1. นี่มันเว็บอะไรกัน??? ทำความรู้จักคร่าวๆกับ รีวิวบุรี คลิกเลย
James
แสดงโพสต์จากทุกหมวด
เคลื่อนไหวล่าสุด:
1 กันยา 2019
สมัครเมื่อ:
30 พฤษภา 2017
ข้อความโพสต์:
104
คำชอบใจ:
3
คะแนนสะสม:
18
รายการรีวิวของ James
เพศ:
ชาย

แบ่งปันหน้านี้

James

Azzurrini, ชาย

พลเมือง
James เคลื่อนไหวล่าสุด:
1 กันยา 2019
  • รีวิวพระราชวังบางปะอิน

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ข้อเด่น - มีข้อมูลทางประวัติศาสตร์ให้ศึกษา / ผู้คนไม่พลุกพล่าน
    ข้อด้อย - ตอนกลางวันแดดจะร้อน
    ผมขออนุญาตลงลึกในเรื่องของบรรยากาศของพระราชวังบางปะอินนะครับ ไม่ขอลงลึกในเรื่องประวัติศาสตร์มากนัก เพราะถ้าทุกท่านมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมน่าจะพอหาอ่านได้ตามเอกสารที่มีแจกภายในพระราชวังครับ แต่เล่าคร่าว ๆ คือ เป็นพระราชวังเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว

    202879.jpg

    พระราชวังบางปะอินอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพเลยครับ ใช้เวลาเดินทางน่าจะราว ๆ 1 ชั่วโมง ก็น่าจะถึง การเข้าไปในตัวพระราชวังมีค่าใช้จ่าย โดยนักท่องเที่ยวคนไทย ผู้ใหญ่ 30 บ /เด็ก,นักเรียน,นักศึกษา,20 บ / ชาวต่างประเทศ 100 บาท ครับ
    การเที่ยวชมพระราชวังบางปะอิน เลือกได้ 2 แบบครับ คือ 1. เดินชม 2. ขับรถไฟฟ้า

    ซึ่งผมเลือกวิธี "เดิน" ครับ และจริง ๆ แนะนำทุกคนที่สุขภาพแข็งแรง ไม่ได้เจ็บป่วยอะไรให้เดินดีกว่าครับ เพราะว่าค่าเช่ารถไฟฟ้าค่อนข้างแพง และตัวพระราชวังในความรู้สึกผมมีอะไรให้ชมค่อนข้างมาก ทำให้เดินไป แล้วไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไรมากมายครับ แม้แต่ไปตอนกลางวัน (แต่ทางที่ดีพกร่มไปด้วยก็จะดีที่สุดครับ)

    พระราชวังบางปะอินเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์และไม่ชอบคนพลุกพล่าน เพราะที่นี่ถึงแม้จะใกล้กรุงเทพก็จริง แต่นักท่องเที่ยวไม่ได้เยอะเลยครับ ทำให้คนที่ไปเที่ยวที่นี่ได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศความโบราณอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นตำหนักโบราณต่าง ๆ (บางตำหนักเปิดให้เข้าไปชมด้านใน) ด้วยความเงียบนี่แหละครับ ทำให้เวลาเราเข้าไปชม เหมือนมีภาพของอดีต Warp กลับมาในหัวสมองของเราเลยครับ (ตำหนักแต่ละหลังจะมีประวัติติดไว้ด้านหน้าเพื่อเป็นความรู้)

    ลืมบอกไปครับ ใครจะไปเที่ยวที่วังบางปะอิน ให้ใส่กางเกงขายาวนะครับ ไม่งั้นเข้าไม่ได้ครับผม

    แต่ใครลืมจริง ๆ หาซื้อแถว ๆ ลานจอดรถได้ครับ มีป้า ๆ ลุง ๆ แกขายอยู่ ตัวละประมาณ 100 บาทครับ

    รีวิวน้ำตกวชิรธาร, เชียงใหม่

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ข้อเด่น - ตัวน้ำตกสวยงาม, มุมถ่ายภาพเยอะ
    ข้อด้อย - น่าจะลงเล่นน้ำไม่ได้
    ตลอดทางขึ้นดอยอินทนนท์ ถ้าสังเกตจะพบว่ามีป้ายน้ำตกนั่นน้ำตกนี่เยอะมาก หลาย ๆ คนคงคิดว่าน่าจะเป็นน้ำตกเล็ก ๆ ซะมากกว่า ตัวผมเองก็เช่นกันนะ เพราะจากประสบการณ์แล้ว สถานที่ซึ่งเป็น “ดอย” ส่วนใหญ่ ก็มักจะมีน้ำตกเล็ก ๆ อยู่ประปรายเต็มไปหมดอยู่แล้ว ทำให้บางครั้งก็ไม่ได้คิดจะแวะเข้าไปตามป้ายเหล่านั้นเลย

    2958.jpg

    แต่วันนั้นบังเอิญเห็นป้าย “น้ำตกวชิรธาร” ตอนขากลับลงมาจากดอยอินทนนท์ เลยตัดสินใจลองแวะเข้าไปเพราะเห็นป้ายบอกว่า 800 เมตร เลยคิดว่าถึงไม่ใหญ่ก็ไม่เสียหาย เพราะขับเข้าไปแค่ 800 เมตรเอง

    ถนนทางเข้าก็ออกจะแคบ ๆ หน่อยนะครับ รถสวนกันอาจลำบากนิดนึง แต่ช่วงนี้ไม่ใช่ High Season รถราเลยไม่ได้ขวักไขว่เท่าไหร่นัก วันนั้นเลยเข้าไปได้แบบไม่มีรถสวนออกมา

    2959.jpg

    พอขับไปจนถึงบริเวณน้ำตกก็เริ่ม Surprise เพราะว่าเจอรถจอดอยู่ที่ลานพอสมควรเลย (ลานน่าจะรับได้ 40-50 คัน) นอกจากนั้นบริเวณน้ำตกยังมีร้านอาหาร 2-3 ร้าน และร้านกาแฟ (ที่ดูดี) อีก 1 ร้านอยู่ข้างๆ น้ำตก แถม Surprise 2 ก็คือ ตัวน้ำตกนั้นไม่ได้เล็กอย่างที่คิด มีน้ำไหลลงมาเยอะมาก ๆ และถือเป็นน้ำตกที่สวยงามมากอีกด้วย

    ใครที่ชอบถ่ายรูปรับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ อยู่เพียบครับ และที่สำคัญไม่เสียค่าบริการในการเข้าไปในบริเวณน้ำตกอีกด้วย (แต่ลูกพี่เค้าเก็บตอนเราเข้าอุทยานนะ)

    2960.jpg

    บรรยากาศรอบ ๆ น้ำตกก็เย็นสบาย มีทางเดินให้นักท่องเที่ยวเดินพักผ่อนหย่อนใจกันแบบชิล ๆ ดังนั้นใครที่มีแผนเดินทางไปที่ดอยอินทนนท์ก็ไม่ควรพลาดน้ำตกวชิรธารนะครับ แนะนำให้เพิ่มไว้ใน List ได้เลย ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะแม้แต่ทัวร์ต่างชาติก็ยังมีโปรแกรมให้นักท่องเที่ยวแวะที่นี่ (ปล.น่าจะลงเล่นน้ำไม่ได้นะ)

    รีวิววัดพระธาตุศรีจอมทอง, เชียงใหม่

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ใครที่อยู่ใน Route ของการเดินทางไปดอยอินทนนท์ การแวะไปสักการะวัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนักครับ หรือไม่ก็รอลงมาจากดอยอินทนนท์แล้วค่อยแวะไปก็ยังได้ โดยเฉพาะคนที่เกิดปี “ชวด” (วัดนี้เป็นวัดประจำตัวของคนที่เกิดปีชวด) แต่แนะนำให้ไปตอนเช้าหรือตอนเย็นนะครับ ไม่งั้นจะร้อนมาก ๆ

    2957.jpg

    วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เดิมชื่อว่า “วัดพระธาตุศรีจอมทอง” ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ราว 60 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี บริเวณที่ตั้งเป็นเนินดิน ซึ่งในอดีตเรียกว่า “ดอยจอมทอง” คาดว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นวัดที่ใหญ่โตอะไรมากมายนักนะครับ เป็นวัดเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ตามสไตล์ล้านนา ผู้คนก็ไม่ได้พลุกพล่าน

    พระวิหารหลวงเป็นสถานที่ประดิษฐาน “พระทักขิณโมลีธาตุ” (พระเศียรเบื้องขวาของพระพุทธเจ้า) ตามตำนานบอกว่า “พระเจ้าอโศก” เป็นผู้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ดอยจอมทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 218

    อุโบสถมีประพุทธรูปสามองค์ พระประธานเป็นปางถวายเนตร บริเวณประตูทางเข้าพระอุโบสถได้ฝังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ตามประเพณีของล้านนา เลยไม่อนุญาตให้ผู้หญิงขึ้นไปยังพระอุโบสถ (จริง ๆ เป็นธรรมดาของหลาย ๆ วัดทางภาคเหนือ)

    ด้านในมีรูปวาดฝาผนังเล่าเรื่องตำนานพระธาตุศรีจอมทองและรูปเทวดา นางฟ้าต่าง ๆ ตามข้อสันนิษฐาน คาดว่าอายุประมาณ 300 ปี (บอกว่าคนพม่าเป็นคนสร้าง) ส่วนพระวิหารจัตุรมุข มีหลวงพ่อเพชรเป็นพระประธานในพระวิหารและมีโบราณวัตถุ เช่น พระพุทธรูป เป็นต้น

    แนะนำว่าหากจะมาเที่ยวก็ให้ List ไว้เป็นสถานที่แวะเที่ยวชมดีกว่าครับ ถ้าตั้งใจขับรถมาจากที่ไกล ๆ เกรงว่าจะไม่คุ้มครับ เพราะอย่างที่บอกไว้ในตอนต้นว่าตัววัดไม่ได้มีอะไรให้ชมขนาดนั้น เป็นวัดเล็ก ๆ (ที่มีความสำคัญ) เพียงเท่านั้น แต่ถ้าหากท่านใดมีศรัทธาแรงกล้าจริง ๆ การตั้งใจมาเที่ยวที่นี่โดยเฉพาะก็ไม่ได้เสียหายครับ คนเฒ่าคนแก่น่าจะชอบ

    2956.jpg

    รีวิวDuolingo (App ฝึกภาษาฟรี)

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ใครที่สนใจฝึกภาษาอยู่แต่ไม่มีเวลาพอที่จะไปลง course เรียน หรือไม่มีเวลาพอที่จะไปอ่านศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง วันนี้ผมมี Application ทางเลือกตัวหนึ่งที่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนในยุคใหม่

    เนื่องจากเป็น Application ที่อยู่บนสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เราทุกคนมีติดตัวแทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว จึงสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพียงมีเวลาแค่ 5-10 นาทีก็สามารถเรียนภาษาได้แล้ว

    Application นี้ชื่อว่า “Duolingo” (App ฟรี) ซึ่งมีภาษาให้เลือกเรียนหลากหลายมาก ไม่ใช่มีเฉพาะแค่ภาษาอังกฤษ เรียกได้ว่าภาษาหลัก ๆ บนโลกใบนี้ App นี้มีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี หรือแม้แต่ภาษาแปลก ๆ อย่าง สวาฮิลี ฮาวาย ก็ยังมีให้เรียนกัน

    เห็นภาษาแปลก ๆ แบบนี้ไม่ต้องตกใจว่า เราไม่มีพื้นฐานเลย จะรู้เรื่องเหรอ อันนี้ผมยืนยันว่า App นี้ฉลาดพอที่จะให้เราเริ่มต้นเรียนแบบง่าย ๆ ได้ก่อน โดยมีรูปภาพเป็นตัวประกอบ แต่สำหรับใครที่พอมีพื้นฐานอยู่บ้างแล้ว สามารถเลือกโหมด Short Cut เพื่อข้ามไปเรียนบทเรียนที่ยากกว่าได้ (แต่ต้องทำ Test ให้ผ่านนะ App ถึงจะอนุญาต)

    ส่วนตัวผมลองเรียนหลากหลายภาษา มองว่าการเรียนภาษาอังกฤษใน App นี้ น่ารำคาญนิดหน่อย เพราะ App จะให้เราแปลจากอังกฤษเป็นไทย จากไทยเป็นอังกฤษ ซึ่งตอนที่เราแปลจากอังกฤษเป็นไทยนั้น App จะให้เราเลือกอักษรทีละตัว (รวมถึงสระและวรรณยุกต์) ต่าง ๆ ไปเติมช่องว่าง ซึ่งบางประโยคก็ยาว จนเราไม่รู้ว่าจะเอาตัวไหนมาประกอบกันบ้าง (อธิบายไม่ถูกเหมือนกันครับ ต้องลองเล่นกันเอง) แต่สำหรับภาษาอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น จีน นั้นสะดวกสบายเป็นอย่างมาก สามารถฝึก Skill ให้คุยเอาตัวรอดได้เลยทีเดียว

    โดยสรุปแล้ว ผมชอบใช้ App นี้ฝึกภาษาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษมากกว่าครับ ถือเป็น App งานดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว ควรโหลดเก็บไว้นะ

    รีวิวอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม, ชัยภูมิ

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ใครจะไปเที่ยวที่นี่แนะนำให้ไปให้ถูกฤดูกาลจะดีกว่านะครับ จะอยู่ในช่วงราว ๆ ปลายเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม เพราะว่าช่วงนั้นดูจากในภาพแล้ว บริเวณอุทยานแห่งชาติป่าหินงามน่าจะเขียวชอุ่มเพราะได้รับน้ำจากน้ำฝนนั่นเองครับ และดอกกระเจียวซึ่งเป็นพระเอกของอุทยานแห่งชาติฯ ก็จะเริ่มบานอีกด้วย
    แต่หากใครไปเที่ยวนอกฤดูแบบผม ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องอากาศร้อนก็ยังพอมีไฮไลท์อย่างอื่นที่พอจะเที่ยวได้อยู่ครับ

    1022.jpg

    อย่างที่บอกไปตอนแรกครับ ถ้าไปเที่ยวตามฤดูกาลก็จะเป็นฤดูที่ดอกกระเจียวบาน ซึ่งผมลองถามพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารตามสั่งอยู่บริเวณทางขึ้นอุทยานนั้นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าเป็นในช่วง High season รถจะเยอะมาก จนในบางช่วงบางตอนของวันถึงกับติดเลยก็มี แต่ถ้าเป็นฤดูที่ผมมานี้ นอกจากจะไม่มีรถแล้ว ยังแทบไม่มีอะไรให้เที่ยวอีกด้วย 555

    ก่อนเข้าอุทยานฯ ก็ต้องเสียค่าผ่านทางกันก่อนครับ ค่าผ่านทางเท่าไหร่จำไม่ได้ครับ จำได้แค่ว่าอัตราทั่ว ๆ ไป ไม่ได้แพงอะไรมากนัก มองไปรอบ ๆ ไม่มีรถใครเลยนอกจากรถผม

    ในฤดูร้อน ภายในอุทยานแห่งชาติป่าหินงามแห่งนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ดูร้อนไปหมดครับ บริเวณที่เป็นทุ่งดอกกระเจียวก็กลายเป็นเหมือนทุ่งหญ้าแห้ง ๆ สีน้ำตาล สีเหลือง สลับ ๆ กันไป ไม่มีความสดชื่นใด ๆ ทั้งสิ้น จุดที่พอจะเที่ยวได้ในฤดูร้อนก็คงเป็น “ผาสุดแผ่นดิน” ซึ่งวิวข้างบนนั้นสวยงามสุด ๆ เห็นได้ชัด 360 องศา ที่สำคัญ ข้างบนนั้นลมแรงมาก สำหรับผมแล้ว ไม่ได้เห็นทุ่งดอกกระเจียวแต่ได้เห็นวิวที่ผาสุดแผ่นดินก็ถือว่าคุ้มครับ

    1021.jpg

    นอกจากจะมีวิวที่สวยงามแล้ว ด้านบนยังมีเส้นทางให้นักท่องเที่ยวเดินศึกษาธรรมชาติอีกด้วย แต่ช่วงที่ผมไปอากาศร้อนมาก ๆ จึงไม่ได้ทำการเดินศึกษาธรรมชาติแต่อย่างใดครับ ยังไงใครที่จะไปเที่ยวที่อุทยานฯ ก็ลองวางแผนดูดี ๆ นะครับว่าจะไปช่วงไหน

    1020.jpg

    รีวิวน้ำตกวังก้านเหลือง, ลพบุรี

    ให้คะแนน:
    4/5,
    (แนะนำ)
    ข้อเด่น - น้ำตกสวยมาก รวมทั้งธรรมชาติรอบ ๆ
    ข้อด้อย - เสาร์-อาทิตย์ คนเยอะ
    ถ้าใครชอบอ่านหนังสือแนวป่าน่าจะพอทราบว่า ในอดีต แถวอำเภอชัยบาดาล จ.ลพบุรี เคยเป็นป่าใหญ่มาก่อน และแน่นอนว่าเมื่อเป็นป่าใหญ่ย่อมมีร่องรอยของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงแหล่งต้นน้ำลำธารอย่างน้ำตก

    1019.jpg

    ความจริงแถว ๆ ลพบุรี สระบุรี มีน้ำตกค่อนข้างหลายแห่ง และหลาย ๆ แห่งก็มีชื่อเสียงเป็นที่คุ้นหูคุ้นตาของหลาย ๆ คน แต่น้ำตกแห่งนี้ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจฟังชื่อแล้วยังไม่ค่อยคุ้นหูมากนัก น้ำตกแห่งนี้คือ “น้ำตกวังก้านเหลือง” ตั้งอยู่ในเขตอำเภอชัยบาดาล จ.ลพบุรี (ห่างจากกรุงเทพประมาณ 170 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางแบบรถไม่ติดก็ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง)

    น้ำตกวังก้านเหลืองถือว่าเป็น Unseen ของจังหวัดลพบุรีอีกแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ ตัวน้ำตกไม่ได้เป็นน้ำตกสไตล์ยิ่งใหญ่ ไม่ได้สูงเหมือนทีลอซู หรือเหวนรกอะไรทำนองนั้น เป็นน้ำตกที่มีความสูงเพียงเล็กน้อย ซึ่งมีจุดเด่นที่สีของน้ำ ซึ่งเป็นสีฟ้าสวย บวกกับจุดเล่นน้ำที่มีค่อนข้างมากและธรรมชาติบริเวณรอบ ๆ น้ำตกที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มากทีเดียว แต่ผมมองว่าตัวน้ำตกก็ยังไม่ได้รับการดูแลมากเท่าที่ควรหากเทียบกับความสวยงามขนาดนี้ เริ่มจากเรื่องภูมิทัศน์ภายในเขตน้ำตกก่อน ผมคิดว่าบริเวณดังกล่าวไม่ได้ถูกตกแต่งให้ดีมากเท่าไหร่ (แต่เอาจริง ๆ ราชการไทยก็ประมาณนี้อยู่แล้ว) เห็นแล้วก็เสียดาย เพราะจริง ๆ แล้วที่นี่เป็นสถานที่ Unseen แบบว่าสามารถเรียกนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศได้เลย เรื่องที่สองเป็นเรื่องของร้านอาหารบริเวณน้ำตก กินแทบไม่ได้ จะกินได้ก็ต่อเมื่อไม่ได้ไปเห็น Process การทำของป้า ๆ แก ที่เรียกได้สั้น ๆ ว่า “ซกมก” มาก แนะนำว่าใครจะไปเที่ยวที่นั่นก็กินไปก่อนละกันครับ อีกเรื่องคือน้ำตกแห่งนี้เหมือนจะไม่ได้ห้ามเรื่องอาหารการกินที่ให้เอาเข้าไปกินในน้ำตกมากนัก พอเราเข้าไปในน้ำตกจึงเห็นอาหารครบทุกประเภทรวมถึงเหล้าเบียร์ นอกจากนี้ยังมีบางคนเอาลำโพงบลูทูธไปเปิดเพลงกันอย่างเมามันส์

    สรุปโดยรวมคือตัวน้ำตกสวยมาก แต่แนะนำให้มาวันที่ไม่ใช่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ดีกว่า เพราะว่าเสาร์-อาทิตย์คนจะเยอะมาก ๆ ส่วนข้อเสียก็อย่างที่ได้บอกไปข้างบนครับ ลองชั่งน้ำหนักกันดู



    อ่านต่อ...

    รีวิวเมืองโบราณศรีเทพ (เพชรบูรณ์)

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    998.jpg

    ที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ ด้วยเนื้อที่เป็นพัน ๆ ไร่ แต่เจ้าหน้าที่กลับดูแลรักษาสภาพของอุทยานแห่งนี้ไว้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสภาพทางภูมิทัศน์ อาคารสถานที่ต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ถูกทิ้งร้าง ข้อมูลต่าง ๆ ยังคงครบถ้วน ใช้การได้ทุกจุด และด้วยความที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างใหญ่ (เพราะสันนิษฐานว่าในสมัยโบราณนั้นเมืองนี้เจริญรุ่งเรื่องเป็นอย่างมาก) ทางอุทยานประวัติศาสตร์จึงได้จัดรถนำเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมไกด์ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับไปด้วยในตัว คอยให้ความรู้เกี่ยวกับจุดสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ในเขตอุทยานฯ

    997.jpg

    การเดินทางก็ไม่ลำบากมากนักครับ จากกรุงเทพมุ่งหน้าไปทางสระบุรี แล้วเลี่ยงเมืองออกไปตามป้ายเพชรบูรณ์ ผ่านอำเภอชัยบาดาล อีกไม่กี่กิโลก็จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพแล้วครับ ถ้ารถไม่ติดก็น่าจะใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่จริง ๆ แนะนำว่าถ้าจะมาเที่ยวศรีเทพก็ให้วางแผนเที่ยวที่อื่นไว้ด้วยดีกว่าครับ เพราะว่าตัวอุทยานประวัติศาสตร์ถึงจะกว้างใหญ่ก็จริง แต่เรานั่งรถไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาไม่นานก็ดูจนทั่วเมืองโบราณแล้วครับ ถึงเป็นสายถ่ายรูปเต็มที่ก็ไม่น่าเกิน 3-4 ชั่วโมง ยังไงลองวางแผนหาที่เที่ยวใกล้ ๆ แถวนั้นดูครับ

    อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ถ้าเทียบกับอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาแล้วถือว่าเงียบสงบกว่าเยอะครับ ใครไปตอนเย็น ๆ อาจจะหลอน ๆ นิดนึง 555 เพราะว่าภายในอุทยานฯ มีการขุดพบโครงกระดูกของมนุษย์หลายโครงเลยด้วยกัน สันนิษฐานว่าเป็นศพของคนที่เคยอาศัยอยู่ในเมืองศรีเทพในอดีต (ตอนนี้ก็ยังขุดเจออยู่เรื่อย ๆ )

    ยังไงใครว่าง ๆ ลองแวะไปดูครับ คิดว่าไม่น่าจะผิดหวัง (มีค่าเข้าชมนิดหน่อยครับผม ไม่แพง)

    996.jpg

    รีวิวลำพวา, อัมพวา

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ข้อเด่น - บรรยากาศดี ดีไซน์สวยงาม เงียบสงบ ห้องพักใหม่และสะอาด
    994.jpg

    ลำพวา อัมพวา อีกหนึ่งทางเลือกของคนที่ชอบไปเที่ยวอัมพวา รวมถึงคนกรุงที่อยากหาสถานที่พักผ่อนชิล ๆ แต่ว่าไม่อยากเดินทางไกล ๆ ไปต่างจังหวัด รีสอร์ทแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ผมแนะนำให้ท่านได้ลองไปสัมผัสดูสักครั้ง เพราะทั้งสวยงามด้วยดีไซน์การออกแบบ โดดเด่นในเรื่องของบรรยากาศที่เงียบสงบ (เนื่องจากตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากถนนใหญ่ พูดง่าย ๆ ก็คือโลเคชั่นค่อนข้างที่จะปลีกออกมาจากความเจริญพอสมควร) ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าไม่มีเสียงรถมารบกวนแน่นอน จะได้ยินก็แต่เสียงเรือที่นาน ๆ ครั้งจะผ่านมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะได้ยินแต่เสียงน้ำไหล เพราะที่นี่ตั้งอยู่ติดกับลำคลองเลยครับ (คลองลัดด่าน) นอกจากนี้สภาพของห้องพักยังถือว่าใหม่อยู่พอสมควร (รวมถึงห้องน้ำด้วย) ตัวพนักงานเอง เท่าที่ผมได้สัมผัสก็น่ารักนะครับ ตั้งใจบริการดี ในที่นี้ก็รวมถึงพี่ ๆ รปภ.ด้วยครับ

    995.jpg

    ด้วยดีไซน์ของรีสอร์ทที่มีความสวยงาม ที่นี่เลยถือว่าเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปครับ โดยเฉพาะตรงสระว่ายน้ำที่ดูเหมือนออกแบบมาเพื่อให้เป็นมุมสำหรับให้ถ่ายรูปโดยเฉพาะ ตัวสระว่ายน้ำไม่ได้ใหญ่นะครับ เป็นสระเล็ก ๆ พอว่ายได้ ตัวสระถูกสร้างกินพื้นที่เข้าไปในคลองและถูกยกให้สูงขึ้นมาจากตัวคลอง เวลาว่ายจะรู้สึกเหมือนกำลังเล่นน้ำอยู่ในคลองยังไงอย่างงั้นครับ นอกจากสระว่ายน้ำแล้ว ที่นี่ยังมีโต๊ะพูลไว้ให้บริการครับ แต่ไม่ได้ให้เล่นฟรีครับผม ต้องหยอดเหรียญนะ แล้วที่ไม่โอเคเลยคือในห้องเล่นพูลนั้นไม่มีแอร์ มีแต่พัดลม นอกจากหายใจไม่ออกแล้วก็ยังร้อนด้วย

    รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอัมพวาครับ อยู่ห่างจากตลาดน้ำแค่ประมาณ 8 กิโลเมตร ห่างจากตลาดร่มหุบแค่ประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น

    รีวิวMade in Italy : ปัญญาอิตาลี

    ให้คะแนน:
    5/5,
    (สุดยอด)
    ขึ้นชื่อว่าประเทศอิตาลีแล้วหลาย ๆ คนต้องนึกถึงศิลปวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรือง เหล่าศิลปินชั้นเอก ทั้งเลโอนาร์โด ดา วินชี ไมเคิล แองเจลโล ฯลฯ หรือแม้แต่แบรนด์ดัง ๆ หลาย ๆ แบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น อาร์มานี ปราดา เวร์ซาเช่ โดลเช เอ กับบานา หรือวาเลนติโน ฯลฯ ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากประเทศแห่งนี้ทั้งสิ้น

    หนังสือเรื่อง “ปัญญาอิตาลี” ถือว่าเป็นผลงานคุณภาพอีกเล่มของคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ซึ่งนอกจากจะเล่าถึงประวัติคร่าว ๆ ของแบรนด์ต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศ “อิตาลี” โดยการพาไปสัมภาษณ์คนอิตาลีในเมืองต่าง ๆ เพื่อให้เราเข้าใจถึงความคิดและวิถีชีวิตของคนอิตาลี ว่าพวกเขามี mindset แบบไหน ถึงนำพาประเทศมาจนถึงจุดนี้ได้

    โดยกลุ่มคนหลัก ๆ ที่คุณภิญโญเดินทางไปสัมภาษณ์นั้น ส่วนมากจะเป็นนักธุรกิจท้องถิ่น ที่ทำธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อ เพราะคุณภิญโญต้องการพาไปดูว่า เจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ เหล่านั้นทำธุรกิจกันยังไงถึงได้อยู่รอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะดูแล้วบางธุรกิจก็ไม่น่าจะอยู่รอดได้ในยุคโลกาภิวัฒน์ (เช่นธุรกิจเข้าเล่มหนังสือ) แต่ก็ยังอยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ถือว่าเป็นแก่นที่ซ่อนอยู่ของหนังสือเล่มนี้ครับ

    โดยการสัมภาษณ์นั้น หนังสือเล่มนี้จะแยกเป็นการสัมภาษณ์คนในเมืองใหญ่ไล่ไปเป็นเมือง ตั้งแต่ มิลาน ฟลอเรนซ์ ไปจนถึงเนเปิ้ล พร้อมสอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์และเรื่องราวของสถานที่สำคัญ ๆ ในเมืองเหล่านั้น ไว้มากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีภาพสวย ๆ อยู่ตลอดทั้งเล่ม เรียกได้ว่าใครที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ชอบศิลปะ และชอบธุรกิจ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

    รีวิวBonanza Exotic Zoo

    ให้คะแนน:
    3/5,
    (ธรรมดา เฉยๆ)
    Bonanza Exotic Zoo เป็นสวนสัตว์ที่เน้นโชว์แต่สัตว์ที่แปลก ๆ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่ไม่ได้พบได้ตามธรรมชาติในป่าเมืองไทย เช่น อัลปาก้า ยีราฟ ม้าลาย นกแก้วมาคอร์ สิงโตขาว ฯลฯ ฟังแค่ชื่อสัตว์ก็ดูน่าสนใจอยู่ครับ แต่สภาพของ Bonanza Exotic Zoo มันออกจะโทรม ๆ เหมือนไม่ค่อยได้รับการดูแลมากเท่าไหร่ บางกรงก็ไม่ได้มีสัตว์อยู่ในนั้น ไม่ได้มีป้ายที่ให้ข้อมูลสัตว์ชนิดต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ไม่มีมุมสวย ๆ ให้ถ่ายรูป ไม่มีเจ้าหน้าที่มาคอยเป็น Guide แนะนำข้อมูลอะไรต่าง ๆ ให้ มีแค่เจ้าหน้าที่คอยเก็บค่าเข้าตรงประตูแค่นั้น ที่สำคัญบรรยากาศไม่ได้ร่มรื่นเลยครับ ค่อนไปทางร้อนซะมากกว่าด้วย แล้วในสวนสัตว์ก็ไม่ได้มีจุดนั่งพักที่ร่มรื่น หรือจุดที่ขายเครื่องดื่มแบบเย็นชื่นใจอะไรเลย

    มองจากด้านนอกเห็นรถที่ดูเหมือนเป็นรถที่ใช้รับส่งนักท่องเที่ยว หรือพานักท่องเที่ยวนั่งชมสัตว์ในสวนสัตว์ แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าขึ้นตรงไหนอะไรยังไง รถหลาย ๆ คันก็เป็นรถเปล่าไม่ได้มีคนนั่ง เพราะคนอื่นก็น่าจะไม่รู้เหมือนกันว่าขึ้นตรงไหนอะไรยังไง

    อาหารที่ซื้อเพื่อป้อนให้สัตว์ก็อย่างแพง แครอทถุงเล็กนิดเดียว 50 บาท (ค่าเข้าสวนสัตว์ 100 บาท) แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก ๆ ที่ไม่เคยเห็นสัตว์แปลก ๆ พวกนี้ เด็ก ๆ ก็น่าจะพอได้รับความสนุกสนานอยู่ครับ เพราะเด็ก ๆ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไร ขอแค่เจออะไรแปลกหูแปลกตาพวกเขาก็สนุกกันแล้วครับ
  • เกี่ยวกับ

    เพศ:
    ชาย