอง เวลาว่ายจะรู้สึกเหมือนกำลังเล่นน้ำอยู่ในคลองยังไงอย่างงั้นครับ นอกจากสระว่ายน้ำแล้ว ที่นี่ยังมีโต๊ะพูลไว้ให้บริการครับ แต่ไม่ได้ให้เล่นฟรีครับผม ต้องหยอดเหรียญนะ แล้วที่ไม่โอเคเลยคือในห้องเล่นพูลนั้นไม่มีแอร์ มีแต่พัดลม นอกจากหายใจไม่ออกแล้วก็ยังร้อนด้วย

    รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอัมพวาครับ อยู่ห่างจากตลาดน้ำแค่ประมาณ 8 กิโลเมตร ห่างจากตลาดร่มหุบแค่ประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น

    รีวิวMade in Italy : ปัญญาอิตาลี

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ขึ้นชื่อว่าประเทศอิตาลีแล้วหลาย ๆ คนต้องนึกถึงศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรือง เหล่าศิลปินชั้นเอก ทั้งเลโอนาร์โด ดา วินชี ไมเคิล แองเจลโล ฯลฯ หรือแม้แต่แบรนด์ดัง ๆ หลาย ๆ แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น อาร์มานี ปราดา เวร์ซาเช่ โดลเช เอ กับบานา หรือวาเลนติโน ฯลฯ ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากประเทศแห่งนี้ทั้งสิ้น

    หนังสือเรื่อง “ปัญญาอิตาลี” ถือว่าเป็นผลงานคุณภาพอีกเล่มของคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ซึ่งนอกจากจะเล่าถึงประวัติคร่าว ๆ ของแบรนด์ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศ “อิตาลี” โดยการพาไปสัมภาษณ์คนอิตาลีในเมืองต่าง ๆ เพื่อให้เราเข้าใจถึงความคิดและวิถีชีวิตของคนอิตาลี ว่าพวกเขามี mindset แบบไหน ถึงนำพาประเทศมาจนถึงจุดนี้ได้

    โดยกลุ่มคนหลัก ๆ ที่คุณภิญโญเดินทางไปสัมภาษณ์นั้น ส่วนมากจะเป็นนักธุรกิจท้องถิ่น ที่ทำธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อ เพราะคุณภิญโญต้องการพาไปดูว่า เจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ เหล่านั้นทำธุรกิจกันยังไงถึงได้อยู่รอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะดูแล้วบางธุรกิจก็ไม่น่าจะอยู่รอดได้ในยุคโลกาภิวัฒน์ (เช่นธุรกิจเข้าเล่มหนังสือ) แต่ก็ยังอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ถือว่าเป็นแก่นที่ซ่อนอยู่ของหนังสือเล่มนี้ครับ

    โดยการสัมภาษณ์นั้น หนังสือเล่มนี้จะแยกเป็นการสัมภาษณ์คนในเมืองใหญ่ไล่ไปเป็นเมือง ตั้งแต่ มิลาน ฟลอเรนซ์ ไปจนถึงเนเปิ้ล พร้อมสอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์และเรื่องราวของสถานที่สำคัญ ๆ ในเมืองเหล่านั้น ไว้มากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีภาพสวย ๆ อยู่ตลอดทั้งเล่ม เรียกได้ว่าใครที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ชอบศิลปะ และชอบธุรกิจ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

    รีวิวBonanza Exotic Zoo

    ให้คะแนน:
    3/5,
    (ธรรมดา เฉยๆ)
    Bonanza Exotic Zoo เป็นสวนสัตว์ที่เน้นโชว์แต่สัตว์ที่แปลก ๆ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ไม่ได้พบได้ตามธรรมชาติในป่าเมืองไทย เช่น อัลปาก้า ยีราฟ ม้าลาย นกแก้วมาคอร์ สิงโตขาว ฯลฯ ฟังแค่ชื่อสัตว์ก็ดูน่าสนใจอยู่ครับ แต่สภาพของ Bonanza Exotic Zoo มันออกจะโทรม ๆ เหมือนไม่ค่อยได้รับการดูแลมากเท่าไหร่ บางกรงก็ไม่ได้มีสัตว์อยู่ในนั้น ไม่ได้มีป้ายที่ให้ข้อมูลสัตว์ชนิดต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ไม่มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูป ไม่มีเจ้าหน้าที่มาคอยเป็น Guide แนะนำข้อมูลอะไรต่าง ๆ ให้ มีแค่เจ้าหน้าที่คอยเก็บค่าเข้าตรงประตูแค่นั้น ที่สำคัญบรรยากาศไม่ได้ร่มรื่นเลยครับ ค่อนไปทางร้อนซะมากกว่าด้วย แล้วในสวนสัตว์ก็ไม่ได้มีจุดนั่งพักที่ร่มรื่น หรือจุดที่ขายเครื่องดื่มแบบเย็นชื่นใจอะไรเลย

    มองจากด้านนอกเห็นรถที่ดูเหมือนเป็นรถที่ใช้รับส่งนักท่องเที่ยว หรือพานักท่องเที่ยวนั่งชมสัตว์ในสวนสัตว์ แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าขึ้นตรงไหนอะไรยังไง รถหลาย ๆ คันก็เป็นรถเปล่าไม่ได้มีคนนั่ง เพราะคนอื่นก็น่าจะไม่รู้เหมือนกันว่าขึ้นตรงไหนอะไรยังไง

    อาหารที่ซื้อเพื่อป้อนให้สัตว์ก็อย่างแพง แครอทถุงเล็กนิดเดียว 50 บาท (ค่าเข้าสวนสัตว์ 100 บาท) แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก ๆ ที่ไม่เคยเห็นสัตว์แปลก ๆ พวกนี้ เด็ก ๆ ก็น่าจะพอได้รับความสนุกสนานอยู่ครับ เพราะเด็ก ๆ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ขอแค่เจออะไรแปลกหูแปลกตาพวกเขาก็สนุกกันแล้วครับ

    รีวิวThe Pianist: สงคราม ความหวัง บัลลังก์ เกียรติยศ

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ในบรรดาภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามมากที่สุด โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างโดยอิงเค้าโครงเรื่องจริงจากชีวประวัติของ Wladyslaw Szpilman นักเปียโนชาวโปแลนด์ เชื้อสายยิว ซึ่งถูกกองทัพนาซีเยอรมันตามล่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

    ภาพยนตร์เริ่มแสดงให้เห็นตั้งแต่ที่ตัวเอกของเรื่องยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีบ้าน มีครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา จนกระทั่งกองทัพเยอรมันเริ่มครอบงำโปแลนด์ได้มากขึ้น ชาวยิวเริ่มถูกกีดกัน และถูกจำกัดสิทธิ์ด้วยวิธีการต่าง ๆ ชีวิตของพวกเขาเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ เริ่มขาดน้ำและอาหาร สภาพเศรษฐกิจตกต่ำ ต้องย้ายไปอยู่ในเขตกักกันชาวยิวที่กองทัพเยอรมันสร้างขึ้น คนที่ไม่เห็นด้วยกับกองทัพนาซีก็จะถูกกำจัดด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่โหดร้ายขึ้นไปเรื่อย ๆ

    ในช่วงกลาง ๆ เรื่อง ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวการหนีตายของ Szpilman อย่างเต็มที่ ทำทุกทาง กินทุกอย่างที่กินได้เพื่อให้มีชีวิตรอด จากคนที่หน้าตาหล่อเหลา แต่งตัวดี กลับกลายเป็นคนที่เหมือนกับคนบ้า คน Homeless อะไรทำนองนั้น ผู้หญิงที่เคยจีบช่วงเยอรมันบุกโปแลนด์ใหม่ ๆ เจอกันอีกทีก็ท้องไปแล้ว ทำให้เห็นว่าสงครามพรากทุก ๆ อย่างไปจากเขา แม้แต่มีเปียโนอยู่ในห้อง ยังไม่สามารถเล่นได้ เพราะกลัวเสียงจะดังไปถึงหูของพวกนาซีเยอรมัน

    (ต้องบอกทุก ๆ คนไว้ก่อนว่า เรื่องนี้ดูแล้วหดหู่มากทีเดียวครับ)

    รีวิวชะตากรรมโลกไม่ลืม | Schindler's List

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็น Top 3 ของภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวโดยกองทัพนาซีเยอรมัน สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง ที่บอกเล่าเรื่องราวของนักธุรกิจชาวเยอรมัน “ออสก้า ชินด์เลอร์” ผู้ที่ถูกสื่อออกมาได้ “Real” มาก ๆ คือ ถึงแม้จะเป็นตัวเอกของเรื่อง แต่เขาก็ไม่ได้เป็นพ่อพระ เพราะว่าชินด์เลอร์ทั้งเจ้าชู้ ทั้งแสวงหาผลประโยชน์ (แน่นอนเพราะเป็นนักธุรกิจ) บลา ๆ (ถ้านั่งดูก็จะเห็นฉากต่าง ๆ ที่ผู้กำกับพยายามจะสื่อตามที่ผมบอก)

    แต่ในท้ายที่สุดแล้ว นักธุรกิจที่ทั้งเจ้าชู้ ทั้งหน้าเลือด กลับช่วยชีวิตผู้คนไว้มากมายด้วยการติดสินบนทหารในกองทัพนาซีด้วยของมีค่าต่าง ๆ จนหมดตัว เป็นที่มาของชื่อเรื่อง Schindler’s List (List ของชินด์เลอร์ ที่ส่งให้นายทหารคนดังกล่าวเพื่อปล่อยตัวนักโทษชาวยิว)

    นอกจากเรื่องการเสียสละของชินด์เลอร์แล้ว ภาพยนตร์ยังแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม หลาย ๆ ครั้งจะเห็นฉากที่ทหารเยอรมันพยายามทำร้ายชาวยิวโดยไม่มีสาเหตุ หรือแม้กระทั่งฆ่าโดยไม่มีสาเหตุ (นายทหารเยอรมัน ตื่นนอนตอนเช้า ส่องไรเฟิลสุ่มไปที่ชาวยิว แล้วก็ยิงทิ้ง)

    รีวิวLife is beautiful: ยิ้มไว้โลกนี้ไม่มีสิ้นหวัง : Life is beautiful won 3 oscars

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    สำหรับผมแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง Life is beautiful เป็นภาพยนตร์ที่ดีมาก ๆ เรื่องหนึ่งครับ ถึงแม้ตอนแรกตัวเอกของเรื่องจะดูพูดมากน่ารำคาญ และมีหลาย ๆ ฉากที่ดูเวอร์เกินไป แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเราดูแบบไม่เครียดจนเกินไป ภาพยนตร์เรื่องนี้จะให้ข้อคิดดี ๆ มากมายกับเราครับ

    ภาพยนตร์เรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงคราม ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน อายุเท่าไหร่ หากคุณเป็นชาวยิว คุณจะไม่ถูกยกเว้น ทุกคนต้องถูกส่งเข้าค่ายแรงงาน เพื่อไปทำงานอย่างหนักให้กับฝ่ายเยอรมัน (ดูฉากที่อยู่บนรถตอนเดินทางไปค่ายแรงงาน)

    หลาย ๆ ฉากในภาพยนตร์แสดงให้เห็นถึงสภาพการทำงานภายในค่ายแรงงาน ว่าโหดร้ายมากแค่ไหน หากคุณถูกจับ คุณจะต้องยกของหนัก ๆ หลายกิโลกรัม อยู่ภายในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวทั้งวัน เมื่อกลับไปถึงโรงนอนที่แสนจะแออัด วิธีพักผ่อนที่ดีที่สุดทำได้แค่เพียงนอนเบียดเสียดกัน ซึ่งภาพยนตร์ก็แสดงให้เห็นถึงความเสียสละของตัวเอกของเรื่อง ซึ่งในฐานะที่เป็นพ่อ ไม่ว่าจะทำงานหนัก ไม่ว่าจะเหนื่อยมากแค่ไหน กลับมาถึงโรงนอนก็ต้องคอยยิ้มให้ลูกเห็น คอยพูดคุยเพื่อให้ลูกสบายใจ ไม่ให้ลูกเกิดความหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัว

    บางฉาก ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าตัวเอกของเรื่องที่ดูอารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี ยิ้มรับกับทุกเรื่อง ไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็น เขาเองก็มีความกลัวเช่นกัน (แอบถามเพื่อน ฯลฯ) ยิ่งตอกย้ำจุดมุ่งหมายหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าต้องการแสดงให้เห็นถึงความเสียสละของพ่อที่มีต่อลูกชาย (ดูสนุกดูร่าเริงต่อหน้าลูก แต่จริง ๆ แล้วลึก ๆ ตัวเองก็กลัว)

    รีวิวสวนพฤกษชาติแม่เมาะ, ลำปาง

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - วิวสวย/ไม่ไกลจากตัวเมือง
    ข้อด้อย - ตอนกลางวันค่อนข้างร้อน
    “สวนพฤกษชาติแม่เมาะ” เป็นที่เที่ยวสไตล์ธรรมชาติที่ไม่ไกลจากตัวเมืองลำปางมากนัก ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ครอบครัวหลาย ๆ ครอบครัวมักพาลูกหลานไปเที่ยวเล่นที่นี่ เพราะนอกจากไม่ไกลแล้ว ยังมี activity ให้ทำค่อนข้างจะหลากหลาย เด็ก ๆ ก็สามารถเล่นสไลเดอร์ ซึ่งถือเป็น signature ของที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว ลักษณะจะเป็นเนินย่อม ๆ เด็ก ๆ ก็จะนั่งบนแผ่นยางแล้วสไลด์ลงมาจากจุดสูงสุดของเนิน ส่วนพ่อแม่ที่รอก็ไม่เบื่อแน่นอนครับ เพราะตรงนั้นเป็นเนินที่มองลงมาแล้วเห็นวิวเป็นมุมกว้าง หลาย ๆ ครอบครัวเลยเลือกเอาเสื่อไปปูแล้ว picnic มันซะเลย ซึ่งทางแม่เมาะก็ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใดครับ

    102676.jpg

    ใครที่เป็นสายวิชาการหน่อย ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ไว้ให้ความรู้เช่นกันครับ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ)” แต่แนะนำเช็คเวลาก่อนก็ดีครับผม เพราะที่นี่ดูเหมือนจะเปิดปิดเป็นช่วง ๆ ครับ
    นอกจากนี้ไปเที่ยวที่นี่ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกินครับ บริเวณใกล้ ๆ ลานจอดรถจะมีร้านอาหารอยู่ประมาณ 3-4 ร้าน ส่วนใหญ่ก็เป็นสไตล์เอาใจคนที่จะไป picnic กันครับ เช่น พวกส้มตำไก่ย่าง แต่อาหารพวกก๋วยเตี๋ยวหรือตามสั่งก็พอมีอยู่ครับ ไม่ได้หากินยาก

    102677.jpg

    ไม่ไกลจากบริเวณสวนพฤษชาติ ขับรถขึ้นไปอีกหน่อยจะเจอ “สวนเฉลิมพระเกียรติ เหมืองแม่เมาะ” สวนนี้ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ไปกลางวันร้อนชัวร์ครับ ต้องรอช่วงเย็น ๆ หน่อย ประมาณ 4-5 โมงที่ยังพอมีแสง จะได้ถ่ายรูปด้วยครับ เพราะวิวบนนั้นจะสวยมาก ยิ่งถ้าไปฤดูหนาวก็น่าจะได้ฟีลมากขึ้นกว่าเดิมครับ นอกจากนี้บนนั้นยังมีหอคอยให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศาอีกด้วย

    102675.jpg
  • เกี่ยวกับ

    เพศ:
    ชาย